พาณิชย์เตรียมนำรหัสจัดหมวดหมู่สินค้าและบริการของ UN มาจัดระเบียบธุรกิจอีคอมเมิร์ซใหม่

พาณิชย์ จับมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และภาคเอกชน นำรหัสสำหรับการจัดหมวดหมู่สินค้าและบริการขององค์การสหประชาชาติ (UN) มาประยุกต์ใช้กับสินค้าและบริการของไทย เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องรายละเอียดสินค้า ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ในประเทศ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-border e – Commerce) รวมถึงเป็นการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (e -Commerce) รูปแบบการทำธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมและมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ผู้ประกอบการต่างหากลยุทธ์เพื่อสร้างจุดเด่นให้สินค้าและบริการเพื่อสร้างความแตกต่าง ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้มีความสำคัญและถือเป็นหัวใจของการประกอบธุรกิจบนช่องทางออนไลน์ รวมถึงการใช้โปรแกรมประยุกต์ หรือแอพพลิเคชัน (Application) ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายมิติ    ทั้งด้านการพัฒนาส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  การแก้ไขหรือป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และประโยชน์ในการพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับแนวทางจัดระเบียบการซื้อขายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการประชุมหารือร่วมกับกรมการค้าภายใน หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีก 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และชมรมผู้ประกอบการ เกี่ยวกับการรวบรวมรายการสินค้าและบริการของผู้ประกอบการไทยที่มีการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล ในการนำข้อมูลรายการสินค้าและบริการมาจัดหมวดหมู่ให้ตรงตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของผู้ประกอบการ ความถูกต้องของรายละเอียดสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการซื้อขายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องว่า วัตถุประสงค์ของการรวบรวม แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงข้อมูลมีความสอดคล้องกับโครงการฐานข้อมูลสินค้าแห่งชาติ (Nation Product Catalogue) โดยที่ประชุมมีมติให้ใช้วิธีการนำรหัสสำหรับจัดหมวดหมู่ของสินค้าและบริการขององค์การสหประชาชาติ (UN) มาประยุกต์ใช้กับสินค้าและบริการของไทย เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบการที่จดทะเบียนธุรกิจ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล รวมถึงนำฐานข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจแลกเปลี่ยน และเผยแพร่ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ด้านการวางนโยบาย การบริหารจัดการกลยุทธ์ การวางแผนการดำเนินธุรกิจ ทั้งในระดับองค์กร รวมถึงระดับประเทศ เพื่อปรับตัวให้ทันกับสภาพเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ การรวบรวม แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงข้อมูล โดยการนำรหัสสำหรับจัดหมวดหมู่ของสินค้าและบริการขององค์การสหประชาชาติ (UN) มาประยุกต์ใช้กับสินค้าและบริการของไทย เป็นความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สพธอ. สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและด้านเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการรวบรวมข้อมูลจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2560 สำหรับหน่วยงานที่สนใจขอรับข้อมูล สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5959 – 61  E-mail : e-commerce@dbd.go.th หรือ www.dbd.go.th

832 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น