สร้างแรงบันดาลธุรกิจก่อนบุกกัมพูชากับรองกรรมการผู้จัดการ DCASH

ดร.ณรงค์ ศรีเกรียงทอง รองกรรมการผู้จัดการ DCASH นำโมเดลธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำสีผมและดูแลเส้นผมยี่ห้อดีแคส (DCASH) ไปบุกตลาดกัมพูชาตั้งแต่บ้านเมืองยังเป็นสังกะสี

ดร.ณรงค์ ศรีเกรียงทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำสีผมและดูแลเส้นผมยี่ห้อดีแคส (DCASH) ชื่อดังของเมืองไทย ที่ทุกร้ายเสริมสวยในประเทศต้องมีผลิตภัณฑ์ของแบรนด์วางอยู่ในร้าน รวมถึงเครื่องสำอางและสกินแคร์ภายใต้แบรนด์ “ไลฟ์ฟอร์ด” (LIFE FORD)

ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ในการทำธุรกิจในประเทศกัมพูชา
เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจในกัมพูชา โดยส่วนตัวมีความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากทำธุรกิจในเมืองไทยมานาน การทำธุรกิจในต่างประเทศโดยเฉพาะในกัมพูชาก็น่าจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น โดยนำโมเดลธุรกิจจากเมืองไปปรับใช้

ดร.ณรงค์ เล่าต่อว่า การเข้าไปในกัมพูชาระยะแรกไปลักษณะออกงานแสดงสินค้ากับทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งสมัยก่อนนั้นไม่ได้พัฒนาเหมือนในปัจจุบัน หลังคางานแสดงสินค้ายังเป็นสังกะสีกับดินสีแดงด้วยซ้ำ ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จนตั้งคำถามว่าประเทศที่ทุรกันดารแบบนี้จะสู้ต่อไปอย่างไร แต่สุดท้ายก็สู้มาได้จนถึงทุกวันนี้ เป็นภาพแรกสำหรับการลุยธุรกิจในประเทศกัมพูชา

“ตอนนั้นจำได้ว่ายืนขายของกับชาวกัมพูชาที่สนใจสินค้าผม และฝนก็ตกลงมา ต้องเอาถุงพลาสติกครอบรองเท้าไว้สองข้าง พื้นงานแสดงสินค้าก็เป็นดินสีแดง แต่ชาวกัมพูชามีความอดทนในการเลือกซื้อสินค้ามาก ขนาดฝนตกพื้นฉ่ำก็ยังเดินเลือกซื้อของ และผมก็ยังขายของได้” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ จำกัด กล่าว

เจาะกลยุทธ์ขายสินค้าอย่างไรจากประเทศเพื่อนบ้านที่หลายคนมองข้าม
ในบรรดากลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมา) กัมพูชาเป็นประเทศที่ยอดขายของบริษัทขยายตัวมากที่สุด และกลายเป็นตลาดหลักของบริษัท หลายคนอาจมองว่าเป็นประเทศที่ขนาดเศรษฐกิจไม่เท่ากับประเทศอื่น ๆ หรือระดับรายได้ของประชากรจะต่ำ ซึ่งกลยุทธ์ของบริษัท โมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ จำกัด ดร.ณรงค์ อธิบายอย่างสนุกสนานว่า เวลาเดินสายการขายจะมีการทำโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1หรือ ซื้อ 2 แถม 1 ซึ่งส่วนตัวสามารถฟังภาษากัมพูชาหรือพูดภาษากัมพูชาได้บ้าง เพื่อซื้อใจลูกค้าเวลาขายของหรือออกงานแสดงสินค้า นอกจากนี้กัมพูชายังเป็นประเทศที่รับเงินดอลลาร์ เงินบาท และเงินเรียว ทั้ง 3 สกุล เนื่องจากชาวกัมพูชามีการจ่ายเงินที่หลากหลายเป็นประเทศที่ถือเงินถึง 3 สกุลในการใช้จ่าย ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจอาจต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้เช่นกัน

“เงินไทยเป็นเงินที่ซื้ออะไรก็ได้ในกัมพูชา เขาใช้จ่ายเงิน 3 สกุล ปนเปไปทั้งดอลลาร์ เรียว และเงินบาท เป็นประเทศที่เปิดรับต่างชาติอย่างมาก การถือเงินไทยเข้ากัมพูชาแทบไม่ต้องเป็นกังวลสามารถใช้งานได้เลย ทุกวันนี้ถอนเงิน 3 สกุลได้อย่างคล่องมากจากประสบการณ์หลายปี แต่คนเข้าไปใหม่ ๆ อาจจะงง ๆ” ดร.ณรงค์กล่าว

ดร.ณรงค์ ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่มีจุดแข็งด้านยุทธ์ศาสตร์ที่น่าสนใจ เนื่องจากติดเวียดนามและเวียดนามนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ซึ่งโดยปกติสินค้าจากจีนเป็นสินที่ที่สามารถวางขายได้ทั่วโลก และราคาถูก สำหรับชาวกัมพูชายังมีฐานรายได้ที่ต่ำ และชนชั้นกลางก็ยังมีไม่มาก ซึ่งสกุลเงินหลักก็ยังเป็นเงินเรียว และดอลลาร์สหรัฐ ในภาวการณ์ที่ดอลลาร์แกว่งและมีผลกระทบที่วุ่นวายพอสมควรในประเทศไทย แต่สำหรับกัมพูชาไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าที่ควร เนื่องจากการค้าชายกับ ผู้จัดจำหน่าย (Distributors) ในกัมพูชาสามารถใช้เงินสกุลบาทเป็นพื้นฐานได้ แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องอยู่ที่ข้อตกลงระหว่าง 2 ฝ่ายเช่นกันว่าจะใช้เงินสกุลใดในการซื้อขาย

นอกจากนี้ ดร.ณรงค์ ยังกล่าวอีกว่า การที่กัมพูชาเป็นประเทศที่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นั้น ทำให้กัมพูชามีความต้องการสินค้าสูง และกลายเป็นพื้นฐานปัจจัยที่สำคัญของมนุษย์ อยากแนะนำนักธุรกิจไทยว่างานแสดงสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นมากในการสำรวจตลาด แค่ไปเยี่ยมชมไม่จำเป็นต้องไปออกงานเองก็ได้ และกลายเป็นงานวิจัยทางการตลาดตัวหนึ่งที่แสดงให้เห็นได้หลายอย่างเลยว่าชาวกัมพูชานิยมบริโภคอะไร และไม่นิยมบริโภค

ผู้ประกอบการ SME ไทยยังไม่ค่อยลงพื้นที่ทำให้ได้ข้อมูลบางอย่างไม่ชัดเจน จนกลายเป็นว่าฟังคนอื่นเยอะและเชื่อในสิ่งที่คนอื่นบอก ผู้ประกอบการ SME ไทยควรลงในพื้นที่ให้มากขึ้น เพราะโดยส่วนตัวได้ลงพื้นที่เสมือนทำวิจัยด้วยตัวเองมาตลอดชีวิต ซึ่งกัมพูชายังต้องการเจริญเติบโตอีกมาก และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ ถึงเยือนกัมพูชาตั้งแต่หลังคางานแสดงสินค้ายังเป็นแค่สังกะสี

“ชาวกัมพูชารักสินค้าไทยมากเหลือเกิน ถ้าเราได้เริ่มแต่ต้นเราจะสามารถสร้างแบรนด์ในประเทศกัมพูชาได้เป็น Top of Mind ในใจของผู้บริโภคกัมพูชาได้ง่ายมาก เริ่มต้นรับหนึ่งจนกลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง Top Image ไปแล้ว GDP ล่าสุดแตะ 8% แล้วขณะที่ไทยยังมองไม่เห็น เขาพร้อมที่จะเรียนรู้ความเป็นไทยมาก ยินดีต้อนรับคนไทยมาก อย่าไปตั้งแง่ว่าเป็นประเทศล้าสมัยไปยากลำบาก ถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่ต้องทำธุรกิจอยู่บ้านเฉย ๆ อย่าตั้งแง่ การทำธุรกิจต้องเปิดใจที่จะเข้าไปเข้าใจผู้บริโภคแต่ละประเทศว่ามีนิสัยใจคอแบบใด และต้องคำนึงถึงมาก ๆ” ดร.ณรงค์กล่าวทิ้งท้าย

1116 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น