การจดทะเบียนบริษัทคนเดียว ผลประโยชน์ที่ SME ไทยไม่ควรมองข้าม

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.การจัดตั้งนิติบุคคลเดียว พ.ศ. … ตามข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้เพียงคนเดียว จากเดิมที่ต้องใช้บุคคล 3 คนขึ้นไปในการจดทะเบียน ซึ่งถือเป็นการคลิกออฟมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และกลุ่มStartup ให้ตั้งไข่ได้ตามนโยบายของรัฐบาล

เปิดร่างกฎหมายตั้งนิติบุคคลคนเดียว   
ก่อนอื่น SMEs และกลุ่ม Startup ควรมาทำความรู้จัก ‘ร่าง พ.ร.บ.การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว พ.ศ. …. ‘ ก่อนว่ากฎหมายฉบับนี้มีองค์ประกอบทั้งหมด  9 หมวด 64 มาตรา จะมีความแตกต่างจากจัดตั้งนิติบุคคลประเภทอื่น โดยสาระสำคัญกฎหมายนี้กำหนดให้บุคคลสามารถยื่นจดจัดตั้ง บริษัท….จำกัด (คนเดียว) ได้ 1 บริษัท แต่ไม่ได้เป็นการบังคับ SMEs ทั้งหมดจะต้องจดจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว แต่เป็นไปตามความสมัครใจขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละราย

สำหรับเนื้อหาโดยสรุปใน หมวด 1 ‘บททั่วไป’ จะกำหนดให้บริษัทจำกัดคนเดียวมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การตั้งชื่อบริษัทต้องมีคำว่า “บริษัท….จำกัด (คนเดียว)”  หมวด 2 ‘การจัดตั้งบริษัท’ บุคคลหนึ่งอาจขอตั้งบริษัทตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ 1 บริษัท เจ้าของบริษัทรับผิดเท่ากับจำนวนทุนที่ลงไปในบริษัท และมีหน้าที่ต้องชำระทุนเต็มจำนวน

หมวด 3 ‘การบริหารจัดการ’ เจ้าของบริษัทอาจแต่งตั้งตนเองหรือบุคคลอื่นตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เข้ามาเป็นกรรมการบริษัท บริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีสำหรับการประกอบธุรกิจ และให้มี สารวัตรใหญ่บัญชีและสารวัตรบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีมีอำนาจตามกฎหมายกับบริษัท

หมวด 4 ‘การจ่ายเงินปันผล’ ห้ามไม่ให้จ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากการจ่ายเงินปันผลจากเงินกำไรเท่านั้น กรณีบริษัทมียอดขาดทุนสะสมห้ามไม่ให้จ่ายเงินปันผล และบริษัทต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 หมวด 5 ‘การเพิ่มทุนและการลดทุน’ บริษัทอาจเพิ่มทุนหรือลดทุนของบริษัทจากจำนวนที่จดทะเบียนไว้แล้วได้ด้วยความเห็นชอบของเจ้าของบริษัทแต่ทุนของบริษัทจะลดลงไปให้ต่ำกว่าจำนวน 1 ใน 4 ของทุนทั้งหมดไม่ได้

หมวด 6 ‘การแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด’ คือ กรณีที่บริษัทจำกัดคนเดียว อาจปรับโครงสร้างการลงทุนโดยการแปรสภาพเป็น บริษัทจำกัดได้ ด้วยการจัดหาผู้ร่วมลงทุนหรือผู้ถือหุ้นให้ครบเป็นองค์ประกอบและปฏิบัติตามขั้นตอน กำหนดจำนวนหุ้นสามัญ-หุ้นบุริมสิทธิ รวมทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิของหุ้นซึ่งจะออกการจัดสรรหุ้นของบริษัทที่แปรสภาพให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดโดยทุนของบริษัทจำกัดจะต้องมีทุนไม่น้อยกว่าทุนชำระแล้วของบริษัทที่แปรสภาพ

หมวด 7 ‘การเลิกบริษัท’ ให้นำความมาจดทะเบียนเลิกบริษัทภายใน 14 วันนับจากวันที่มีเหตุ และจะต้องมีการตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อมาจัดการทรัพย์สิน บัญชี เอกสารต่าง ๆ หมวด 8 ‘การถอนทะเบียนบริษัทร้าง’ เมื่อปรากฏแก่นายทะเบียนว่า บริษัทไม่ได้ทำการค้าขาย ประกอบการงาน หรือไม่มีตัว จากพฤติการณ์ไม่ส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังไป 3 ปีติดต่อกัน หรือบริษัทอยู่ระหว่างชำระบัญชี แต่ผู้ชำระบัญชีมิได้รายงานการชำระบัญชีหรือไม่ยื่นจดทะเบียนการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี หรือนายทะเบียนส่งหนังสือทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังบริษัท/ผู้ชำระบัญชีภายใน 180 วันนับจากวันที่ส่งหนังสือนายทะเบียนจะขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียน (บริษัทสิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคล) และหมวด 9 บทกำหนดโทษ

หนุนเอสเอ็มอี 2.7 ล้านรายเข้าระบบ
เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลจำเป็นต้องยกร่างกฎหมายนี้ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าสู่ระบบการค้า โดยในมุมมองของเจ้าภาพหลักในการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ คุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์  อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อธิบายว่า ร่างพ.ร.บ.การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว พ.ศ. …. จะทำให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประกอบการคนไทย หรือ SMEs ที่คาดว่าจะมีประมาณ 2.6-2.7 ล้านรายทั่วประเทศ สามารถเข้าสู่ระบบการค้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถนำไปใช้วางแผนและมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการได้ตอบโจทย์มากที่สุด

ผลดีสำหรับภาคธุรกิจในการจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว จะช่วยทำให้การจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจง่ายขึ้น ทำให้ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่เข้าสู่ระบบเกิดความน่าเชื่อถือ และได้รับประโยชน์จากมาตรการด้านภาษีต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เตรียมปรับลดภาษีให้นิติบุคคลที่เข้ามาในระบบ เช่น กรมสรรพากร กรมที่ดิน และยังช่วยให้ SMEs เข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐส่งเสริม ทั้งเรื่องการเงิน สภาพคล่อง และการอบรมให้ความรู้ต่อยอดธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งจะผลักดันในธุรกิจ SMEs ขยายตัวได้มากขึ้น ตามเป้าหมายของรัฐบาลทางสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคาดการณ์ว่า ในปี 2560 อัตราการขยายของจีดีพีกลุ่ม SMEs จะเพิ่ม 5% จากปี 2558 ซึ่งมีมูลค่า 6.04 ล้านล้านบาท

ไม่เพียงเท่านั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจ SMEs และ Startup ตามนโยบายของรัฐบาล โดยจัดเวที (Market Place) เชื่อมต่อผู้ประกอบการ SMEs และ Startup เพื่อผลักดันการทำธุรกิจ SMEs สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่จาก Startup มาต่อยอดธุรกิจได้มากขึ้น พร้อมกันนี้ ยังประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันการเงิน ซึ่งเดิมมีความร่วมมือในเรื่องหลักประกันทางธุรกิจอยู่แล้ว เพื่อขอให้สถาบันการเงินเข้ามาเป็น พี่เลี้ยง (Acililetor)ให้กับ Startup เติบโต รวมถึงสถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน ตลอดจนเชื่อมโยงกลุ่ม Startup ไทยและอาเซียนด้วย

SMEs ประสานเสียงรับตั้งบริษัทคนเดียว
นายสมเกียรติ ผู้มีชัยวงศ์ ประธานชมรมคลัสเตอร์ผู้ประกอบการไทย เห็นด้วยว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ดีต่อเศรษฐกิจของประเทศและดีต่อผู้ประกอบการ SMEs เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs มีส่วนสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งร่าง กม.ฉบับนี้เป็นการตอบโจทย์ที่ช่วยให้คนคนเดียวสามารถตั้งธุรกิจได้ จากเดิมที่เขาต้องเป็นลูกจ้าง หรืออยู่นอกระบบ นี่จึงเป็นการเปิดโอกาสให้เข้ามาสู่ระบบ  เท่ากับการเพิ่มจำนวนผู้มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรปรับรูปแบบและระบบวิธีการให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่เป็นกลุ่มบุคคลใช้เวลาเป็นเดือน  ส่วนประเด็นเรื่องการจัดเก็บภาษีจากบริษัทจำกัดคนเดียวนั้น ถือเป็นหน้าที่ของประชาชนอยู่แล้ว ยิ่งเข้ามาอยู่ในระบบ การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของรัฐบาลก็จะได้ง่ายขึ้นและเป็นผลดีแก่ผู้ประกอบการเองด้วย

ขณะที่ ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย กล่าวว่า เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ระบบอยู่แล้ว ให้สามารถจัดตั้งบริษัทได้ง่ายขึ้น เชื่อว่าหาก พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ก็จะมีผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น ฐานข้อมูล SMEs จะขยาย

อย่างไรก็ตาม ยังเห็นว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว น่าจะเป็นทางเลือกมากกว่า เพราะเมื่อเป็น บริษัทจำกัดคนเดียว ย่อมต้องมีกระบวนการต่าง ๆ เกิดขึ้นตามมาเช่น ระบบบัญชี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามา แต่ละรายต้องพิจารณาเมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ในเรื่องของการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และการช่วยเหลือต่าง ๆ ของรัฐจะได้มากขึ้น

ทั้งหมดนี้ยังคงต้องมาลุ้นว่า ร่าง พ.ร.บ.การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว พ.ศ. ….จะผ่านกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อมีผลบังคับใช้ได้ทันในปีนี้หรือไม่

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

87664 Total Views 36 Views Today
แสดงความคิดเห็น