SME สิงคโปร์ เรียกร้องข้อจำกัดแรงงานต่างชาติ

เตียว เซียง เซง ผู้นำทางธุรกิจภายใต้การดูแลของสภาธุรกิจสิงคโปร์ (SBF) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมองหานโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างชาติ หลังการกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา

เตียว เซียง เซง ผู้นำทางธุรกิจภายใต้การดูแลของสภาธุรกิจสิงคโปร์ (SBF) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมองหานโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างชาติ หลังการกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ในช่วงการเจรจากับนายลี เซียน ลุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้นำทางธุรกิจเรียกร้องนโยบาย โควตาแรงงานต่างประเทศ, การเก็บภาษีที่สูงและความต้องการค่าจ้างขั้นต่ำในการต่ออายุการทำงาน เนื่องจากผู้ประกอบการ SME ถูกบีบคั้นจากค่าเช่าที่สูงและความล้มเหลวในการผลิตแรงงาน

“สิ่งที่พวกเราต้องเผชิญ บางทีรัฐบาลสามารถพิจารณาลดการจัดเก็บภาษีหรือนำภาษีมาช่วยธุรกิจให้เติบโตขึ้น เราหวังว่าความสัมพันธ์ไตรภาคีระหว่างสหภาพแรงงาน รัฐบาล และนายจ้าง จะสนับสนุนคนงานให้เป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต” เตียว เซียง เซง ประธานสภาธุรกิจสิงคโปร์ กล่าว

การส่งออกที่ไม่แข็งแรงและสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการ SME จึงต้องหวังพึ่งรัฐบาล โดยกำลังมองหาเงินอุดหนุนและการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายที่หนุนอัตรากำไรข้นต้นลดลงและระงับค่าแรงที่สูงขึ้น

เค ชันมูกัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาแรงงานหลังจากรวบรวมข้อเสนอแนะจากห้องประชุมและสมาคมการค้า

“นโยบายเรื่องแรงงานไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ เว้นเสียแต่ธุรกิจมีความพึงพอใจ เราไม่สามารถปล่อยให้ธุรกิจอ่อนแอและต้องมาสูญเสียไปกับสิ่งที่สร้างขึ้นมากับมือ”

“ธุรกิจ SME ต้องเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับประเด็นเรื่องค่าใช้จ่าย โดยในห้องประชุม ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสนทนาในเรื่องนี้ โดยองค์ประกอบต้นทุนของค่าแรงจะต้องถูกมองไปที่นโยบายและการเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่างว่ามีความจำเป็นหรือไม่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของดำเนินงาน” เขากล่าวเพิ่มเติม

สมาชิกบางคนของสภาธุรกิจสิงคโปร์ กล่าวว่าขั้นตอนการทำงานที่ผ่านมาควรทำให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ขณะที่สมาชิกรายอื่นตั้งข้อสังเกตว่าแรงจูงใจและผลประโยชน์ของแรงงานควรจะระบุอยู่ในจำนวนปีของการทำงาน

นายสาวเฮเลน คู กรรมการบริหารขายปลีก Wing Tai กล่าวว่า “ร้านค้าขายปลีกหลายรายมีค่าเช่าและค่าแรงงานมากกว่าร้อยละ 20 สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ฮ่องกง งานขายปลีกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่มีอายุเยอะ อีกทั้งการใช้กลยุทธ์ทางเลือก เช่น การจ้างแบบพาร์ทไทม์ ทำให้แรงงานขาดประสิทธิภาพและความมุ่งมั่นในการทำงาน

นางสาว เคย์ คว๊อก สมาชิกคณะกรรมการสมาคมโรงแรมสิงคโปร์ กล่าวว่า โรงแรมตากอากาศในสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรงประมาณร้อยละ 25 -30 ของค่าใช้จ่ายรวมเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่มีค่าใช้จ่ายรวมร้อยละ 15

446 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น