Coffee & Puppy ร้านอาหารไอเดียใหม่ จับตลาดคนรักสุนัข

ธุรกิจแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เจาะตลาดคนรักสุนัข ชูจุดเด่นโภชนาการอาหารน้องหมา ทำการตลาดด้วยโซเชียลมีเดีย 3 ปีถึงจุดคุ้มทุน ประสบความสำเร็จเล็งพัฒนาเป็นระบบแฟรนไชส์

Coffee & Puppy เปิดให้บริการเมื่อเดือนสิงหาคม 2555 บริหารงานโดย ธนาสุทธิ์ วุฒิวิชัย (คุณหนู) ร่วมกับ นันทนา สุกิจใจ (คุณเกศ) ซึ่งเป็นหุ้นส่วน ก่อนหน้านี้คุณหนูเปิดเผยว่าเคยทำงานด้านแฟชั่น และมีเพื่อนต่างชาติเป็นชาวเกาหลีใต้ ได้ให้คำแนะนำในการเปิด Dog Café ซึ่งเป็นที่นิยมในเกาหลีและญี่ปุ่น และเมื่อ 5 ปีที่แล้วคาเฟ่สัตว์เลี้ยงในเมืองไทยนั้นมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย จึงมองว่ามีความน่าสนใจ แปลกใหม่ ไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคนเลี้ยงและไม่มีสถานที่ที่จะพาสุนัขของตัวเองไปด้วยได้

“ที่เลือกเปิดเพราะไม่มีคนทำมาก่อน ประกอบกับเราเองก็เลี้ยงหมา เอาไปด้วยร้านไหนก็ไม่ให้เข้า ปัจจุบันคนไทยก็นิยมเลี้ยงสุนัข และรักสุนัข ถ้าเราทำร้านแบบนี้น่าจะเป็นทางเลือกให้มีพื้นที่ได้พาสุนัขออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกัน”

ชูจุดเด่นโภชนาการอาหารน้องหมา
จุดเด่นของ Coffee & Puppy คือ เป็นร้านอาหารสำหรับคนและสุนัข ซึ่งคุณหนูเปิดเผยว่าในช่วงแรกนั้นมีแต่เฉพาะอาหารของคนเพียงอย่างเดียว แต่มองว่าน่าจะมีความพิเศษและน่าสนใจมากกว่านี้ จึงเปลี่ยนจากร้านคนที่ให้สุนัขเข้าได้ กลายเป็นร้านสำหรับสุนัขแบบชัดเจน ใช้จุดขายเรื่องอาหารสำหรับน้องหมาเป็นแกนหลัก

Coffee & Puppy มีเมนูอาหารทั้งสำหรับคนเลี้ยงและน้องหมา ในส่วนของอาหารสุนัขมีออกแบบและทำออกมาให้ใกล้เคียงกับอาหารของคน มีเมนู เช่น Chicken Crumble, Beef Burger Loaf, Coffee Puppy Dish  ส่วนเมนูอาหารของคน เน้นเป็นเมนูอาหารฝรั่ง เช่น สเต็ก สลัด และเบเกอรี่ เครื่องดื่มต่างๆ ในแบบฉบับร้านกาแฟ

เนื่องจากมีกลุ่มเป้าหมายคือคนที่รักสุนัข การตลาดที่สำคัญของ Coffee & Puppy คือเรื่องโภชนาการอาหารสุนัข ซึ่งคุณเกศที่ดูแลในส่วนนี้ได้ทำการศึกษาหาข้อมูล คิดค้นเมนูอาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของน้องหมา เป็นอาหารปรุงสดที่มีประโยชน์ ช่วยให้แข็งแรงและมีอายุยืน

“มองว่าเจ้าของย่อมต้องการให้สุนัขของตัวเองมีสุขภาพดี อายุยืน และอาหารคลีนสำหรับสุนัขนั้นในตลาดไม่เคยมีใครทำมาก่อน”

เตรียมพร้อมด้วยเงินทุนหลักและสำรอง
สำหรับการเตรียมความพร้อมในการเปิดร้าน คุณหนูกล่าวว่าเริ่มจากมีใจพร้อมที่จะทำ ได้ทำในสิ่งที่รัก วางแผนการทำงานไว้ว่าจะทำในแนวทางที่ชอบ มีความพร้อมในเรื่องของสถานที่เพราะใช้ที่เดิมซึ่งเคยเป็นออฟฟิศเก่าที่เคยทำงาน ส่วนเรื่องการลงทุนนั้นใช้วิธีการค่อย ๆ ทำ มีค่าใช้จ่ายหลักเป็นการตกแต่งร้านประมาณ 200,000-300,000 บาท ซึ่งใช้วิธีการสังเกตจากพฤติกรรมลูกค้าที่เข้ามาและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม นอกจากนั้นเป็นอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้านที่จำเป็น เช่นเครื่องชงกาแฟ สรุปเงินลงทุนที่ใช้ในการเปิดร้านอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 500,000 บาท

ซึ่งคุณหนูได้แนะนำเพิ่มเติมว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือเงินทุนสำรอง ซึ่งช่วงแรกต้องมีสำรองไว้เพื่อความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจอย่างน้อย 1 ปี

สำเร็จด้วย Marketing Online
ในช่วง 6 เดือนแรกมีลูกค้าเข้าร้านไม่มากนัก เนื่องจากยังไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยทำให้ร้านเข้าถึงลูกค้าได้และประสบความสำเร็จคือการใช้ Marketing Online คุณหนูเล่าว่าโดยส่วนตัวเป็นคนที่สนใจเรื่องโซเชียลมีเดียมาตลอด รู้ว่าสามารถนำมาพัฒนาธุรกิจได้ เริ่มทำตั้งแต่ช่วงแรกที่เป็นแบบออร์แกนิก จนปัจจุบันที่มีการเข้าถึงแบบชำระเงิน ซึ่งคุณหนูมีความเชี่ยวชาญในการใช้ Google AdWords อธิบายว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเวลาคนเสิร์ซหาจะตอบโจทย์ที่ตรงกับความต้องการและเข้าถึงเราได้ ส่วนเครื่องมือหลักที่ใช้ก็คือ Facebook Twitter Instagram สำหรับติดต่อกับลูกค้าและทำการโปรโมตร้าน

“หลังจากนั้น Coffee& Puppy ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น ประสบความสำเร็จได้รับความสนใจจากสื่อต่าง ๆ มาถ่ายทำนับร้อยรายการ ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าโดยตลอด สามารถถึงจุดคุ้มทุนได้เมื่อเข้าปีที่ 3 ในการทำธุรกิจ โดยปัจจุบันมีกำไรต่อเดือนในระดับเลข 5 หลักเป็นที่พอใจ” คุณหนูกล่าว

ปัญหาและอุปสรรคคือความท้าทาย
คุณหนูกล่าวว่า ปัญหาที่เจอจะเป็นในเรื่องสุขอนามัยภายในร้าน เนื่องจากธรรมชาติของสุนัขเมื่อไปในต่างที่จะปัสสาวะ แก้ปัญหาด้วยการขอความร่วมมือจากเจ้าของ ให้สุนัขทุกตัวที่เข้ามาสวมใส่ผ้าอ้อมก่อนเข้ามาใช้บริการภายในร้าน อีกทั้งในเรื่องการเจอกับสุนัขตัวอื่นที่ไม่คุ้นเคย บริเวณโต๊ะนั่งจะมีการล้อมรั้วเพื่อแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว เมื่อปรับตัวได้ ไม่มีอาการตื่น สามารถออกมานอกรั้ววิ่งเล่นภายในร้านได้

ส่วนปัญหาภาพรวมของการทำธุรกิจนั้นจะเป็นในช่วงแรกที่คนไม่รู้จักเพราะเป็นร้านแปลกใหม่ไม่เคยมีมาก่อน ใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยโซเชียลมีเดียดังที่กล่าวไว้ และสำหรับการทำงานในส่วนอื่นค่อนข้างราบรื่น เนื่องจากได้ทำในสิ่งที่รัก สนุกกับการทำงาน หากเจออุปสรรคจะมองว่าเป็นความท้าทายมากกว่า

เสริมความมั่นคงให้ธุรกิจ วางแผนอนาคตเพื่อความยั่งยืน
นอกจากให้บริการในด้านอาหารแล้ว Coffee & Puppy ยังเสริมความมั่นคงให้กับธุรกิจด้วยการเปิดสอนหลักสูตรการทำอาหารคลีนให้กับสุนัข เป็นการเวิร์กช็อปเรียนรู้โภชนาการอาหารน้องหมารวมถึงวิธีการทำ นอกจากนี้ยังรับเป็นตัวแทนในการจำหน่ายสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวกับสุนัข รวมถึงอาหารประเภทเบเกอรี่และคลีนฟู้ด ซึ่งเจ้าของสินค้าและอาหารประเภทนี้ สามารถมาพูดคุยรายละเอียดเพื่อส่งเสริมธุรกิจซึ่งกันและกันได้

สำหรับแนวทางการพัฒนาในอนาคต ผู้บริหารร้าน Coffee & Puppy กล่าวว่า เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจต้องรักษามาตรฐานการบริหารและการบริการให้ได้คุณภาพ นอกจากนี้ต้องมีสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมา ซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนเพื่อพัฒนาให้เป็นระบบแฟรนไชส์ เนื่องจากมีคนสนใจสอบถามเข้ามาตลอด โดยอยู่ในขั้นตอนการศึกษาระบบ คาดการณ์ว่าจะพร้อมเปิดตัวได้ในเร็ววันนี้ มองว่าธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

สุดท้าย คุณหนูได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบหน้าใหม่ ว่าไม่ควรทำอะไรตามกระแส อยากให้เริ่มธุรกิจจากความชอบและถนัด รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อการพัฒนาธุรกิจ

“การทำธุรกิจไม่ใช้เรื่องง่าย หากจะประสบความสำเร็จและยั่งยืนต้องมีความอดทน ดังนั้นความรักในสิ่งที่ทำจะเป็นตัวหนุนเสริมให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ และตัวช่วยสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาด นั่นก็คือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสำหรับธุรกิจยุคนี้จะไม่ทำไม่ได้” คุณหนูกล่าวทิ้งท้าย

Coffee & Puppy ที่ตั้ง 36/4 ถนนแจ้งวัฒนะ โทร.0-2982-6519, 08-1555-0781, FB : @coffeepuppy http://coffeepuppy.com

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1610 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น