รูปแบบที่โดดเด่นกับการสร้างนวัตกรรม กับ ดร.เรวัต ตันตยานนท์

ในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ที่มีความแปลกใหม่ออกมาสู่ตลาดและเริ่มมีผู้ให้ความสนใจ ในระยะแรกๆ ก็จะมีธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการจะเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาด จะพยายามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ได้คล้ายๆ กันออกมาแข่งขัน เพื่อชิงความสนใจจากลูกค้า

ทำให้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่นำเสนอ นอกจากจะถูกลอกเลียนแบบโดยตรงแล้ว ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์หรือดีไซน์ให้ดูแปลกแตกต่างออกไป แม้ว่าจะมีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานเหมือนๆ กัน

ทำให้ตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ เต็มไปด้วยผู้เล่นหน้าใหม่หรือหน้าเดิมต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบหลากหลาย

แต่ในที่สุดรูปแบบต่างๆ ก็จะค่อยๆ หายไปจากตลาด และคงเหลือรูปแบบที่เป็นหลักเพียงไม่กี่รูปแบบ ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นรูปแบบที่ผู้บริโภคให้การยอมรับมากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น โทรศัพท์มือถือในระยะแรกๆ ต่างก็มีผู้คิดค้นรูปแบบต่างๆ ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมีแป้นพิมพ์ในรูปแบบต่างๆ มีฝาปิดพับหรือไม่มีฝาปิด มีเสาอากาศ หรือซ่อนเสาอากาศ ฯลฯ

จนในที่สุดโทรศัพท์มือถือรูปแบบสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ก็จะมีเพียงหน้าจอระบบสัมผัส ไม่มีแป้นพิมพ์หรือมีปุ่มควบคุมต่างๆ น้อยมากเพียงไม่กี่ปุ่ม

รูปแบบที่ได้รับการยอมรับของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมนี้ เป็นพฤติกรรมของกระบวนการพัฒนานวัตกรรมที่ได้รับการศึกษาอย่างละเอียด โดยกูรู 2 ท่าน คือ อะเบอร์แนทธี (Abernathy) และ อัทเทอร์แบค (Utterback) และได้เรียกรูปแบบของนวัตกรรมที่ตลาดให้การยอมรับนี้ว่าเป็น “รูปแบบที่โดดเด่น” หรือ Dominant Design

ผลจากการศึกษาเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมและการเกิดขึ้นของรูปแบบที่โดดเด่น ทำให้เราได้ทราบว่าพฤติกรรมหรือธรรมชาติของการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมออกสู่ตลาด จะมีรูปแบบที่ค่อนข้างจะเฉพาะและคล้ายๆ กัน (https://goo.gl/images/DdZEbM)

โดยเส้นทางของการพัฒนานวัตกรรมจะแบ่งออกเป็น 2 มิติ คือ มิติของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และมิติของการพัฒนากระบวนการผลิต

ในระยะแรกของการพัฒนานวัตกรรมทั้ง 2 กูรู คือ อะเบอร์แนทธีและอัทเทอร์แบค พบว่าธุรกิจนวัตกรรมจะสนใจต่อมิติของตัวผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก ทำให้อัตราการสร้างนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก นำไปสู่ความหลากหลายของรูปแบบต่างๆ ที่เสนอตัวเข้ามาแย่งชิงความสนใจของตลาดและผู้บริโภค

ในขณะที่กระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมนั้นๆ ยังเป็นกระบวนการเฉพาะที่คิดค้นขึ้นมา และยังไม่ได้รับการปรับแต่งหรือพัฒนามากนัก

เมื่อเวลาผ่านไปการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์รูปแบบผลิตภัณฑ์จะค่อยๆ ลดลง เนื่องจากตลาดและผู้บริโภคจะเริ่มตัดสินใจ และคัดเลือกรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เห็นว่าตอบสนองการใช้งานได้ดีที่สุด ไม่ซับซ้อนมากไป และไม่เรียบง่ายจนเกินไป

ทำให้ธุรกิจที่แข่งขันกันอยู่มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ลดความหลากหลายลง มุ่งเข้าสู่การสร้างสินค้าที่เป็นรูปแบบที่โดดเด่นที่ตลาดยอมรับ

เมื่อตลาดวิวัฒนาการเข้าสู่สภาวะการยอมรับรูปแบบที่โดดเด่นแล้ว ธุรกิจต่างๆ ก็จะให้ความสนใจพัฒนานวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์ลดน้อยลง หากจะมีก็เป็นเพียงการสร้างนวัตกรรมแบบต่อยอด หรือ Incremental Innovation เท่านั้น โดยคงยึดถือรูปแบบที่โดดเด่นเป็นหลัก

ในทางตรงกันข้ามการคิดค้นนวัตกรรมกระบวนการจะเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบที่โดดเด่นให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้คงอยู่เหนือคู่แข่งอื่น

ผู้ประกอบการที่สนใจสร้างธรุกิจนวัตกรรม เมื่อได้รับทราบพฤติกรรมของการเกิดรูปแบบที่โดดเด่นนี้แล้ว ก็จะสามารถวางแผนที่จะสร้างธุรกิจนวัตกรรม ให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากที่สุดได้ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สร้างขึ้น

โดยให้ความสนใจกับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ก่อน และเมื่อตลาดตัดสินใจเลือกรูปแบบที่โดดเด่นไว้แล้ว ก็ควรหันมาพัฒนานวัตกรรมกระบวนการผลิตต่อไป

866 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น