จากมนุษย์เงินเดือนสู่สุดยอด SME พร้อม 3 ทริคสุดเจ๋งของคนวัยทำงาน

มันจะดีแค่ไหนถ้าเรามีหนังสือคู่มือสักเล่มมาแนะแนวทางการเลือกงานในบริษัทให้ชีวิตรุ่งโรจน์ พร้อมกับเสนอไอเดียผันตัวเองเป็นสุดยอด SME ซึ่งข่าวดีก็คือหนังสือจากมนุษย์เงินเดือนสู่สุดยอด SME เล่มนี้ได้รวบรวมประเด็นดังกล่าวไว้หมดแล้ว

หากพูดถึงชื่อของ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ใครหลายคนคงคุ้นเคยกันดีจากรายการ SME ตีแตกที่เขารับหน้าที่เป็นคอมเมนเตเตอร์เจ้าฝีปาก ซึ่งนอกจากธันยวัชร์จะรับงานรายการทีวีแล้ว เขายังเป็นบุคลากรคนหนึ่งที่อยู่ในวงการหนังสือมาอย่างยาวนาน ทั้งเป็นบรรณาธิการนิตยสารธุรกิจหลายต่อหลายเล่ม แปลหนังสือ หรือแม้กระทั่งเขียนหนังสือขึ้นมาเอง ซึ่งจากมนุษย์เงินเดือนสู่สุดยอด SME ก็เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ธันยวัชร์เขียนด้วยตัวเอง

และถ้ามองเพียงชื่อหนังสืออย่างเดียวโดยไม่เปิดเนื้อในดู เชื่อว่าผู้อ่านบางคนคงคิดว่าในเล่มนี้จะมีเนื้อหาที่มุ่งไปที่การเป็นเจ้าของธุรกิจหรือ SME แค่เท่านั้น แต่พอเปิดอ่านเข้าจริง ๆ แล้ว จากมนุษย์เงินเดือนสู่สุดยอด SME ได้ให้ข้อมูลตั้งแต่การเลือกที่ทำงานหลังจบปริญญาตรีใบแรกจนถึงวิธีการคิดตั้งตนเป็น SME โดยสามารถแบ่งเนื้อหาในเล่มออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ (1) การเลือกบริษัทเข้าทำงาน (2) การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ประสบความสำเร็จ และ (3) ไอเดียการทำธุรกิจของตนเอง ซึ่งเราสามารถสรุปเนื้อหาแต่ละหัวข้อออกมาได้ ดังนี้

1. การเลือกบริษัทเข้าทำงาน
ก่อนจะเลือกสมัครบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เราต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า งาน (Job) กับคำว่า อาชีพ (Career) นั้นต่างกัน เราอาจมีหลายงานให้ทำในชีวิต แต่สุดท้ายส่วนใหญ่จะมีอาชีพหลักอาชีพเดียว ซึ่งการเลือกอาชีพนั้นเราก็ต้องดูแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่อาชีพเราอยู่เสียก่อน และศึกษาเส้นทางความสำเร็จจากรุ่นพี่ หรือคนที่เคยทำมาก่อนหน้าว่ามีเส้นทางการทำงานอย่างไร

ทีนี้พอเราเลือกอาชีพได้แล้ว เราก็ต้องดูด้วยว่าในบริษัทที่เราสมัครนั้น อาชีพที่เราเลือกเป็นแนวหน้าที่มีความสำคัญ หรือเป็นแนวหลังที่คอยสนับสนุนแนวหน้าอีกทีหนึ่ง แน่นอนถ้าบริษัทเน้นด้านการเงินแต่เราเก่งด้านการผลิตก็คงจะรุ่งยาก คำถามต่อมาก็คือ ควรทำงานในบริษัทไหนระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่กับบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งทั้งสองบริษัทก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ในบริษัทใหญ่นั้นข้อดีคือ ทำให้โปรไฟล์การทำงานของเราดูดี แต่โอกาสก้าวหน้าก็มีน้อยตามไปด้วย เพราะมีคนคอยขึ้นก่อนหน้าเราอยู่แล้ว ส่วนบริษัทเล็กอาจไม่มีชื่อเสียง ไม่มั่นคง แต่การทำงานที่นี่จะได้เรียนรู้งานที่หลากหลายไม่ใช่เฉพาะสายที่เราจบมาเท่านั้น

2. การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ประสบความสำเร็จ
โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทสามารถแบ่งระบบการเลื่อนขั้นพนักงานออกเป็น 2 ระบบ ระบบแรกคือ เน้นความสามารถ ส่วนระบบสุดท้ายคือ ระบบเถ้าแก่ที่ไม่ได้ใช้ความสามารถ (อย่างเดียว) เป็นตัวชี้วัด แต่จะใช้ความถูกอกถูกใจของหัวหน้าเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจ ซึ่งในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วเป็นแบบหลัง เพราะฉะนั้นคุณต้องวิเคราะห์การใช้คนและรูปแบบการทำงานของหัวหน้าคุณไว้ให้ดีว่าเขาชอบลูกน้องสไตล์ไหน อย่างไรก็ตามคนที่ประสบความสำเร็จในองค์กรส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่ทำงานเกินเงินเดือนด้วยกันทั้งสิ้น เพราะนอกจากจะพัฒนาศักยภาพความสามารถตนเองได้ดีแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ที่หัวหน้ามองเราดีขึ้นอีกด้วย

3. ไอเดียการทำธุรกิจของตัวเอง
ไอเดียการทำธุรกิจนั้นมาจาก 3 ทางด้วยกัน (1) ไอเดียธุรกิจที่เกิดจากงานประจำที่เคยทำ และนำข้อมูลหรือประสบการณ์ที่ได้รับมานั้นสานต่อจนกลายเป็น SME (2) มาจากงานอดิเรกที่เราชอบ แต่ก่อนที่เราจะพัฒนางานอดิเรกเป็นธุรกิจ เราควรสำรวจตัวเองดูก่อนว่ามีทักษะความสามารถในด้านนั้นไหม หรือมีแค่ความชอบเพียงอย่างเดียว (3) มาจากการสังเกตสิ่งรอบตัว วิลเลียม อี. ไฮเนคกี้ เจ้าของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ได้ให้ความเห็นว่าเราควรหาช่องว่างทางการตลาดและถมช่องว่างนั้นด้วยธุรกิจของเรา อย่างไรก็ตามเราไม่ควรไปเลียนแบบธุรกิจคนอื่น เพราะถ้าธุรกิจเราเหมือนกับคนอื่นแล้วล่ะก็ นั่นคือเราต้องแข่งขันในรูปแบบของราคา และใครที่มีทุนหนาสายป่านยาวก็จะชนะในสงครามครั้งนี้

โดยรวมแล้วหนังสือจากมนุษย์เงินเดือนสู่สุดยอด SME เป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งที่เหมาะกับคนพึ่งเรียนจบใหม่เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้ยึดเป็นแนวทางในการมองหาอาชีพที่ใช่งานที่ชอบสำหรับตน ดังประโยคสุดฮิตที่บอกว่า “ถ้าได้ทำงานที่ตัวเองรัก คุณจะไม่ต้องทำงานเลยสักวัน”

1100 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น