Forrest Gump อัจฉริยะปัญญานิ่ม

ภาพยนตร์อเมริกันเรื่องเยี่ยมที่ครองใจคนดูและประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำรายได้ถึง 677 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐในขณะนั้น พร้อมรางวัลออสการ์ 5 รางวัลและลูกโลกทองคำอีก 3 รางวัลเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ

Forrest Gump เป็นภาพยนตร์ชีวิต-เบาสมอง ที่สร้างขึ้นจากนิยายชื่อเดียวกัน แต่งโดย Winston Groom กำกับการแสดงโดย Robert Zemeckis และนำแสดงโดย ทอม แฮงส์ ซึ่งรับบทเป็น Forrest Gump

Gump เป็นเด็กที่มีไอคิวต่ำกว่ามาตรฐานและขาพิการต้องดามเหล็กไว้ เขาเกิดและเติบโตในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอลาบาม่า ท่ามกลางผู้คนที่ชอบรังแกเขา แต่เขาก็เติบโตมาด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์และเป็นคนที่คิดบวกอยู่เสมอ ด้วยไอคิวที่ต่ำทำให้ Gump เชื่อฟังทุกคน รักษาคำสัญญาและทุ่มเททำในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างดีที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ Gump ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ทำ Gump แทบไม่มีความต้องการอะไรในชีวิตเลย เขาปล่อยให้โชคชะตานำพาชีวิตไป เฉกเช่นเดียวกับขนนกที่ลอยละล่องไปตามลม (ซึ่งเป็นภาพเปิดเรื่องที่ผู้กำกับพยายามสอดแทรกความหมายอย่างเป็นนัยยะไว้) ยกเว้นสิ่งเดียวที่ Gump ต้องการ ก็คือ การได้อยู่กับเจนนี่ ซึ่งรับบทโดยโรบิน ไรท์ เพนน์

เจนนี่ เป็นเพื่อนรักและหญิงที่ Gump หลงรักเพียงคนเดียวซึ่งมีความฝันที่จะเป็นนักดนตรีชื่อดัง เจนนี่ต้องการลิขิตชีวิตตัวเองและออกค้นหาความหมายของชีวิต แต่ต้องเผชิญกับความเลวร้ายและน่าเวทนาหลายอย่าง ทั้งโดนแฟนหนุ่มซ้อม และต้องวนเวียนอยู่ในวงจรยาเสพติด แต่ในที่สุดเจนนี่ก็กลับมาหา Gump และติดโรคร้ายตาย

นอกจากเจนนี่แล้ว Gump ยังมีเพื่อนรักอีกคนหนึ่งคือบั๊บบา ผู้ซึ่งมีความฝันเช่นกันว่าจะเป็นกัปตันเรือกุ้ง บั๊บบาได้แต่พร่ำเพ้อถึงการเป็นกัปตันเรือกุ้ง โดยที่ยังไม่ได้ลงมือทำ และในที่สุดบั๊บบาก็ต้องเสียชีวิตจากเหตุยิงถล่มกันที่เวียดนาม ทำให้ Gump ต้องมาสานต่อความฝันของบั๊บบาในการเป็นกัปตันเรือกุ้งแทน

นอกจาก Gump เจนนี่ และบั๊บบาแล้ว ในเรื่องยังมีตัวละครอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้หมวดแดน ซึ่งเป็นนายทหารที่รับใช้ชาติ และมีความฝันที่จะตายในสนามรบเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตระกูล แต่ในที่สุดความฝันของผู้หมวดแดนก็พังทลายลงอีกเช่นกัน เพราะรอดพ้นจากความตายด้วยความช่วยเหลือจาก Gump ซึ่งทำให้ผู้หมวดแดนต้องทนอยู่กับสภาพขาด้วนไปตลอดชีวิต แต่ก็สามารถยอมรับความจริงได้ในที่สุด

ผู้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะค่อย ๆ เข้าใจเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านชีวิตความเป็นไปของตัวละครทั้งหมดที่ผู้เขียนบทพยายามเอาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้ามาสอดแทรกผสมผสานเป็น Gimmic ได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยผู้ชมจะเกิดข้อสงสัยขึ้นในหัวว่า “สรุปแล้วชีวิตเราควรล่องลอยไปตามลมเฉกเช่นเดียวกับ Gump ?” ซึ่งผู้เขียนบทได้ให้บทสรุปทางความคิดในตอนท้ายของเรื่องผ่านถ้อยคำของ Gump ที่ว่า “ผมไม่รู้ว่าแม่พูดถูกหรือผู้หมวดแดนพูดถูก ไม่รู้ว่าคนเราต้องลิขิตชีวิตไม๊ หรือว่าแค่ล่องลอยไปตามลม แต่ผมว่าน่าจะถูกทั้งคู่ เป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อม ๆ กัน” ซึ่งก็สอดคล้องกับคำพูดของ Gump ในตอนต้นเรื่องที่พูดกับคนแปลกหน้าคนแรกที่เขาได้พบขณะนั่งรอรถเมล์ว่า “ชีวิตก็เหมือนกับชอคโกแลตน่ะแหละ คุณไม่มีทางรู้ว่าอะไรจนกว่าคุณจะเปิดมัน”  ซึ่งประโยคนี้กลายมาเป็น motto ของเรื่องที่ใคร ๆ ก็กล่าวถึง

เมื่อเรานำเรื่องราวมาประมวลเข้าด้วยกันทั้งหมด เราจะได้ข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ลิขิตชีวิต แค่เรามีจิตใจที่ดีงามและความมุ่งมั่นตั้งใจเราก็ย่อมจะประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นภาพยนตร์ให้กำลังใจอีกเรื่องที่โดดเด่นทั้งด้านแนวคิด การแสดงที่ถือได้ว่าทอม แฮงค์ ตีบทแตกกระจุย แล้วยังมีการใช้เทคนิคการแต่งภาพและสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ที่ทำให้เรื่องราวดูสมจริงมากขึ้น มีองค์ประกอบภาพที่สวยงาม และเพลงบรรเลงที่ไพเราะอีกด้วย

หากคุณได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ครั้งต่อไปที่คุณเปิดกล่องชอคโกแลต คุณจะนึกถึงอัจฉริยะปัญญานิ่ม Forrest Gump

688 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น