“โคริ สโนว์” น้ำแข็งเกล็ดหิมะ คู่แข่งน้อย แฟรนไชส์น่าลงทุน

น้ำแข็งเกล็ดหิมะ ไม่เลี่ยน และเกาะติดเทรนด์รักสุขภาพ มีท็อปปิงหลากหลาย คู่แข่งทางการตลาดน้อย ประเมินจุดคุ้มทุนได้ คืนทุนได้ใน 4 เดือน เริ่มต้นที่ 75,000 บาท

แฟรนไชส์น้ำแข็งเกล็ดหิมะ Kori Snow บริหารงานโดยอธิพงศ์ ชัชวาลยางกูร หรือคุณโดม ซึ่งเปิดเผยว่าเริ่มธุรกิจจากความชอบส่วนตัวที่ชอบรับประทานน้ำแข็งไส จึงอยากเปิดธุรกิจแต่ด้วยที่ไม่มีความรู้ในทางธุรกิจ จึงปรึกษากับคนในครอบครัว สนใจในตัวน้ำแข็งเกล็ดหิมะ เพราะคิดว่าเป็นสินค้าที่น่าสนใจ คู่แข่งในตลาดมีไม่มาก โดยได้ตัวเครื่องทำมาจากไต้หวัน คิดสูตรรวมถึงท็อปปิงต่างๆ เน้นความอร่อย ไม่เลี่ยน และเกาะติดเทรนด์รักสุขภาพ ซึ่งในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น คุณโดมกล่าวว่าได้มองแผนในระยะยาวถึงการต่อยอดเป็นแฟรนไชส์ จึงทำการออกแบบโลโก แพ็กเกจจิง รวมถึงคีออส

Kori Snow เริ่มธุรกิจเมื่อเดือนตุลาคม 2558 หลังจากเปิดขายใน 6 เดือนแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ขายที่จังหวัดอ่างทอง ในห้างสรรพสินค้า มียอดขายสูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือน เมื่อยอดขายดีต่อเนื่องจึงขยายสาขาออกไปในจังหวัดใกล้เคียง อยุธยา สุพรรณบุรี จากนั้นจึงเริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ ปัจจุบัน Kori Snow มีทั้งหมด 10 สาขา เป็นของแบรนด์เอง 5 สาขา และอีก 5 คือแฟรนไชส์ซี

จุดเด่นและความน่าสนใจของ Kori Snow เป็นน้ำแข็งเกล็ดหิมะที่มีความอร่อย ด้วยสูตรนมที่คิดค้นขึ้นเอง หวานกลมกล่อม ไม่เลี่ยน สามารถรับประทานได้เรื่อยๆ มีท็อปปิงที่หลากหลาย เช่น แบล็คเบอร์รี  บลูเบอร์รี  ที่เป็นผลไม้นำเข้า อีกทั้งมีราคาจับต้องได้ คือ 35  45 และ 55 บาท

“มองว่าร้านเราจะต้องมีจุดเด่น สร้างมูลค่าให้กับร้าน เน้นให้มีเมนูท็อปปิงหลากหลายและมีคุณภาพ แม้วัตถุดิบจะแพงแต่เรากล้าใส่ให้ลูกค้า”

และจุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Kori Snow ก็คือรูปแบบร้านที่สะดุดตา มีคีออสที่สวยงาม สร้างความน่าสนใจให้กับลูกค้าที่เดินผ่านไปมารู้สึกอยากแวะเข้ามาทดลองชิม เป็นธุรกิจขนาดเล็ก สามารถดำเนินงานแค่เพียงคนเดียวได้ สร้างรายได้ต่อเดือนประมาณ 80,000 – 100,000 บาท

การลงทุนของ Kori Snow มี 2 รูปแบบคือชุด Basic 75,000 บาท และชุด Professional 125,000  บาท ซึ่งลูกค้าจะได้อุปกรณ์หลักคือ ชุดคีออสตั้งร้าน เครื่องทำน้ำแข็งเกล็ดหิมะ ตู้แช่ท็อปปิง วัตถุดิบพร้อมขาย ซึ่งชุด Professional นั้นเหมาะสำหรับประจำในห้างสรรพสินค้า ส่วนในรูปแบบ Basic เหมาะสำหรับผู้เริ่มทำธุรกิจ หรือเสริมในหน้าร้านต่างๆ

สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์  ในวันที่ส่งมอบอุปกรณ์จัดตั้งร้านจะได้รับการอบรมขั้นตอนการทำธุรกิจ โดยใช้เวลา 2 วัน เป็นการสอนว่าจะมีวิธีการขาย การเรียกลูกค้า รวมถึงระบบการทำงานทุกอย่างว่าต้องทำอย่างไร และในส่วนของบริการหลังการขายนั้น มีการจัดส่งวัตถุดิบให้กับลูกค้า มีปัญหาตรงจุดไหนสามารถปรึกษาขอคำแนะนำได้ตลอด นอกจากนี้ Kori Snow ยังทำการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก

“Kori Snow เริ่มเน้นทำการตลาดเชิงรุก โดยพยายามใช้สื่อโซเชียลให้มีบทบาทมากที่สุด มีแฟนเพจเฟซบุ๊ก เว็บไซต์”
สำหรับคุณสมบัติของแฟรนไชส์ซี คุณโดมเน้นว่าอย่างแรกต้องมีใจรักในธุรกิจด้านการขายและบริการ มีใจพร้อมที่จะทำ และมีความใส่ใจในขั้นตอนการดำเนินงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะมีเรื่องของต้นทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง  หากใส่ใจในรายละเอียดจะสามารถลดต้นทุนในการขายได้

ส่วนหลักในการบริหารร้านนั้นจะแนะนำลูกค้าในการตรวจสอบเรื่องต้นทุน โดยนับจำนวนวัตถุดิบทุกอย่างที่สามารถนับได้ แล้วคำนวณกับราคาของวัตถุดิบชิ้นนั้น

“จะใส่ของเองหรือให้ลูกน้องทำต้องควบคุมให้ราคาสอดคล้องจากที่คำนวณไว้ ต้นทุนจะอยู่ในราคาที่กำหนด ค่าใช้จ่ายต่อเดือนกับยอดขายต่อถ้วยต้องลงตัว หากสาขาไหนไม่ได้แสดงว่าผิดปกติ” คุณโดมกล่าว

จากนั้นคุณโดมได้กล่าวถึงทำเลที่ควรจะเป็นของธุรกิจ โดย Kori Snow มีกลุ่มลูกค้าหลักคือ นักเรียน นักศึกษา ช่วงอายุ 15-25 ปี ซึ่งทำเลที่เหมาะสมนั้นคือ ห้างสรรพสินค้าที่ใกล้โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ส่วนจุดคุ้มทุนของธุรกิจนั้นสามารถคำนวณได้ โดยมาตรฐานที่เปิดขายในห้างสรรพสินค้าวันธรรมดานั้นจะขายได้ 40-60 ถ้วยต่อวัน หากเป็นเสาร์-อาทิตย์  จะอยู่ที่ 80-100 ถ้วย ซึ่งจากสัดส่วนดังกล่าว จะสามารถได้ทุนคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน

แนวทางการทำงานในอนาคตตั้งใจจะสร้างโมเดลใหม่ อาจเป็นในรูปแบบของร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้มีความสะดวกในการใช้บริการ จากที่ปัจจุบันเน้นในเรื่องของคีออส และสำหรับตัวสินค้าก็จะมีเมนูใหม่เพิ่มเข้ามา อย่างเช่นในปัจจุบันที่กระแสบิงซูกำลังเป็นที่สนใจ ก็จะมีบิงซูในรูปแบบของ Kori Snow นอกจากนี้ยังวางแผนเพิ่มรสชาติอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ชาเขียว หรือผลไม้ที่จะเพิ่มเติมเข้าไปในตัวน้ำแข็ง ซึ่งจากเดิมที่มีรสนมเพียงอย่างเดียว และในเรื่องการเติบโตทางธุรกิจ คุณโดมตั้งเป้าเพิ่มแฟรนไชส์ให้ได้อีกอย่างน้อย 10 สาขา ภายในปี 2560


“ปีนี้ตั้งเป้า 10 สาขา อาจดูน้อย แต่มองว่าอยากค่อยๆ โตไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคง เพื่อที่จะได้ดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง” คุณโดมกล่าวทิ้งท้าย สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

แก้ไขข้อความ

4896 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น