อินโดฯ เร่งเพิ่มทุน 4,900 ล้านล้านรูเปียห์ พัฒนาสาธารณูปโภค

ผู้เชี่ยวชาญแนะ อินโดฯ ควรเร่งพัฒนายุทธศาตร์ 225 แห่งทั่วประเทศ จะต้องเพิ่มทุนสูงถึง 4,900 ล้านล้านรูเปียห์ และออกตราสารหุ้น ขยายฐานการผลิต จัดตั้งหลักทรัพย์ร่วมด้วย

แหล่งข่าวจากบริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company เปิดเผยว่า รัฐบาลอินโดนีเซียสามารถเพิ่มเงินทุนได้มากขึ้นจากตลาดทุน เป็นจำนวน 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากรัฐบาลสามารถเร่งหาแหล่งเงินทุนให้ได้มากพอสำหรับการนำไปพัฒนา หรือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคภายในประเทศให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

ในความเป็นจริงแล้ว การที่จะพัฒนาหรือปรับปรุงในหลายๆ ด้านของอินโดนีเซียให้ได้ครอบคลุมทั้งประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จะต้องทุ่มเทใช้งบประมาณมากถึง 4,900 ล้านล้านรูเปียห์ (หรือราว 368 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยจะนำไปพัฒนาโครงการยุทธศาสตร์ 225 แห่ง ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดี โจโก วิโดโด  ได้แก่ สถานีรถไฟฟ้า ถนน ทางรถไฟ สนามบิน เขื่อน และท่าเรือ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลอินโดนีเซียได้จัดสรรงบประมาณเอาไว้เพียง 1,500 ล้านล้านรูเปียห์เท่านั้น หรือน้อยกว่าหนึ่งในสามของเงินทุนที่จำเป็นต้องใช้จริงที่ประเมินว่าจะต้องใช้สูงถึง 4,900 ล้านล้านรูเปียห์

แต่สำหรับตลาดทุนของประเทศพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น อันเกิดจากการที่รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกหุ้นใหม่และพันธบัตรเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการระดมทุน เพื่อนำมาใช้พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคของประเทศ

มีการศึกษาวิจับพบว่า ผู้ที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ สามารถขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนระยะยาวได้อย่างยั่งยืน โดยผ่านนโยบายพื้นฐานที่กำหนดไว้ 6 ข้อ ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มขึ้นของตราสารหุ้น การขยายฐานการผลิต การจัดตั้งหลักทรัพย์ และการปรับปรุงเพื่อสู่ความเป็นสากลมากขึ้น
แหล่งข่าวได้อ้างถึงข้อสรุปในรายงานของบริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company เรื่อง “การเพิ่มทุนในตลาดทุนของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่” โดยคาดว่า จะมีการลงทุนรวม 800 พันล้านเหรียญในตลาดทุนประจำปี เพื่อการจัดหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับการลงทุนในภูมิภาคนี้ต่อไป

ผู้ที่ออกตราสารหนี้ในอินโดนีเซียไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับการกระจายเงินทุนของพวกเขา ดังนั้นจึงมีเพียงตราสารหนี้ในระยะสั้น ไม่มีในระยะยาว นอกจากนี้ผู้ออกตราสารหนี้ยังต้องเผชิญกับปัญหาของต้นทุนที่ค่อนข้างผันผวนและสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียนด้วยกัน

“นักลงทุนได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดตราสารทุนและตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ อัตราภาษีค่อนข้างสูง จึงทำให้ได้รับผลตอบแทนน้อย” แหล่งข่าวเปิดเผยทิ้งท้าย

1697 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น