พัฒนาท่องเที่ยวในอาเซียนสู่การเป็น ‘Single Tourist Destination’

การท่องเที่ยวของอาเซียนกลายเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้เหล่านักเดินทางทั่วทุกมุมโลกล้วนเดินทางเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ไม่เพียงแต่ดึงดูดแค่เหล่านักลงทุน แต่ยังรวมถึงเหล่านักเดินทางที่หลงใหลใน ‘วัฒนธรรม หาดทราย ทรัพยากรธรรมชาติ อารยะธรรมโบราณ และมรดกโลก’

ประชาคมอาเซียยังสนับสนุนความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายปลายทางให้กลายเป็น Single Tourist Destination หมายความว่า สามารถใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายทุกอย่างได้อย่างเสรี ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เพียงแค่เดินทางมาประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียนเท่านั้น แต่ยังสามารถท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนอีกด้วย ซึ่งอาจส่งเสริมให้มีการจัดรูปแบบส่งเสริมทางการตลาด อาทิ ทำแพ็คเกจทัวร์ระหว่างประเทศ 10 วัน สามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คในแต่ละประเทศได้ และยังสามารถเดินทางเข้าออกได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ The World Tourism Organization (UNWTO) หรือองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคมีการเติบโตที่สูงใกล้เคียงกับของทวีปยุโรป (ร้อยละ 5.0) โดยสัดส่วนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศที่พัฒนาแล้วมากกว่าประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งการเติบโตของการท่องเที่ยวในอาเซียนขยายสูงที่สุดถึงกว่าร้อยละ 10 นับว่าโดดเด่นไม่แพ้การค้าและการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ‘วัฒนธรรม หาดทราย ทรัพยากรธรรมชาติ อารยะธรรมโบราณ และมรดกโลก’ ทำให้อาเซียนมีเสน่ห์เอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง อย่างในประเทศกัมพูชาสามารถทำรายได้เข้าประเทศกว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากอารยธรรมอาณาจักรขอมโบราณ ในจังหวัดเสียมราฐที่เป็นหนึ่งในมรดกโลกที่สำคัญ ขณะที่ประเทศไทยทางรัฐบาลก็มีความคาดหวังว่าการท่องเที่ยวปี 2017 จะสามารถช่วยภาวะเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นได้

โอกาสธุรกิจท่องเที่ยวไทยในยุคการค้าเสรีอาเซียน
สำหรับประเทศไทยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาส่วนมากมี 2 ลักษณะ คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นการใช้บริการเชิงสุขภาพเพื่อฟื้นฟูบำรุงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผู้มาใช้บริการทางการแพทย์จำนวนมาก ที่ผ่านมามีผู้เดินทางเพื่อใช้บริการทางการแพทย์ในต่างประเทศประมาณปีละ 7– 8 ล้านคนจำนวนนี้มาใช้ในประเทศไทย 1.2 ล้านคน ซึ่งสูงที่สุดในโลกและก่อให้เกิดเม็ดเงินต่อระบบเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท

ส่วนการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมเป็นการท่องเที่ยวใน 7 เมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี และสงขลา สร้างรายได้ราว 133 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.1 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากปัจจัยดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าความท้าทายของผู้ประกอบการกำลังจะเกิดขึ้นในกลุ่ม 6 ภาคธุรกิจ SME ไทยที่จะต้องได้รับผลประโยชน์โดยตรงรูปการท่องเที่ยวยอดนิยมที่เป็นเสน่ห์ของประเทศไทย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/มรดก การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวทางน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

SME ท่องเที่ยวปรับตัวในยุคการค้าเสรีอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนก็มีเสน่ห์ไม่ด้อยกว่าประเทศไทย ทำให้นอกจากต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการในประเทศแล้ว ยังอาจต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้าได้ แล้วมีการพัฒนาเป็น Supply Chain ร่วมกันจะสามารถสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวระหว่างกันได้ เช่น การเสนอขายการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันอย่างอุทยานประวัติศาสตร์ของจังหวัดอยุธยาของกับนครวัดของประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/มรดก เป็นต้น

ศักยภาพที่ประเทศไทยควรปรับตัวให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ การบริการที่ได้มาตรฐาน การเอาใจใส่ดูแล เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย บุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์ ได้รับการรับรองมาตรฐานระหว่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในการให้บริการต่ำใกล้เคียงกับประเทศอินเดีย

นอกจากนี้ อาเซียนยังได้จัดทำมาตรฐานใน 6 สาขา ประกอบด้วย โฮมสเตย์ โรงแรมสีเขียว บริการสปา ห้องน้ำสาธารณะ เมืองท่องเที่ยวสะอาด และการท่องเที่ยวเชิงชุมชน ซึ่งประเทศไทยรับผิดชอบใน 2 เรื่อง ได้แก่ มาตรฐานอาเซียนสปา และมาตรฐานโรงแรมสีเขียวของอาเซียน ขณะที่ประเทศสมาชิกร่วมเป็นเจ้าภาพความรับผิดชอบ ใน 4 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะของอาเซียน ประเทศบรูไน มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน ประเทศมาเลเซีย มาตรฐานเมืองท่องเที่ยวสะอาดของอาเซียน ประเทศกัมพูชา และมาตรฐานท่องเที่ยวโดยชุมชนของอาเซียน

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

1928 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น