จับตารายได้ท่องเที่ยวปี’60ถูกดันเป็นเสาหลักเศรษฐกิจของประเทศ

ปี 2560 ยังถือเป็นอีกปีทองสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเปรียบเสมือนเสาหลักที่ช่วยค้ำยันเศรษฐกิจ ในขณะที่รายได้จากภาคการลงทุน ภาคการส่งออก และการบริโภคในประเทศ ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงหันมาให้ความสำคัญกับ ‘รายได้จากภาคการท่องเที่ยว’ โดยจะเห็นว่าในปีที่ผ่านมา มีมาตรการสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวออกมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ขยายเวลามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา (วีซ่า) ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยเพิ่มเติมอีก 6 เดือน ตั้งแต่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 พร้อมเพิ่มจำนวนให้สิทธิ์อีก 3 ประเทศ จากเดิม 19 ประเทศ เป็น 21 ประเทศ คือ ปาปัวนิวกินี และหมู่เกาะฟิจิ ตลอดจนปรับค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ใช้ได้ครั้งเดียว เป็นจำนวน 1,000 บาทต่อคน เป็นการชั่วคราว เป็นต้น

แม้มาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมในช่วงที่ต่ออายุมาตรการไปประมาณกว่า 7,500 ล้านบาท แต่หากมองในภาพรวมมาตรการดังกล่าว ถือว่าคุ้มค่า ด้วยเหตุที่รายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และการออกมาตรการเหล่านี้ถือเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจากปกติ 1,005,826 คน เพิ่มขึ้น 1,127,933 คน หรือ 12.4% ทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าเม็ดเงินรายได้ที่สูญเสียไป ทั้งยังจะเป็นแรงกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่เดินทางมาไทยครั้งแรก(เฟิร์ส วิสิท) เข้ามายังเมืองไทยเพิ่มขึ้น ถือเป็นการปูทางให้เกิดการขยายฐานนักท่องเที่ยวจากกลุ่มนักท่องเที่ยวซ้ำ (รีพีทเตอร์)

ท่องเที่ยวสร้างรายได้ 17% ของจีดีพี
คุณพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยรายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวในปี 2559 กว่า 2.51 ล้านล้านบาท สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.7 ของจีดีพี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่มีมากขึ้น เพราะหากย้อนไปประมาณ 5-6 ปีก่อนหน้า สัดส่วนรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเป็นเพียงตัวเลขหลักเดียวของจีดีพีเท่านั้น  ขณะเดียวกันภาคธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจท่องเที่ยวต่างก็ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายซื้อสินค้า/บริการของนักท่องเที่ยว

สะท้อนว่าภาคการท่องเที่ยวยังมีบทบาทสำคัญในการกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคต่างๆ โดยในปีที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวได้สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งจากทางตรงและทางอ้อมในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 8 แห่ง รวมประมาณ 4.07 แสนล้านบาท ถือเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ชุมชนมากขึ้น ช่วยทำให้ระบบเศรษฐกิจเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ตามแนวทางของรัฐบาล ก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจระดับชุมชน และในปีนี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวก็ยังคงมุ่งส่งเสริมการเติบโตทางรายได้แก่ชุมชนใหม่ๆ ด้วยการสนับสนุนเส้นทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างเมืองท่องเที่ยวหลักกับเมืองท่องเที่ยวรอง ดึงจุดเด่นเมืองท่องเที่ยวรองขึ้นมา เพื่อให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ

4 ปัจจัยหนุนท่องเที่ยวบูม
คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวยังเติบโตต่อเนื่อง มาจาก 4 ส่วนหลัก ๆ คือ 1.แคมเปญ “ท่องเที่ยววิถีไทย” ที่สื่อสารออกมาได้ตรงประเด็น และทำให้ไทยมีจุดขายที่ชัดเจน สามารถแข่งขันในตลาดที่กำลังแข่งขันสูงได้ 2.การสนับสนุนให้มีการจัดอีเวนต์ระดับโลกจำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวก็เกิดความเชื่อมั่น 3.รูปแบบการทำการตลาดที่มุ่งเจาะหลายเซ็คเมนต์ ทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น และ 4. เดินหน้านโยบาเชื่อมโยงภายในอาเซียน (ASEAN Connect) ด้วยการทำตลาดร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม
นอกจากนี้ กระทรวงท่องเที่ยวยังได้วางโรดแมปท่องเที่ยวไทย ปี 2020 (2563)  ให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเป็นเสาหลักค้ำยันเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ซึ่งยุทธศาสตร์ที่นำมาใช้นั้น จะเน้นการทำงานร่วมกับประชาคมท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเมืองท่องเที่ยวทั้ง 8 คลัสเตอร์ ให้มีความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ให้รับบทเป็น “พี่เลี้ยง” ดูแลเมืองท่องเที่ยวรอง ตอบโจทย์การกระจายรายได้

ปี’60 รายได้ท่องเที่ยวทะลุ 2.77 ล้านล้านบาท
คุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ททท. มั่นใจ ว่ารายได้จากภาคการท่องเที่ยวในปี 2560 จะบรรลุเป้าหมาย 2.77 ล้านล้านบาทอย่างแน่นอน ซึ่งจะถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของประเทศ ที่จะเข้ามาช่วยหนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการท่องเที่ยวไทยเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจอย่างมาก สัญญาณการเติบโตเป็นไปในทิศทางบวก

ในส่วนของ ททท. มุ่งเป้าจับกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ดึงกลุ่มคนกระเป๋าหนัก ทั้งจากตลาดเอเชีย และยุโรป ตลอดจนสนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยการกระตุ้นกิจกรรม โปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการกระตุ้นให้ท่องเที่ยวในวันธรรมดา เหล่านี้ จะทำให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และไม่ทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ

บทสรุปภาคการท่องเที่ยวจะเป็นเสาหลักในการยกระดับรายได้ของประเทศให้ดีขึ้นได้มากน้อยเพียงใด และสัดส่วนรายได้ท่องเที่ยวต่อจีดีพีจะเติบโตทะยานแตะที่  20% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไม่เพียงขึ้นอยู่กับจุดแข็งด้านทรัพยากรทางการท่องเที่ยวไทยเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์การทำงานแบบเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนา การส่งเสริมการตลาด และการป้องกันปัญหาว่าจะสามารถปรับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้มากน้อยเพียงใด จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าในอนาคตรายได้จากท่องเที่ยวถูกยกระดับเป็นเสาหลักค้ำยันเศรษฐกิจประเทศแทนภาคการผลิต การส่งออก ได้หรือไม่

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1412 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น