“โอวีวา” จากความล้มเหลวสู่ธุรกิจยอดขาย 20 ล้าน

แม้เคยล้มเหลวทุนน้อยก็ประสบความสำเร็จได้ ลงทุนครั้งแรกสูญเงินไป 3 แสน ยืนขึ้นใหม่ ใช้หลักซื้อมาขายไป ศึกษาจนเชี่ยวชาญในสินค้า ผลิตเองและนำเข้าจากเมืองนอก สร้างแบรนด์อาหารเสริม ชา กาแฟ เพื่อสุขภาพ ประสบความสำเร็จเติบโตเกิน 100% ต่อเนื่องทุกปี ยอดขายสูงถึง 20 ล้าน

โอวีวา คอร์ป จำกัด บริษัทนำเข้าวัตถุดิบอาหารเสริม รับจ้างผลิตในรูปแบบ OEM / ODM เครื่องดื่มประเภท ชา กาแฟ นมแพะ ในแบรนด์ MUZ (ตรามัซ) และอาหารเสริมประเภทต่างๆ

คุณอภัสนันท์ อภิธนาบุญเศรษฐ์ Managing Director บริษัท โอวีวา คอร์ป จำกัด กล่าวว่า จุดเด่นและความน่าสนใจคือ สินค้าทุกชนิดของโอวีวาเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งจับกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ เป็นอาหารเสริมคุณภาพดีนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา แม้แต่ตัวชาและกาแฟเองนั้นก็ไม่มีส่วนผสมของครีมเทียมและน้ำตาล สามารถดื่มได้ทุกวันโดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

สำหรับแรงบันดาลใจในการทำงานนั้นเริ่มต้นมาจากการที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งคุณอภัสนันท์เปิดเผยว่า ที่เลือกทำเกี่ยวกับอาหารเสริมและสุขภาพนั้นมาจากการที่ต้องดูแลคนในครอบครัว พบว่าปัญหาเรื่องสุขภาพนั้นเป็นปัญหาพื้นฐานของคนโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงความอยากมีสุขภาพดีและการชะลอวัย จึงคิดว่าการทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพนั้นสามารถตอบโจทย์คนในยุคนี้ได้ แต่เนื่องจากไม่มีพื้นฐานในการทำธุรกิจ คุณอภัสนันท์จึงศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในสาขาด้านการประกอบการโดยตรง

เมื่อเรียนจบคุณอภัสนันท์มีความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจมากขึ้น เข้าใจมุมมองของผู้ประกอบการ วิเคราะห์ตลาดเป็น โดยเริ่มทำธุรกิจจากการเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว

“ตอนนั้นออกจากงานประจำมีเงินเก็บประมาณ 3 แสนบาท เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวด้วยการเช่าพื้นที่ในตลาดนัด ขายดีมาก แต่แค่แป๊บเดียว เพราะเจอกับวิกฤตน้ำท่วม ถามว่าเจ๊งมั้ยก็ตอบตรงๆ ว่าเจ๊ง” คุณอภัสนันท์กล่าว

ถึงการทำธุรกิจครั้งแรกจะล้มเหลว แต่สาวสวยคนเก่งไม่ยอมแพ้ แม้จะไม่มีเงินเหลือแต่ก็มองหาช่องทางในการทำธุรกิจ ได้คำแนะนำจากเพื่อนให้ใช้รูปแบบซื้อมาขายไปโดยแนะนำลูกค้าให้ เป็นสินค้าเกี่ยวกับสารสกัดอาหารเสริม ซึ่งทำอยู่ 2 – 3 ปี ทำให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวัตถุดิบและสูตรต่างๆ จากนั้นจึงเริ่มทำการติดต่อกับต่างประเทศ ขยายตลาดออกไป เริ่มมีเงินทุนหมุนเวียน ค่อยๆ นำกำไรมาเพิ่มทุน มีโรงงานผลิต ทั้งชา กาแฟ และอาหารเสริมประเภทคอลลาเจน ซึ่งแม้จะเป็นโรงงานเล็กแต่ได้มาตรฐาน ทั้ง อย.  GMP และฮาลาล  โดยเน้นผลิตในแบรนด์ของตัวเอง มีสัดส่วนในการจ้างผลิต 10–15% โดยออกแบบไม่ซ้ำกันกับแบรนด์โอวีวาทั้งสูตรและประเภทของสินค้า

กลุ่มลูกค้าคือคนทั่วไปที่รักสุขภาพ เน้นในกลุ่มวัยทำงานขึ้นไป วางจำหน่ายอยู่ที่เดอะมอลล์  ร้านกูร์เมต์ในเครือเดอะมอลล์ทุกสาขา  ร้านสบายใจ  ร้านฟลายนาว เอาท์เลท และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าหลักซึ่งเป็นชาวต่างชาติ กลุ่มทัวร์จีน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า สินค้าเป็นที่นิยม

“มียอดขายเติบโตต่อเนื่องถึง 100% ในทุกๆ ปี อย่างปีที่ผ่านมามียอดขายประมาณ 20 กว่าล้าน ซึ่งปีนี้มองว่ายังไงก็น่าจะถึง 100 ล้าน”

ซึ่งที่ผ่านมาโอวีวามีการทำตลาดด้วยการมองความต้องการของลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงออกแบบสูตรให้ตรงกับความต้องการ อย่างเช่นกาแฟทรีอินวันที่มีเยอะมากในตลาด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรายใหญ่ ต้องมองว่าอะไรที่เจ้าใหญ่เหล่านั้นไม่มี ซึ่งก็คือเรื่องความเป็นกาแฟเพื่อสุขภาพ ดังนั้นโอวีวาจึงเป็นตัวเลือกของสินค้าสุขภาพที่แตกต่างจากรายอื่นๆ

ส่วนเรื่องคู่แข่งทางการตลาดที่มีมากนั้นคุณอภัสนันท์กล่าวว่า โอวีวาแข่งขันด้วยการมองให้ออกว่าจุดยืนทางการตลาดนั้นอยู่จุดไหน ซึ่งโอวีวาเป็นเครื่องดื่มที่เน้นเรื่องสุขภาพ โดยมีสโลแกนที่ว่า Tasty with care คือมีรสชาติอร่อย ไม่ทำลายสุขภาพ ซึ่งต้องเน้นในเรื่องจุดยืนของสินค้า แล้วจะสามารถอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้

แม้จะประสบความสำเร็จเรื่องยอดขาย แต่คุณอภัสนันท์มองว่าธุรกิจของตัวเองนั้นยังเป็นแค่การเริ่มต้น ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการตลาด โดยโอวีวาเน้นทำออนไลน์ซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

“สำหรับเอสเอ็มอีนั้นไม่ได้มีเงินเยอะ ซึ่งสื่อออฟไลน์ราคาสูงมาก ออนไลน์จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างเพราะทุกคนต่างใช้สมาร์ทโฟน การตลาดออนไลน์จึงเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้สินค้าของเราเข้าถึง และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค”

ซึ่งแนวทางในอนาคตโอวีวามีแผนพัฒนาการผลิต มีการสร้างโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้า พัฒนาแบรนด์ให้มีความเป็นสากล รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะขยายตลาดไปยังต่างชาติ โดยได้รับความสนใจจากจีน ฮ่องกง เวียดนาม ในการขอเป็นตัวแทนจำหน่าย

สุดท้ายสาวเก่งเจ้าของแบรนด์โอวีวาได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า สิ่งแรกที่สำคัญคือการคิดให้เร็ว เรียนรู้ให้มาก และก้าวเดินในทันที

“แม้มีต้นทุนไม่มาก แต่คิดเร็วทำเร็วอย่างรอบคอบก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ การตลาดและการขายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หากมีผลิตภัณฑ์ที่ดีแต่การตลาดไม่ดีสินค้าก็เกิดยาก” คุณอภัสนันท์กล่าวทิ้งท้าย สนใจสินค้าหรือบริการ โทร. 09-5814-5454

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

 

29077 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น