“คลัง” เล็งยกเครื่อง กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ

กระทรวงคลัง เตรียมยกเครื่องกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ แจงธนาคารโลกแสดงความเห็นกฎหมายยังไม่เป็นสากล ขาดความครอบคลุมการทำธุรกิจอีกหลายเรื่อง หวั่นกระทบการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังประชุมติดตามความคืบหน้าแนวทางการยกระดับการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business) ร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีว่า ได้มีการหารือถึงการแก้ไขร่างกฎหมายเกี่ยวกับหลักประกันทางธุรกิจใหม่ หลังจากธนาคารโลก (World Bank) ได้แสดงความเห็นว่า กฎหมายของไทยยังไม่เป็นมาตรฐานสากล และไม่ได้ครอบคลุมในการทำธุรกรรมในอีกหลายประเด็น ซึ่งอาจกระทบต่อการประเมิน และการจัดอันดับของธนาคารโลก ที่จะเข้ามาประเมินไทยช่วงเดือน พฤษภาคม 2560 และจะประกาศผลในช่วงปลายปีนี้ (2560)

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กฎหมายหลักประกันธุรกิจของไทยจะเน้นเรื่องของหลักประกันหลักทรัพย์เป็นทรัพย์สิน เช่น การนำที่ดิน การใช้เครื่องจักรมาเป็นหลักทรัพย์ แต่ยังไม่ครอบคลุมด้านธุรกรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถนำไปมาใช้เป็นหลักประกันได้ ดังนั้น ไทยจะต้องมีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่เพื่อให้มาตรฐานเท่ากับสากล พร้อมทั้งผลักดันเป็นวาระเร่งด่วน ซึ่งเดิมธนาคารโลก คาดว่า จะใช้เวลาทำได้ภายใน 1 เดือน แต่ไทยต้องการแก้ไขให้เสร็จภายใน 20 วัน

“รัฐบาลมีความพยายามในการใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาหลายเรื่องเกี่ยวกับ Doing Business ให้เสร็จเร็วที่สุด แต่ในเรื่องนี้จะใช้ ม.44 หรือไม่ก็ต้องดู แต่จะต้องเร่งทำ เพราะประเทศข้างบ้านเราได้คะแนนเรื่องหลักประกันสูงมาก ดังนั้น เราก็ต้องเร่งแก้ไขกฎหมายนี้ให้มีความสะดวกขึ้น เพราะหากการทำหลักประกันยังยากก็มีต่อการจัดเรทติ้งให้ลดลงได้ โดยแนวทางการปรับปรุงกฎหมายใหม่ จะต้องมีการรวมการใช้หลักประกันประเภทต่างๆ ให้รวมอยู่กันในจุดเดียว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน จากปัจจุบันที่มีการกระจายอยู่หลายหน่วยงาน เช่น เงินสด ที่ดิน ก็อยู่คนละหน่วยงาน” นายอภิศักดิ์ กล่าว

810 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น