ช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลาเหลือแบบชิลๆ ด้วยกฎการบริหารเวลา!

สิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกนี้ไม่ใช่เงินทองนะครับ แต่คือ “เวลา” เพราะมันไม่สามารถย้อนกลับมาให้เราทำในสิ่งต่าง ๆ ได้ เวลาสามารถสร้างคู่แข่งทางธุรกิจให้เราได้ สามารถทำให้เราร่ำรวยได้ และสามารถทำให้เราล้มเหลวก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บริหารหรือผู้ประกอบการ

หลายคนชอบคิดอยากจะประหยัดเงิน ทำทุกอย่างคนเดียว เก็บงานไว้กับตัวเองหมด ไม่จ้างใคร ไม่ให้ใครช่วย เช่น หาวิธีล้างคอมเอง เพราะไม่อยากเสียเงิน 300 บาท ทั้ง ๆ ที่มันกินเวลาคุณไปตั้ง 4-5 ชั่วโมงแถมยังเสี่ยงข้อมูลหายอีกต่างหาก

ถ้าคุณเป็นคนแบบนี้ ลองนึกย้อนกลับมาดูไปพร้อม ๆ กันดีกว่าว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริง ๆ มั้ย เพราะถ้าเราเอาเวลาที่เสียไปตรงนั้น ไปบริหารจัดการ และหาลูกค้าเพิ่ม เราอาจทำเงินได้อีกเป็นพัน ๆ เป็นหมื่น ๆ บาทเลยก็ได้ กับอีแค่เสียเงิน 300 บาทไปให้งานมันเดินต่อไป แบบนี้ถือว่าคุ้มค่า ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยแหละ

และเพื่อให้เพื่อน ๆ ทุกคนเห็นภาพมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจะมาพาเพื่อน ๆ ไปดูเองว่า คุณต้องทำยังไง ถ้าอยากได้เวลากลับคืนมา ตามไปชมกันเลย

1. จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด แล้วเอาเวลาไปบริหารธุรกิจ
หลังจากเป็นผู้ประกอบการแล้ว หรือทำงานอื่นอย่างเต็มตัว เวลาในการกระดิกตัวที่แทบจะไม่มี ยังต้องเจียดเวลามาทำความสะอาดบ้านกันอีก แบบนี้มันไม่ใช่แล้วครับ ทางที่ดีแนะนำให้จ้างแม่บ้านมาเลยดีกว่า เดือนละไม่กี่พัน ตกวันละไม่กี่ร้อยบาทด้วยซ้ำ สู้เอาเวลาไปพักผ่อนหรือไปคิดงานใหม่ ยังดีซะกว่ามานั่งเสียเวลาขัดส้วมเองเป็นไหน ๆ ยิ่งถ้าพื้นที่เยอะด้วยนะ ใช้เวลาครึ่งวันก็ยังไม่จบ แบบนี้จ้างเลยครับ คุ้มกว่าเยอะ

2. งานไหนไม่ถนัดก็เอาท์ซอร์ส
เดี่ยวนี้มีเว็บไซต์สำหรับให้จ้างงานเอาท์ซอร์สเต็มไปหมด แน่นอนว่าช่วงแรก ๆ ของการทำธุรกิจ อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด แต่ถ้ามันประหยัดไปแล้วต้องเสียเวลาเป็นอาทิตย์ แล้วงานก็ไม่เดินเลยแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ เช่น ถ้าคุณต้องการแอพพลิเคชันสักตัว แล้วคุณมัวคิดแต่จะทำเองทั้ง ๆ ที่ก็จบบริหารมา แบบนี้ต้องฝึกกันอีกนานแค่ไหนกว่าจะใช้งานได้จริง ดังนั้นอะไรที่มันทำได้ เราทำ อะไรที่ทำไม่ได้ เราจ้างเลยครับ ช่วยประหยัดเวลาได้สุด ๆ เลยแหละวิธีการนี้

3. ผ่อนคลายตัวเอง จะได้มีประสิทธิภาพในการทำงาน
คนเราไม่สามารถทำงานติดต่อกันเกิน 3 ชั่วโมงได้หรอกครับ ถึงแม้จะทำได้จริงแต่คุณภาพงานก็จะลดลง นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม่เราจึงควรจะพักบ้าง เพราะถ้าเราได้พักสัก 20-30 นาที ทุก ๆ 3 ชั่วโมง มันจะทำให้สมองเรายังคงสดชื่น ไม่เหนื่อยล้ามากจนเกินไป และทำงานได้ในระดับความเร็วใกล้เคียงกับเดิม แต่ถ้าเราทำแบบไม่หยุดพัก เพราะมัวเป็นห่วงว่าจะเสียเวลา แบบนี้แหละที่จะทำให้ร่างกายเราทำงานได้ช้าลง และสุดท้ายก็จะเสียเวลามากกว่าเดิมซะอีก

4. ค้นหาตัวเองว่า คุณทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุดกี่โมง
สมัยเรียนจะมีเพื่อนบางคนที่ชอบอ่านหนังสือดึก ๆ ดื่น ๆ ทำงานตอนตี 2 หรือไม่ก็มีพวกที่ชอบตื่นมาทำงานแต่เช้า 6 โมงนี่เห็นอัพเฟซบุ๊กว่าทำงานกันแล้ว ซึ่งนี่แหละครับคือตัวอย่างง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณมองเห็นภาพ ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดตอนไหน มันจะประหยัดเวลาคุณไปได้เยอะมากเลยแหละ เพราะช่วงเวลานั้น ร่างกายจะตื่นตัว หัวสมองจะปลอดโปร่ง ทำให้คิดแก้ปัญหา และดำเนินการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว จากที่เคยใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการเคลียร์งาน อาจลดลงเหลือแค่ 30 นาทีเท่านั้นเองครับ ดังนั้นอย่าลืมหาเวลาที่เหมาะสมให้เจอล่ะ

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2742 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น