ย้ายธุรกิจท่องเที่ยวจากออฟไลน์ สู่ออนไลน์ ขยายฐานลูกค้านับล้าน

ธุรกิจทุกวันนี้ไม่ว่าจะหันไปที่ไหนก็หนีเรื่องของโลกออนไลน์ไม่พ้นเลยนะครับ ถึงแม้จะเป็นธุรกิจที่ออฟไลน์จ๋าสุด ๆ อย่างธุรกิจท่องเที่ยวก็ตาม เพราะโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ช่องทางการทำการตลาดแบบออนไลน์นั้นเห็นผล และมีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งยังใช้เงินลงทุนต่ำกว่าที่เคยอย่างมากเลยล่ะ ซึ่งวันนี้โลกออนไลน์จะมาช่วยให้การทำธุรกิจท่องเที่ยวประสบความสำเร็จยังไงได้บ้าง ตามไปดูกันเลยครับ

1. คุ้มค่าเงินลงทุน โปรโมทได้ตลอดทั้งปี
ปกติแล้วส่วนใหญ่ธุรกิจท่องเที่ยวจะเน้นใช้การตลาดแบบพาร์ทเนอร์มากกว่า คือให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องช่วยให้การโปรโมทให้ หรือไม่ก็ไปออกบูธตามงานต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งมันไม่คุ้มเอาซะเลย ไหนจะต้องเสียเงิน เสียเวลา เสียค่านายหน้า ปีนึงได้โปรโมทก็แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น กว่าจะวนมาถึงการออกบูธครั้งใหม่ ธุรกิจก็ซบเซา ยอดขายก็ไม่กระเตื้อง คนก็จะรอซื้อเฉพาะตอนลดราคาช่วงออกบูธเท่านั้น ซึ่งปัญหาทุกอย่างที่ว่ามาจะหมดไปในทันทีที่คุณหันมาใช้การตลาดแบบออนไลน์ในการทำธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียเดี๋ยวนี้มีพลังมากเลยนะครับ เราสามารถกระจ่ายข่าวสารอัพเดทต่าง ๆ ของเราได้ตลอดเวลา และจัดโปรโมชันลดราคาได้บ่อยเท่าที่เราต้องการ และที่สำคัญคือ เม็ดเงินลงทุนต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ

2. สร้างความเชื่อมั่น ด้วยรีวิวที่ดี
เมื่อเราลงมาเล่นในโลกออนไลน์อย่างเต็มตัว สิ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวก็คือ รีวิว เพราะคนในโลกออนไลน์เค้าไม่เคยได้ไปสัมผัสของจริง เค้าก็ต้องถามหาจากคนที่เคยไปมา และถ้าเค้าเจอว่ารีวิวเราดีเลิศสุด ๆ เค้าก็จะยิ่งมั่นใจและอยากเข้ามาใช้บริการเร็ว ๆ ส่งผลให้ยอดขายสูงขึ้นนั่นเอง ดังนั้นเราต้องบริการและใส่ใจนักท่องเที่ยวทุกคนด้วยความใกล้ชิด ให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา และที่สำคัญเลยก็คือ อย่าแบ่งชนชั้นเด็ดขาด แม้ว่าราคาหรือแพ็คเกจที่นักท่องเที่ยวแต่ละคนเลือกมาจะต่างกัน แต่ทุกคนคือลูกค้าของเรา ขอให้นึกถึงตรงนี้ไว้ และบริการเค้าด้วยความจริงใจ แล้วก่อนกลับอย่าลืมขอให้เค้าเข้าไปรีวิวให้คุณด้วยนะ ถ้าทำตามนี้รับรองทุกคนให้รีวิวธุรกิจคุณอย่างดีแน่นอน

3. คอนเทนต์ต้องโดนใจ ทำยังไงก็ได้ให้อยากไปที่สุด
การทำธุรกิจท่องเที่ยวแตกต่างกับธุรกิจอื่นอยู่นิดหน่อยตรงที่ มันต้องใช้เวลา ไม่เหมือนการซื้อสินค้าทั่วไปที่พอเห็นก็สามารถตัดสินใจปิดการขายได้เลยด้วยเวลาอันรวดเร็ว แต่นี่ต้องมีการวางแผน ต้องชวนเพื่อน ต้องเก็บเงิน ซึ่งระหว่างทางที่เค้าตั้งใจจะมาใช้บริการเรานั้นเค้าอาจจะเจอที่อื่นที่นาสนใจมากกว่าก็ได้ ดังนั้นคอนเทนต์เราจึงต้องโดนใจ ดึงดูดลูกค้าและทำให้อยากไปให้ได้ตลอดเวลา ยิ่งเราสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่มาใช้บริการได้ ลูกค้าหน้าใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาก็จะรู้สึกว่ายังไงก็ต้องไปใช้บริการเรา เน้นภายสวย ๆ ที่เห็นแล้วกระตุ้นให้อยากไป แคปชั่นเรื่องราวดี ๆ มีกิจกรรมที่น่าทำ และเรื่องราวของสถานที่นั้น ๆ ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอินและอยากรีบไปฟินเร็ว ๆ แล้ว

4. ตอบไว สร้างความมั่นใจว่าธุรกิจเราพร้อมให้บริการ
ธุรกิจท่องเที่ยวบางอย่างอาจต้องมีการจอง มีการสอบถามราคาแพ็คเกจกันอยู่เสมอ ซึ่งถ้าเกิดนักท่องเที่ยวที่สนใจเค้าทักมาแล้วไม่มีใครตอบ ปล่อยทิ้งไว้เป็นวัน ๆ แล้วค่อยเด้งกลับมา แบบนี้ก็จะทำให้เค้าเกิดความคิดในแง่ลบกับธุรกิจนั้นได้ ซึ่งมันส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการให้บริการ แต่ถ้าเราตอบแชทเร็วลูกค้าก็จะอุ่นใจ แล้วเราก็จะได้ลูกค้าที่พร้อมจะใช้บริการเราเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง การตอบไวจะช่วยเพิ่มยอดขายให้เราได้มากขึ้น และการพูดคุยกับลูกค้าอย่างสนิทสนมเป็นกันเองแต่ให้เกียรติ ก็จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดี และกล้าที่จะสอบถามข้อมูลที่สนใจมากขึ้นเพื่อใช้ในการตัดสินใจไปใช้บริการของคุณนั่นเอง และหลังจากเค้ามาใช้บริการเราแล้ว ช่องทางแชทบนโลกออนไลน์ก็ยังคงถูกเก็บเอาไว้อย่างดี เราสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนั้นอีกต่อนึงได้ โดยการทักไปถามซ้ำแสดงถึงความใส่ใจ เช่น “ตอนนั้นมาซื้อ…ไป ไม่ทราบว่าถูกใจรึเปล่า” “เที่ยวที่…เป็นยังไงบ้าง พอใจกับทริปนี้มั้ย” ซึ่งแชทเก่า ๆ พวกนี้ก็จะทำให้เรารู้ว่านิสัยของลูกค้าเป็นยังไงและเวลาจะขายสินค้าหรือบริการเพิ่มเติมในครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้นแล้ว

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

3253 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น