เจาะพฤติกรรมทำตลาดอย่างไรครองใจชาวเมียนมา

เมียนมาหลังเปิดประเทศ สนใจเทคโนโลยี แฟชั่น แบรนด์ต่างประเทศ และนวัตกรรม ด้านการทำตลาดสื่อดั่งเดิมยังได้ผลดีกว่าสื่อออนไลน์

‘เมียนมา’ เป็นประเทศที่โดดเด่นด้านเศรษฐกิจ และโอกาสในการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมา SMEs ไทยมีการทำธุรกิจกับเมียนมาผ่านการค้าชายแดน และเข้าไปลงทุนในเมียนมาจำนวนมาก รวมถึง SME ไทยที่ยังไม่เข้าไปลงทุน แต่มีความสนใจอยากเข้าไปลงทุนก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

 

พฤตกรรมชาวเมียนมาต่อการสื่อสินค้า

สิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดดนั้นมาจากนักลงทุนต่างชาติที่เป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่ให้เมียนมาเจริญเติบโต จนทำให้กำลังใช้จ่ายของประชาชนเมียนมามีมากขึ้น และหากมองไปที่พฤติกรรมการบริโภคสินค้าของชาวเมียนมาจะต้องเริ่มวิเคราะห์จากการแบ่งชนชั้นทางสังคมกับพฤติกรรมผู้บริโภค (Social-class) เพื่อทำความเข้าใจทางด้านการตลาด ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้

  1. กลุ่มเมืองที่มีรายได้ต่อหัวของประชากรสูง ได้แก่ เขตย่างกุ้ง เขตมัณฑะเลย์ เขตพะโค และเขตอิระวดี
  2. กลุ่มเมืองที่มีรายได้ต่อหัวของประชากรปานกลาง ได้แก่ เขตสะไกย เขตเมกเวย์ รัฐฉาน และรัฐมอญ

สำหรับส่วนแบ่งสินค้าทางการตลาดเมื่อแยกเป็นประเทศจะพบว่า สินค้าที่วางขายในเมียนมาจะนำเข้ามาจาก 4 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยสินค้าที่เป็นสินค้าอุปโภคอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ และอุปกรณ์การผลิต จะมาจากประเทศจีนถึงร้อยละ 80 ขณะที่สินค้าบริโภคประเทศไทยครองส่วนแบ่งการตลาดได้ถึงร้อยละ 50 ตามมาด้วยมาเลเซียน สิงคโปร์ และเวียดนาม

จากปัจจัยที่กล่าวนั้นยังส่งผลให้โครงสร้างการใช้จ่ายของประชาชนเมียนมาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในระยะไม่กี่ปี จากเดิมที่คนใช้จ่ายเฉพาะสินค้าปัจจัย 5 กลับพบว่าคนเมียนมาเริ่มใช้จ่ายสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น อาทิ ร้านเสริมสวย คลินิกเสริมความงาม การเดินทาง ท่องเที่ยว เสื้อผ้า และของตกแต่งบ้าน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชาวเมียนมาจะเริ่มจับจ่ายในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้นก็ตาม แต่ด้วยจำนวนรายจ่ายต่อหัวที่ยังอยู่ที่เดือนละไม่เกิน 3,700 – 4,500 บาท เท่ากับราคาขายสินค้าค่อนข้างมีผลกระทบต่อชาวเมียนมา

“หากสินค้ามีราคาแพงเกินไป ผู้ประกอบการชาวไทยก็อาจจะขายไม่ได้เลย เพราะหากชาวเมียนมาต้องการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยจะทำให้ลดการซื้อจ่ายเกี่ยวกับอาหารลดลง เพราะที่ผ่านมาสังเกตได้ว่าชาวเมียนมาจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการจัดปิ่นโตอาหารจากที่บ้านไปบริโภคที่โรงเรียนและที่ทำงาน”

สิ่งสำคัญคือ ‘คุณภาพและราคา’ ต้องแปรผันตามกัน ส่วนภาพลักษณ์ประเทศ (nation branding)  สินค้าไทยในสายตาชาวเมียนมานั้นจัดอยู่ในระดับที่เหนือกว่าคู่แข่งอยู่แล้ว แต่ก็อย่างที่กล่าวไปหากคุณภาพสินค้าดีมาก แต่ราคาสูงเกินกว่าที่ชาวเมียนมาจับต้องได้ก็อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้

 

สื่อแบบดั่งเดิมยังใช้ได้ผลมากกว่าสื่อออนไลน์

การทำการตลาดก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการทำให้ผู้บริโภคทราบถึงการมีอยู่ของสินค้า หากยังไม่มีทุนมากพออาจเริ่มต้นที่การค้าชายแดน แต่หากมีทุนมากพอการใช้สื่อแบบดั่งเดิมอย่างโฆษณาผ่านโทรทัศน์จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวเมียนมาได้มากที่สุด ซึ่งสื่อโทรทัศน์แม้ว่าจะอยู่ในราคาที่สูงแต่ก็นับว่าราคาต่ำกว่าสื่อโทรทัศน์ไทย นอกจาก สื่อโทรทัศน์แล้วสื่อที่ค่อนข้างทรงอิทธิพลของเมียนมาอีกรูปแบบคือ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และป้ายโฆษณาลักษณะบิลบอร์ดขนาดใหญ่ โดยเฉพาะป้ายที่โฆษณาใจกลางเมือง และบริเวณแยกถนน

หลังจากการเปิดประเทศพฤติกรรมของชาวเมียนมา เริ่มเปิดรับกระแสสังคมโลกมากขึ้น จึงเป็นช่วงที่ประชาชนตื่นตากับเทคโนโลยี แฟชั่น แบรนด์ต่างประเทศ และนวัตกรรม จึงเป็นโอกาสดีของ SME ไทยที่ยังไม่เคยเข้าตลาดเมียนมาเพราะประชาชนอยู่ในช่วงพร้อมทดลองกับผลิตภัณฑ์แม้ว่าจะไม่เคยใช้มาก่อน โดยจะสนใจเป็นพิเศษหากผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่มีหลากหลายมากขึ้น ซึ่งกว่าร้อยละ 48 ตัดสินใจซื้อสินค้าจากสื่อโฆษณา อาทิ ป้ายบิลบอร์ด หรือป้ายข้างทางแบบคัทเอ้าท์ จะสามารถสร้างการรับรู้ได้เป็นอย่างดี

“แต่ก็อย่ามองข้ามสื่อสังคมออนไลน์อย่างสื่อโซเชียลมีเดีย เพราะว่าการเปิดประเทศของเมียนมานั้นยังส่งผลให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสามารถทำได้เพียงปลายนิ้วไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะความเติบโตของระบบโทรคมนาคมทั้งโทรศัพท์และสื่อดิจิทัล ในหมู่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่หรือกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง”

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

 

5273 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น