“ไร่สองเรา” ถอดบทเรียนจากการเป็นนักท่องเที่ยวสร้างธุรกิจ 5 ปีรอด

“ไร่สองเรา”ธุรกิจรีสอร์ตที่เริ่มต้นจากการเทกโอเวอร์โฮมสเตย์เก่ามาบริหารใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาท ดำเนินการโดยไม่เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจท่องเที่ยวมาก่อน แต่ใช้ประสบการณ์จากการเป็นนักท่องเที่ยว เน้นบริการด้วยใจ ใช้เวลา 5 ปี ปัจจุบันรายได้ 3-5 ล้านต่อปี

“ไร่สองเรา” รีสอร์ตบรรยากาศดี บริหารงานโดย คุณชยัน ชาติอุดมพันธ์ หรือคุณป๊อก ได้เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจท่องเที่ยว ว่าครอบครัวมีรกรากอยู่ที่กรุงเทพฯ เนื่องจากคุณพ่อต้องการหาที่ดินต่างจังหวัดสำหรับปลูกบ้านเพื่อผ่อนในยามเกษียณ ซึ่งได้มาเจอที่ดินตรงนี้ประกาศขาย โดยที่ดินเดิมเจ้าของเคยทำเป็นโฮมสเตย์มาก่อน ซื้อไว้ในช่วงปี 2553 ในปีต่อมาเกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านที่รังสิตถูกน้ำท่วมจนเสียหายมาก จึงเริ่มไปก่อสร้างบ้านหลังใหม่ในที่ดินต่างจังหวัดที่ซื้อไว้นั้น เพื่อจะได้มีไว้สำหรับพักผ่อน และเมื่ออยู่ไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกรักในสถานที่แห่งนี้ จึงพัฒนาเป็นธุรกิจรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยว

“ตอนแรกคิดเพียงจะสร้างบ้านพักไว้เพื่อตากอากาศ ไม่ได้มองถึงเรื่องการทำธุรกิจ แต่คิดว่าหากอยู่พักผ่อนอย่างเดียวอาจจะเหงา ถ้าเปิดเป็นบ้านพักด้วยคงจะดี จึงเริ่มจากรีสอร์ตเล็กๆ เริ่มต้นประมาณ 10 หลัง ขยายไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีทั้งหมด 23 หลัง”

จุดเด่นธุรกิจดึงดูดนักท่องเที่ยว

เมื่อต้องการพัฒนาให้เป็นธุรกิจท่องเที่ยว คุณป๊อกอธิบายว่ารีสอร์ตควรมีความโดดเด่นและน่าสนใจ โดยเฉพาะบ้านพัก จึงสร้างบ้านพักเป็นแบบกระท่อมไม้สไตล์คอตเทจ ซึ่งมีทั้งแบบพัก 2 คน และหลังใหญ่เป็นครอบครัว มีรูปแบบบ้านหลากหลาย ทั้งโมเดิร์นและบ้านไม้เรือนไทย บรรยากาศภายในรีสอร์ตเน้นมีต้นไม้เยอะ มีความร่มรื่น ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

จากนั้นได้มองต่อถึงจุดขายของสถานที่คือเขาค้อ ซึ่งเป็นพื้นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของอากาศที่สดชื่น บ้านพักที่นี่จึงไม่มีแอร์ เนื่องจากอยู่สูง 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ช่วงกลางคืนการันตีไม่เกิน 22 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี

และอีกส่วนสำคัญของไร่สองเราที่ขึ้นชื่อและเป็นรายได้หลักของธุรกิจคือร้านอาหาร ที่มีอาหารไทยและอาหารพื้นบ้าน หลากหลายเมนู เป็นที่รู้จักขึ้นชื่อติดอันดับร้านดังในเขาค้อ ใช้วัตถุดิบปลอดสาร คือพืชผักที่ปลูกเอง อีกทั้งมีการเลี้ยงเป็ดไก่เพื่อนำไข่สดมาประกอบอาหาร เปิดตั้งแต่ 11.00-20.00 น. สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่มาพักที่รีสอร์ตไร่สองเรา รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเที่ยวเขาค้อ ซึ่งแม้ไม่ได้พักที่รีสอร์ตก็สามารถมาใช้บริการกินอาหารที่ร้านได้

ลงทุนโดยวางแผนระยะยาว ทำการตลาดด้วยโซเชียลมีเดีย

ส่วนในเรื่องการลงทุนนั้น “ไร่สองเรา” เป็นรีสอร์ตขนาดกลางระดับ 3 ดาว มีการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ได้ใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ เริ่มจากซื้อที่ดินประมาณ 7 ไร่ จากนั้นสร้างบ้านพักประมาณ 10 หลัง พอเริ่มเป็นที่รู้จักมีคนมาใช้บริการมากขึ้น จึงมีการขยายธุรกิจต่อยอดออกไป ภาพรวมในการใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งมีการวางแผนรองรับจุดคุ้มทุนในระยะยาว โดยตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจมีรายได้ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 3-5 ล้านบาท สัดส่วนกำไรอยู่ที่  50% โดยประมาณ

หลังจากได้ดำเนินกิจการมาประมาณ 5 ปี ได้การตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด แต่ในช่วงแรกนั้นไม่ได้มีการโปรโมทอะไรมาก อาศัยฐานลูกค้าเก่าและการบอกต่อ ต่อมาเมื่อกระแสโซเชียลเป็นที่นิยม จึงเริ่มทำมาร์เก็ตติงออนไลน์ ใช้สื่อโซเชียลต่างๆ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ในการโปรโมท ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมาก รีสอร์ตเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

“เริ่มทำการตลาดผ่านโซเชียลอย่างจริงจังเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ผลดีมาก เมื่อมาเที่ยวมีการถ่ายรูปแล้วแชร์ อีกทั้งปัจจุบันเว็บไซต์เกี่ยวกับการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารมีมากมาย รีสอร์ตของเราจึงเป็นที่รู้จัก ยอมรับว่าโลกโซเชียลคือส่วนหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ” คุณป๊อก กล่าว

และสำหรับการแข่งขันในเชิงธุรกิจ “ไร่สองเรา” ใช้วิธีมองคู่แข่งคือ คู่ค้า และเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งคุณป๊อกกล่าวว่า สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวในเขาค้อนั้นผู้ประกอบการแต่ละเจ้าในพื้นที่ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นเพื่อนกัน “ไร่สองเรา” มีทั้งร้านอาหารและรีสอร์ต หากที่พักเต็มก็แนะนำและส่งต่อให้เจ้าอื่นได้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ

แนวทางการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวให้ประสบความสำเร็จ

เพื่อความมั่นคงของธุรกิจ ในอนาคตคุณป๊อกต้องการสร้างธุรกิจให้เป็นมาตรฐานในรูปแบบโรงแรม มีความเป็นสากล ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการบริหารโดยที่ไม่มีพื้นฐานในแบบของธุรกิจโรงแรมมาก่อน ใช้เพียงประสบการณ์จากการเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งต่อมาเมื่อบริหารธุรกิจได้ระดับหนึ่ง ก็มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ทำให้มองเห็นแนวทางในการพัฒนาและต่อยอดไปจากประสบการณ์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงต้องการให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิม เน้นทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียต่อไป รวมถึงการออกบูธขายโปรโมชั่นในงานท่องเที่ยวต่างๆ ตลอดจนขยายกลุ่มเป้าหมายไปในส่วนหมู่คณะที่มาใช้บริการในรูปแบบการสัมมนา

ด้านคำแนะนำในส่วนของ SME ที่ต้องการทำธุรกิจท่องเที่ยว คุณป๊อกกล่าวว่า เรื่องพื้นที่คือส่วนที่สำคัญ ซึ่งบางพื้นที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ เขาใหญ่ แต่หากธุรกิจของเราไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น เขาค้อ จะมีช่วงที่เป็นไฮซีซั่นคือ ประมาณเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ นอกเหนือจากนั้นจะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวน้อย ต้องมีแผนรองรับในช่วงนี้ให้ดีว่าจะทำอย่างไรให้มีรายได้เข้ามาในช่วงดังกล่าวด้วย อาจเป็นการใช้โปรโมชั่นลดแลกแจกแถม หรือสร้างสรรค์และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจขึ้นมา

และอีกเรื่องที่สำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวคือการตลาด ปัจจุบันมีช่องทางหลากหลายในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักคือเรื่องสำคัญ ต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจ

“สร้างรีสอร์ตไว้สวยงาม แต่รอเฉยๆ ให้คนมาพักก็ประสบความสำเร็จยาก ต้องทำให้คนรู้จักเรา สำหรับผู้ประกอบการ SME นั้นการตลาดเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดียที่มีความรวดเร็วและใช้งบประมาณไม่มาก”

สุดท้ายคุณป๊อกได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านให้มาเที่ยวที่ “ไร่สองเรา” ในช่วงหน้าร้อนนี้ ซึ่งที่เขาค้อนั้นจะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อีกทั้งเป็นช่วงที่ราคาที่พักไม่แพง มีโปรโมชั่นลดราคาสูงถึง 50% ท่านที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่พักและราคาได้ที่ www.raisongrao.com FB : raisongrao โทรศัพท์ 09-1216-8884

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

20097 Total Views 4 Views Today
แสดงความคิดเห็น