ฟิลิปปินส์ ประชากรหนุ่มสาวเต็มเมือง GDP สูง น่าค้าขาย

หากพูดถึงการลงทุนการค้าในตลาดอาเซียน ประเทศฟิลิปปินส์ถือเป็นตลาดใหญ่ที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก เพราะเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก โดยมีค่า GDP อยู่ในระดับ 6-7% ต่อเนื่องกันมานานถึง 7 ปีแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจและทำให้ตลาดฟิลิปปินส์น่าจับตามอง และเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย คือ จำนวนประชากรฟิลิปปินส์กว่า 108 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นประชากรวัยทำงานสูงถึง 65% และมีประชากรผู้สูงอายุเพียง 4% เท่านั้น โดยอายุเฉลี่ยของชาวฟิลิปปินส์นั้นจะอยู่ที่ 24.4 ปี นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์นั้นเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง เพราะประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้ ประกอบกับมีประชากรส่วนหนึ่งที่ออกไปทำงานนอกประเทศ และส่งเงินกลับเข้ามาในประเทศ เช่น ประชากรที่ไปประกอบอาชีพแพทย์และพยาบาลในต่างประเทศ จึงยิ่งทำให้เศรษฐกิจของชาวฟิลิปปินส์ค่อนข้างดีมาก ประชาชนมีกำลังซื้อสูง อีกทั้งโดยพื้นฐานวัฒนธรรมการบริโภคของชาวฟิลิปปินส์ที่มีนิสัยชอบลองของใหม่ๆ และใช้จ่ายไม่อั้น รวมทั้งไม่นิยมการออม จึงทำให้การใช้จ่ายในการซื้อสินค้าต่างๆ เป็นไปอย่างคล่องตัว

นอกจากนี้ชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ยังนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก จึงทำให้มีลักษณะค่านิยมในการจับจ่ายใช้สอยในโอกาสพิเศษต่างๆ มากมาย เช่น การซื้อของขวัญให้กันในวันเกิด รวมไปถึงวัฒนธรรมการแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ ของชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมีอยู่หลายโอกาสในหลายช่วงอายุ จึงทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยกันตลอดเวลา

คุณขานขนิษฐ์ อัมพุประภา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงมะนิลา กล่าวถึงโอกาสในการลงทุนในฟิลิปปินส์ว่า เนื่องจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จึงทำให้บรรยากาศการค้าและการลงทุนในฟิลิปปินส์เป็นไปได้ดีมาก ซึ่งสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญหรือโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในความรู้สึกของผู้บริโภคฟิลิปปินส์นั้นค่อนข้างดีมาก ผู้บริโภคมองว่าสินค้าไทยมีคุณภาพและราคาที่เหมาะสมสอดคล้องกัน ในส่วนของสินค้าประเภทอาหาร ไทยถือว่ามีความได้เปรียบเนื่องจากรสชาติอาหารไทยบางชนิดมีรสชาติคล้ายคลึงกับอาหารของชาวฟิลิปปินส์ เช่น อาหารประเภทพะโล้หรือต้มซุปที่มีรสเปรี้ยวอย่าง “ซินิกัง” ซึ่งจะมีรสชาติคล้ายกับต้มยำของไทย เป็นต้น ความใกล้เคียงของรสชาติอาหาร ทำให้สินค้าอาหารของไทยสามารถรุกเข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ได้ไม่ยากนัก ดังเช่นในปัจจุบันชาวฟิลิปปินส์กำลังให้ความนิยมในการรับประทานข้าวตังหมูหยองเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันสินค้าไทยที่ทำตลาดได้ดีในฟิลิปปินส์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มคอสเมติก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ เพราะเป็นกลุ่มสินค้าขายดีติดอันดับ 1 ใน 5 ของสินค้าไทยที่ขายดีในฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าเกษตร ซึ่งฟิลิปปินส์มีการนำเข้าจากต่างประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากประเทศมักจะประสบปัญหาด้านภัยธรรมชาติ จึงทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกได้เพียงพอกับความต้องการของประชากรในประเทศ ซึ่งกลุ่มสินค้าเกษตรที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากไทยเป็นปริมาณมาก ได้แก่ น้ำตาลทราย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นและขยายตัวต่อเนื่อง สินค้าอีกกลุ่มที่ทำตลาดได้ดีในฟิลิปปินส์ก็คือ สินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะประเภทเครื่องดื่ม ซึ่งสามารถทำตลาดในฟิลิปปินส์ได้ดีมาก เช่น นมถั่วเหลือง นมเปรี้ยว เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นคนในวัยทำงานและกำลังให้ความนิยมในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ซึ่งเทรนด์ของอาหารสุขภาพในฟิลิปปินส์นั้นถือว่ากำลังฮอตฮิตมาแรงไม่แพ้ในบ้านเราเลยทีเดียว

ผอ. สคต. ณ กรุงมะนิลา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากโอกาสทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีค่อนข้างสูงมากในตลาดฟิลิปปินส์แล้ว ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและอาจเป็นอุปสรรคในการค้าการลงทุนก็คือ เรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งถือว่าสำคัญมาก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวัฒนธรรมและพื้นฐานอุปนิสัยของชาวฟิลิปปินส์ ที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ เพื่อจะได้สามารถปรับกลยุทธ์ให้รองรับกับการทำตลาดในฟิลิปปินส์ได้ เช่น ธรรมชาติของคนฟิลิปปินส์จะค่อนข้างไม่ตรงต่อเวลา และมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาสูง หรือคนฟิลิปปินส์มีความเกรงใจสูง ทำให้บางครั้งจะตอบรับด้วยความเกรงใจ แต่จะไม่ทำตามที่รับปากไว้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไทยเรียนรู้และทำความเข้าใจกับตลาดฟิลิปปินส์ให้มากขึ้น โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในตลาดนี้ก็จะมีมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ ได้จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา สคต. มะนิลาได้มีการจัดงาน Thailand Week 2017 ณ กรุงมะนิลา โดยได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูต 5 ประเทศอาเซียนที่ประจำในกรุงมะนิลา เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน (ไทย อินโดนีเซีย เมียนมา มาเลเซีย และสิงคโปร์) ซึ่งในงานดังกล่าวประธานกรรมการบริษัท SM ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าที่มีสาขามากที่สุดในฟิลิปปินส์  ได้มาเยี่ยมชมงานและแสดงความสนใจในสินค้าไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเครื่องประดับต่างๆ น้ำยาล้างเครื่องประดับ และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ยังมีเจ้าของธนาคาร Metrobank ธนาคารระดับ Top 3 ของประเทศฟิลิปปินส์ ประธานสมาคมเครื่องสำอางของฟิลิปปินส์ และผู้นำเข้ารายใหญ่ของฟิลิปปินส์มาร่วมชมงาน เจรจาการค้า และได้แสดงความสนใจในสินค้าไทยเป็นอย่างมากอีกด้วย แสดงให้เห็นว่าสินค้าไทยนั้นกำลังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในตลาดฟิลิปปินส์ ซึ่งผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้ามโอกาสนี้เลยทีเดียว

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียน ด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขา ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

3396 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น