FARMER’S GRAIN เริ่มต้นจากศูนย์ ปั้นยอดขายสู่หลักแสน

เริ่มต้นจากศูนย์ ใช้เตาอบจากที่บ้านทดลองทำ สินค้าแปลกใหม่น่าสนใจ ทำธุรกิจควบคู่ไปกับการเรียนรู้ ค่อยๆ เติบโตจนประสบความสำเร็จ สร้างยอดขายต่อเดือนสูง 3-5 แสนบาทต่อเดือน

ฟาร์มเมอร์เกรนกราโนล่า คือธัญพืชอบกรอบที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเป็นการนำเอาข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ และเมเปิลไซรัป มาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปอบ สามารถนำมารับประทานเป็นของว่างหรือรับประทานคู่กับนม โยเกิร์ต ใช้โรยหน้าสลัด หรือใส่เป็นท็อปปิ้งในไอศกรีม ซึ่งกราโนล่านั้นเป็นอาหารของชาวยุโรปและอเมริกาที่นำข้าวและธัญพืชต่างๆ ที่มีมากมาแปรรูปเป็นอาหาร เพื่อเพิ่มรสชาติและการถนอมอาหาร สำหรับประเทศไทยคือสินค้าใหม่เพิ่งเป็นที่รู้จักมีขายในตลาดเพียงไม่กี่เจ้า

ซึ่งคุณประวีณ งามเกตุกมล  Managing Director บริษัท เมเปิลโฮม จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ฟาร์มเมอร์เกรนกราโนล่า ได้เปิดเผยถึงที่มาของการทำธุรกิจว่า เริ่มต้นมาจากเคยเรียนหนังสืออยู่ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งระหว่างที่เรียนนั้นได้ทำงานไปด้วยเกี่ยวกับร้านอาหารอยู่ในส่วนครัว หลังจากเรียนจบได้กลับมาเมืองไทยช่วยงานธุรกิจของครอบครัว แต่ด้วยความที่ไม่ถนัดจึงทำได้เพียงไม่นาน ซึ่งระหว่างที่ว่างงานอยู่นั้น วันหนึ่งได้เกิดคิดถึงช่วงเวลาที่เคยทำงานในร้านอาหารที่อเมริกา ซึ่งทำกราโนล่าให้ลูกค้า จึงใช้เตาอบของที่บ้านทำขึ้นมากิน เพื่อนึกถึงความทรงจำเก่าๆ ปรากฏว่าคนที่บ้านได้ลองชิมต่างพอใจในรสชาติ

“คุณพ่อคุณแม่และคนที่บ้านได้ลองชิมบอกว่าอร่อย แต่ไม่รู้จักว่าคืออะไร เพราะประเทศไทยไม่มี จึงแนะนำว่าให้ลองทำออกขาย”

จากนั้นคุณประวีณจึงลองอบกราโนล่าออกขาย หาแพ็กเกจจากร้านทั่วไปในสำเพ็ง ขายส่งตามสถานีรถไฟฟ้า ใช้ชื่อว่า Skinni Bares ออกบูธขายตามงานต่างๆ แต่เนื่องจากกราโนล่าที่ทำนั้นเป็นสูตรดั้งเดิม รสชาติเข้มข้น และใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี จึงทำให้มีราคาแพง ซึ่งทางบ้านแนะนำว่าควรปรับสูตรและลดราคาลงเพื่อให้สินค้าขายได้มากขึ้น แต่คุณประวีณใช้วิธีการสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาคือ FARMER’S GRAIN เป็นสูตรใหม่ที่ราคาถูกลง ส่วน Skinni Bares ยกระดับขึ้นไปเป็นสินค้าในแบบพรีเมียม

จุดเด่นและความน่าสนใจของฟาร์มเมอร์เกรนกราโนล่าคือ เป็นสินค้าใหม่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทย ในตลาดมีสินค้าน้อยราย เป็นกราโนล่าข้าวโอ๊ตอบกรอบ สูตรโฮมเมด พิถีพิถันทุกขั้นตอน สดใหม่จากเตา อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ รับประทานง่าย สะดวกพกพา สามารถทานคู่กับนม โยเกิร์ต โรยหน้าสลัด ไอศกรีม ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพและคนที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยมีสินค้าให้เลือกทั้งหมด 4 สูตรคือ 1.สูตรต้นตำรับ 2.ผลไม้รวม 3.ช็อกโกนานา และ 4.บลูไรซ์เบอร์รี

จากนั้นคุณประวีณได้เล่าย้อนไปถึงการเตรียมพร้อมก่อนทำธุรกิจว่า เริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย เงินเก็บจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มากนัก และความรู้เกี่ยวกับการทำกราโนล่านั้นติดตัวมาจากตอนทำงานในครัวเมื่อครั้งอยู่สหรัฐอเมริกา เตาอบใช้ของที่บ้าน จากนั้นค่อยๆ ขยายธุรกิจออกไปเรื่อยๆ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องการทำตลาด ส่วนเรื่องเงินทุนนั้นเริ่มมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นในตอนขยายธุรกิจ เมื่อสร้างแบรนด์  FARMER’S GRAIN ขึ้นมา โดยการลงทุนหลักคือซื้อเตาอบขนาดใหญ่ การสต๊อกวัตถุดิบ ค่าแพ็กเกจจิง  ค่าแรงงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในส่วนของการวิจัยและพัฒนา ซึ่งทั้งหมดใช้งบประมาณลงทุนไปประมาณ 1 ล้านบาท

โดยเป็นการลงทุนและขยายธุรกิจไปพร้อมๆ กัน ซึ่ง FARMER’S GRAIN ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลา 3 ปี ยอดขายอยู่ที่ 3-5 แสนบาทต่อเดือน  ซึ่งคุณประวีณคาดการณ์จุดคุ้มทุนไว้ในเวลาไม่เกิน 2 ปี

ส่วนปัญหาและอุปสรรคที่เจอคือ เรื่องของประสบการณ์ เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจมาก่อน ต้องศึกษาเพิ่มเติมทุกอย่างทั้งด้านการตลาด การผลิต คุณประวีนกล่าวว่าในขณะที่ประกอบธุรกิจพยายามเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ลองผิดลองถูก ปรึกษากับคนในครอบครัวและผู้ที่มีความรู้ ส่วนปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ สินค้าเป็นสิ่งที่คนไม่รู้จัก เพราะกราโนล่าเป็นอาหารจากต่างประเทศ ซึ่งในการออกบูธช่วงแรกไม่มีคนรู้จัก ไม่รู้ว่าคืออะไร จึงต้องทำการตลาดโดยเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทางเพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น ประกอบกับมีสินค้าแบบเดียวกันที่เป็นเจ้าตลาดใหญ่ทำตลาดอยู่ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ FARMER’S GRAIN พลอยเป็นที่รู้จักไปด้วยในตัว

“ลูกค้าถามว่าเป็นแบบเดียวกับตัวนั้นใช่มั้ย ซึ่งหมายถึงเจ้าตลาดใหญ่ เราก็บอกว่าใช่เป็นแบบเดียวกัน มองว่าเป็นโชคดีของเราที่มีลูกค้ารู้จัก ซึ่งเราก็มีจุดเด่นที่แตกต่างในเรื่องที่สามารถรับประทานแบบกินเล่นได้เลย”

FARMER’S GRAIN มีจำหน่ายที่ร้านเลมอนฟาร์ม ร้านใบเมี่ยง รวมถึงร้านค้าออร์แกนิคต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ สามารถสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก โดยในอนาคตกำลังวางแผนขยายช่องทางการจำหน่ายเพิ่ม รวมทั้งเน้นทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตกำลังพัฒนาโรงงานเพื่อให้ได้มาตรฐาน รวมถึงสร้างสินค้าใหม่ๆ ออกมาสำหรับตลาดต่างชาติที่เริ่มให้ความสนใจในตัวสินค้าอีกด้วย

สุดท้ายในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่คุณประวีณแนะนำว่าต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะการทำธุรกิจคือการเรียนรู้ หากหยุดเราจะไม่นำคนอื่น

“มองว่าในยุคปัจจุบันภาวะการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในภาคเอสเอ็มอี ทำอะไรออกมาคู่แข่งก็ตามมาทันที พร้อมทุนที่สูงกว่า ทำได้ดีกว่าใหญ่กว่าเราก็ลำบาก ดังนั้นต้องมองคู่แข่งเพื่อเป็นแนวทางและนำมาพัฒนาตัวเอง หากไม่หยุดเรียนรู้ก็จะประสบความสำเร็จได้แน่นอน”  คุณประวีณกล่าวทิ้งท้าย FARMER’S GRAIN โทร. 082-259-9866  FB : FARMERSGRAINBKK   IG : FARMERSGRAINBKK

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

18032 Total Views 6 Views Today
แสดงความคิดเห็น