จากไกด์ผลักชีวิตมาเป็นเจ้าของ “แพ 500 ไร่” รีสอร์ตกลางเขาสก

ปัจจัยความสำเร็จ “แพ 500 ไร่” จากไกด์ทัวร์สู่รีสอร์ตกลางน้ำร้อยล้าน ชูจุดเด่นในเรื่องความงดงามของบรรยากาศ บริการประทับใจ กระจายธุรกิจออกสู่ชุมชน สร้างประโยชน์ให้กับท้องถิ่น

“แพ 500 ไร่” คือที่พักสุดหรูกลางน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศเขื่อนเชี่ยวหลาน เขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความงดงามของบรรยากาศ การบริการที่น่าประทับใจ อีกทั้งเป็นธุรกิจท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ เน้นการสร้างอาชีพเพื่อกระจายรายได้ให้คนในชุมชน

ซึ่งผู้บริหารหนุ่ม คุณอติรัตน์ ด่านภัทรวรวัฒน์ เจ้าของธุรกิจ “แพ 500 ไร่” ได้อธิบายว่า คำว่า 500 ไร่ นอกจากจะเป็นชื่อแพแล้ว ยังหมายความไปถึงธุรกิจการท่องเที่ยวในนาม บริษัท สุราษฎร์อินเตอร์ทัวร์ จำกัด ซึ่งครอบคลุมถึงธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบครบวงจร ให้บริการข้อมูลและนำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในสุราษฎร์ธานีและใกล้เคียงครบวงจร เช่น ซื้อทัวร์ หาที่พัก เช่ารถ เช่าเรือ เป็นต้น โดยมี “แพ 500 ไร่” เป็นตัวชูโรงของสถานที่ท่องเที่ยว

จากไกด์ พัฒนาตัวเองสู่เจ้าของบริษัททัวร์

คุณอติรัตน์เล่าว่า เริ่มต้นธุรกิจทัวร์ตั้งแต่ปี 2551 จากการเป็นไกด์นำเที่ยว จนได้โอกาสขยับมาเป็นเซลส์ขายทัวร์ท่องเที่ยว พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ และในปี 2552 สามารถก่อตั้งบริษัท สุราษฎร์อินเตอร์ทัวร์ จำกัด จากนั้นในปี 2555 ก่อตั้งบริษัท รักษ์สุราษฎร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจรีสอร์ต “แพ 500 ไร่” การเติบโตของธุรกิจเป็นที่น่าพอใจมาโดยตลอด โดยช่วงที่ดีที่สุดคือ ปี 57-59 ประสบผลสำเร็จ สร้างผลประกอบการเกินร้อยล้านบาทต่อปี

ซึ่งประโยชน์จากการเป็นไกด์และเซลส์ขายทัวร์มาก่อน ทำให้คุณอติรัตน์ทราบความต้องการของนักท่องเที่ยว ว่าอะไรที่ควรมีและไม่ควรมี เข้าใจโจทย์ของสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

“เริ่มต้นจากการเป็นไกด์ ซึ่งกลยุทธ์จะเป็นในเชิงตั้งรับและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และมองต่อว่าหากมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับลูกค้า สร้างความชัดเจนในการประกอบการตัดสินใจ ก็จะช่วยให้ไกด์ทำงานง่ายขึ้น จากนั้นจึงคิดต่อว่าทำอย่างไรจึงจะครบวงจร คือเรื่องของการพักค้าง และระหว่างทางกว่าจะมาถึงการให้บริการของบริษัทเรา ทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้าสะดวกและมีความสุขมากที่สุดในการท่องเที่ยว จึงพัฒนาเป็นรูปแบบทัวร์ที่ดูแลทุกอย่างตั้งแต่การนำเสนอรูปแบบทัวร์ การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน ตลอดจนที่พัก มีโปรแกรมทัวร์ที่ยืดหยุ่น มีบริการทั้งรถ เรือ เครื่องบิน เป็นทัวร์ที่ครบวงจร” คุณอติรัตน์ กล่าว

หลังจากบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างลงตัวครบวงจรแล้ว คุณอติรัตน์ได้กระจายการทำงานออกสู่ชุมชน ตัดบางธุรกิจออกไปให้เป็นบริการของคนในพื้นที่ เช่น เรือนำเที่ยว ร้านอาหาร รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งควบคุมให้อยู่ในระบบ จัดการให้ได้ตามมาตรฐานที่วางไว้ เป็นในนามบริษัททัวร์ของแพ 500 ไร่ แต่ได้คู่ค้าเป็นคนในพื้นที่ ทำงานร่วมกัน ก้าวหน้าทั้งตัวบริษัท รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจและสร้างอาชีพให้คนในชุมชนควบคู่กันไปด้วย


ก้าวสู่แพเบอร์ 1 เขื่อนเชี่ยวหลาน

สำหรับรีสอร์ตแพ 500 ไร่ ที่เป็นจุดเด่นของธุรกิจนั้น คุณอติรัตน์เล่าให้ฟังว่า เริ่มมาจากเป็นแพเล็กๆ เปิดตัวเป็นแพสุดท้ายของเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นผู้ประกอบการที่อายุน้อยที่สุด มีต้นทุนในการทำธุรกิจไม่มาก พัฒนามาจากตั้งแต่ราคาที่พักคืนละ 600 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ ซึ่งเจ้าของแพหนุ่มไฟแรงมองว่าต้องทำอย่างไรจึงจะเกิดการพัฒนาในตัวธุรกิจ รวมถึงเกิดประโยชน์สูงสุดในพื้นที่ จึงเกิดการปรับปรุงทั้งเรื่องที่พักและการให้บริการ สร้างการตลาดให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

“ค่าที่พักแค่ 600 กระจายหาใครไม่ได้ จนทุกวันนี้ค่าที่พักกลายเป็น 6,000 บาท ใช้เวลาประมาณ 5 ปี สามารถพัฒนามูลค่าธุรกิจรวมถึงพัฒนากลุ่มลูกค้า ให้มองว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ทั้งในเชิงธรรมชาติและผู้คนในชุมชน”

จุดเด่นของ “แพ 500 ไร่” คือ การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาจะเกิดความประทับใจ ตื่นเต้นกับธรรมชาติที่สวยงามไม่เป็นรองที่ใด ตามด้วยบริการจากพนักงานและรูปแบบการให้บริการที่เป็นธรรมชาติ โดยพนักงานส่วนมากเป็นคนท้องถิ่น ซึ่งบริการด้วยความซื่อสัตย์จริงใจ เกิดความติดใจจนอยากมาอีก ซึ่งความประทับใจนั้นไม่สามารถบรรยายได้นอกจากจะมาสัมผัสด้วยตนเอง

ปัญหาและอุปสรรคที่ต้องเจอในการทำธุรกิจนั้น คุณอติรัตน์เผยว่า มีหลายระยะ ในระยะแรกเป็นเรื่องการต่อสู้กับภาครัฐในส่วนสัมปทานการสร้างแพ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของอุทยาน ปัญหาจะเป็นในเรื่องของกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่ขาดความชัดเจน แก้ปัญหาด้วยการนำเสนอในมุมมองที่ภาครัฐและชุมชนสามารถมีผลประโยชน์ร่วมกันได้ ส่วนระยะที่สองจะเป็นการต่อสู้กับความคิดของคนในชุมชนกับความเปลี่ยนแปลง ให้เข้าใจว่าในการพัฒนานั้นย่อมมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามมา รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจที่เติบโตให้อยู่ในกรอบและมีความยั่งยืน

ส่วนระยะที่สามคือ ในปัจจุบันประเทศกำลังเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ซึ่งต้องแก้ปัญหาและมองให้ออกว่า จะทำอย่างไรธุรกิจจึงจะดำเนินไปได้อย่างสอดคล้องกับยุคสมัย ภายใต้แนวคิดการทำงานเดิมที่มี

เอาชนะใจลูกค้า ด้วยการสร้างความประทับใจ

ถามต่อถึงปัจจัยความสำเร็จของการทำงาน เจ้าของ “แพ 500 ไร่” กล่าวว่า  คือการเอาชนะใจลูกค้า ไม่แข่งขันกับใคร แต่เป็นการแข่งขันกับตัวเองและลูกค้า เอาชนะใจลูกค้าด้วยการสร้างความประทับใจ ให้เขาเลือกใช้บริการเรา อีกปัจจัยหนึ่งคือ การรู้จังหวะในการดำเนินงาน ซึ่งมีสามเรื่องหลักคือ การหารายได้ให้ธุรกิจ การบริหารจัดการ และระบบการบริหารจัดการเงิน มองออกว่าช่วงไหนควรเน้นหนักเรื่องใด จังหวะไหนอะไรควรทำก่อน และสุดท้าย ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จที่ “แพ 500 ไร่” มีมาตลอดคือ อัตลักษณ์ของตัวตนที่ชัดเจน

“เมื่อนักท่องเที่ยวนึกถึง แพ 500 ไร่ คือบรรยากาศที่สวยงาม เป็นแพที่ดีที่สุด สงบ เหมาะกับการพักผ่อน มีการบริการของคนในชุมชนที่น่ารัก ไปแล้วกลับมาประทับใจ นี่คือตัวตนของแพเรา” คุณอติรัตน์ กล่าว

สุดท้ายสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการประสบความสำเร็จ คุณอติรัตน์ให้คำแนะนำว่า ต้องหาอัตลักษณ์ของตัวเองให้เจอ อย่ามองเพียงเรื่องการลงทุน ธุรกิจต้องมีวิญญาณและหัวใจ ต้องมองว่าทำอย่างไรลูกค้าจึงจะมีความสุขจากบริการของเรา วางระบบการทำงานให้ดี เมื่อระบบดีการบริการที่ดีก็ตามมา ต้องสอดกันระหว่างการลงทุนและการให้บริการ ซึ่งจะทำธุรกิจอยู่ได้และประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน แพ 500 ไร่ : www.500rai.com, FB : 500rairesort

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

14572 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น