หัวมุม Market & More ลงทุนนับร้อยล้านพลิกหัวมุมเกษตร-นวมินทร์เป็นขุมทอง

หัวมุม Market & More ตลาดนัดกลางกรุง บริหารโดยนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ต้องการสร้างตลาดนัดชุมชนเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ จับทางเทรนด์มาร์เก็ตติงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง

ตลาดนัดคนรุ่นใหม่ ตอบสนองตามเทรนด์
คุณเมตตา ปราบสุธา กรรมการผู้จัดการ หัวมุม Market & More เล่าว่า ธุรกิจหลักที่ทำอยู่คือนำเข้าอาหารให้ห้างสรรพสินค้า มีโอกาสได้เช่าพื้นที่บริเวณ เกษตร-นวมินทร์ ประมาณ 24 ไร่ เพื่อขยายธุรกิจ และเนื่องจากเป็นที่ของทางราชการที่ไม่อาจสร้างตึกสูงได้ ช่วงแรกมีแนวคิดที่จะทำลักษณะสวนที่เป็นภาคการศึกษา แต่ได้คิดทบทวนถึงกระแสนิยมมองแล้วว่ายังไม่ใช่ จึงคิดตลาดนัดที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยม โดยต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป

ในช่วงแรกที่เปิดตลาดไม่ได้บริหารเองโดยตรง ใช้ซัพพลายเออร์ ซึ่งจับกระแสที่เหมือนกับตลาดนัดทั่วๆ ไป คือของเก่าโบราณ มีฟู้ดทรัก เปิดได้ประมาณ 4-5 เดือน ประเมินแล้วว่าไม่ตรงกับกลุ่มคนที่มาเดิน จึงตัดสินใจลงมาบริหารเอง ทำการปรับ ใช้แนวคิดเป็นตลาดนัดชุมชนของคนรุ่นใหม่ มีสินค้าที่ตอบสนองตามเทรนด์มาร์เก็ตติ้ง ทั้งเรื่องแฟชั่น อาหาร รวมถึงความสะดวกสบายในการเดินตลาด

ชูจุดเด่นความแตกต่างจากตลาดนัดทั่วไป
หัวมุมมาร์เก็ตสร้างความแตกต่างจากตลาดที่อื่นๆ เน้นในเรื่องความสะดวกสบาย เทพื้นคอนกรีต มีความปลอดภัย แสงสว่างเพียงพอ ที่จอดรถกว้างขวาง เมื่อเสียค่าบริการแล้วมีการดูแลอย่างดี

มีการแบ่งพื้นที่เป็นโซนต่างๆ เริ่มจากโซนอาหาร ซึ่งโดดเด่นมากที่สุด มีอาหารหลากหลาย รสชาติอร่อย สะอาด พ่อค้าแม่ค้าน่ารัก มีให้เลือกทุกระดับราคาตั้งแต่ลอบเตอร์ราคาแพงแป็นหมื่นจนถึงก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 บาท โซนแฟชั่น ที่รวมรวมร้านค้าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ ไว้มากมาย และโซนเวทีกลางที่มีลานดนตรี 2 จุด ไว้คอยบริการ โดยในวันศุกร์-อาทิตย์ มีแสดงดนตรีจนถึงเวลาตี 2

และจุดเด่นที่เป็นไฮไลต์ของหัวมุมมาร์เก็ต ซึ่งตลาดนัดที่อื่นไม่มี คือ ร้านตัดผมและร้านทำเล็บ “ที่นี่มีร้านตัดผม 10 กว่าร้าน รวมทั้งร้านทำเล็บ ซึ่งได้ลูกค้าจากกลุ่มคนทำงานที่มีเวลาหลังเลิกงานมาเดินที่ตลาด แล้วแวะตัดผม ทำเล็บ กินข้าว ช็อปปิ้ง แล้วจึงกลับบ้าน” คุณเมตตากล่าว


หัวใจสำคัญธุรกิจตลาด “บริหารจัดการร้านค้า”
คุณเมตตากล่าวว่า “หัวมุมมาร์เก็ต” คิดค่าเช่าร้านค้าในราคาไม่แพง โดยเริ่มต้นที่ 5,000-6,000 บาทต่อร้านค้า ในวันไหนที่มีฝนตกขายของไม่ได้ มีการงดเก็บค่าเช่าและค่าไฟ คัดเลือกร้านเพื่อไม่ให้สินค้าซ้ำกัน ต้องมีรูปแบบร้านที่ดีเพื่อความเหมาะสมกับพื้นที่ ร้านอาหารมีการตรวจสอบคุณภาพทุกเดือน ต้องไม่มีสารตกค้างในอาหาร ภาชนะที่ใส่ต้องปลอดภัย ไม่อนุญาตให้ใช้โฟมหรือไม้แหลม มีการพูดคุยกับร้านค้าในการพัฒนารูปแบบร้าน ร้านไหนยอดขายไม่ดีมีการให้คำแนะนำ บอกแนวทางการปรับปรุงร้านเพื่อให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังควบคุมให้แต่ละร้านให้เปิดร้านอย่างสม่ำเสมอ หากวันไหนไม่สะดวกเปิดร้านต้องแจ้ง ภายในพื้นที่ชัดเจนสำหรับร้านค้าประจำและร้านขาจร มีการรับสมัครร้านค้าที่เป็นระบบ หากต้องเข้ามาขายของสามารถแจ้งความจำนงเพื่อรอรับการพิจารณาเข้ามาขายของตามข้อกำหนด

“เป็นเหมือนโมเดิร์นเทรดที่ไม่ได้เปิดแอร์ มีการวางผังการเหมือนห้าง แบ่งเป็นโซนชัดเจน มีร้านอาหารใหญ่ๆ ไว้บริการ ที่ไม่ซ้ำแบรนด์กับในห้าง แต่เป็นบรรยากาศที่มีความชิลของร้านค้าและผู้คนที่มาเดิน”


แก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เป็นระบบ
คุณเมตตาเล่าต่อว่า การเปิดตลาดกลางคืนต้องพบกับปัญหาหลายอย่าง อย่างแรกคือปัญหาผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ถูกร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวน แก้ปัญหาด้วยการย้ายร้านที่เป็นผับไปรวมกันในฝั่งที่ไม่ส่งเสียงรบกวน ต่อมาคือปัญหาในเรื่องแรงงาน เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ ร้านค้ามาก แรงงานต่างด้าวที่มาทำงานต้องมีการเข้าระบบที่ถูกต้อง มีการตรวจโรคและสุขภาพ ซึ่งทางหัวมุมมาร์เก็ตระมัดระวังเป็นอย่างมากเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคได้

ส่วนปัญหาเรื่องการจราจรที่ติดขัด ได้มีการหารือกับทางสำนักงานเขตในพื้นที่ ทำการปรับเปลี่ยนช่องทางเข้า เพื่อให้สะดวกทั้งลูกค้าที่มาตลาดและคนทั่วไปที่ใช้รถใช้ถนน นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องของการกระทบกระทั่งของพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด ซึ่งต้องมีความเด็ดขาดในจัดการเพราะเป็นการบริหารจัดการทำงานกับคนหมู่มาก ซึ่งทั้งหมดนี้คุณเมตตากล่าวว่าเป็นเรื่องของปัญหาทั่วไป ค่อยๆ แก้ ด้วยวิธีการที่เป็นระบบ

ลงทุนสูง วางแผนการคืนทุนในระยะยาว
หัวมุมมาร์เก็ตเริ่มธุรกิจเมื่อปี 2558 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า มีคนมาเดินเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งคุณเมตตาเปิดเผยว่าใช้เงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งความเสี่ยงในการบริหารเงินจำนวนมากตรงจุดนี้นั้นคุณเมตตาเปิดเผยว่ามีประสบการณ์จากการทำธุรกิจหลักที่มีวงเงินสูงกว่านี้มาก ดังนั้นจึงสามารถบริหารความเสี่ยงตรงจุดนี้ได้ โดยวางแผนการคืนทุนในระยะยาวไว้ที่ 10 ปี เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีรายจ่ายค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น อีกทั้งหัวมุมมาร์เก็ตมีอัตราการเก็บค่าเช่าร้านไม่แพง เฉลี่ยอยู่ที่ 200 บาทต่อวัน สัดส่วนรายได้จากค่าเช่าร้านใกล้เคียงกับค่าเช่าพื้นที่ซึ่งต้องจ่าย มีกำไรจากจุดนี้ไม่มาก แต่มีรายได้จากการใช้บริการพื้นที่เข้ามาเสริม เช่นการถ่ายละคร มิวสิกวิดีโอ เอนเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ หรือการออกบูธ

จับกลุ่มลูกค้าถูก ดึงดูดด้วยร้านค้าดารา
คุณเมตตากล่าวว่าปัจจัยความสำเร็จมาจากการจับกลุ่มลูกค้าได้ถูกต้อง คือเลือกกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งจากต่างตลาดที่อยู่ใกล้เคียงที่มีกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น จึงไม่เป็นการแข่งขันเนื่องจากคนละกลุ่มเป้าหมาย นอกจากเลือกกลุ่มลูกค้าถูกแล้วคุณเมตตายังมองว่าเลือกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้ถูกเช่นกัน ซึ่งเป็น 2 ส่วนผสมที่ลงตัว ทางหัวมุมมาร์เก็ตเพียงแค่ให้บริการพื้นที่ที่ดี มีการทำการตลาดช่วย ภาพรวมทั้งหมดจึงออกมาดี

อีกส่วนสำคัญที่เป็นปัจจัยความสำเร็จคือการตลาด ซึ่งหัวมุมมาร์เก็ตมีดารามาเปิดหลายร้าน ทำให้ตลาดเป็นที่สนใจ ไม่ต้องใช้เงินมากเพื่อประชาสัมพันธ์ เน้นการโปรโมตทางด้านโซเชียลเป็นหลัก ใช้แฟนเพจเฟซบุ๊กเข้าถึงในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งเมื่อมีดาราเป็นจุดดึงดูด บวกกับการโปรโมตผ่านทางแฟนเพจ ทำให้หัวมุมมาร์เก็ตเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีรายการทีวีเข้ามาถ่ายทำเป็นจำนวนมาก อีกทั้งสถานที่ยังมีการเข้ามาขอถ่ายทำละครและมิวสิกวิดีโอทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำให้ตลาดเป็นที่รู้จักแล้วยังมีรายได้เสริมเข้ามาจากจุดนี้อีกด้วย

“ซึ่งจากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา บวกกับการรักษามาตรฐานของตลาด ทั้งการดูแลคุณภาพคน คุณภาพร้านค้า นั่นคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ” คุณเมตตากล่าว

มุ่งเป้า เป็นตลาดนัดชุมชนที่สร้างโอกาสให้กับนักลงทุน
จากประสบการณ์ในการทำโมเดิร์นเทรด คุณเมตตามองว่าการทำตลาดนัดชุมชนนั้นไม่ต่างกัน เพราะมีทั้งอาหาร แฟชั่น และ Accessories ต่างๆ แต่เป็นโมเดิร์นเทรดที่เด่นในด้านอาหารและการบริการ ซึ่งด้วยคุณสมบัตินี้ จึงมีแนวทางสร้างตลาดนัดชุมชนที่ช่วยสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นแหล่งงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการค้าที่มั่นคง โดยเฉพาะกลุ่ม SME ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและการลงทุนที่ไม่แพงหากเทียบกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

“ที่ผ่านมาแบรนด์เล็กๆ เติบโตจากตรงนี้เยอะมาก หลายร้านค้าเกิดแฟรนไชส์ได้จากเรา ให้โอกาสกับผู้ประกอบการฝีมือดีที่มีทุนไม่สูง ในอนาคตวางไว้ไม่ใช่แค่ตลาดกลางคืนเพื่อท่องเที่ยว แต่เป็นที่รวมชุมชนร้านค้าเพื่อโอกาสในการทำธุรกิจที่ยั่งยืน”

ทุกธุรกิจต้องเอาใจไปอยู่ตรงนั้น
สำหรับเคล็ดลับการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น คุณเมตตาแนะนำว่า ต้องลงมือทำเองให้เต็ม 100 ในการทำงาน คลุกคลีกับหน้างานตลอดเวลา ที่ผ่านมาธุรกิจทุกอย่างต้องทำเองก่อนทุกเรื่อง หัวมุมมาร์เก็ตก็เช่นกัน คือเอาใจลงไปทำ ลงพื้นที่ตลอด ทั้งการจัดร้าน และคุยกับพ่อค้าแม่ค้า ทำงานร่วมกับสตาฟฟ์ เพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะทำให้แก้ได้ถูกจุด ในช่วงแรกของธุรกิจต้องดูแลอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะแน่ใจว่ามือรองของเราสามารถทำได้ประมาณ 80% ถึงจะปล่อยให้มารับช่วงต่อได้

“ลงไปดูแลร้านค้าเอง ไปคุยว่าปัญหาของเขาคืออะไร จะเกิดความไว้ใจเพราะคุยกับเจ้าของโดยตรง เขาก็พร้อมไปกับเรา โตไปด้วยกัน ทุกธุรกิจต้องเอาใจไปอยู่ตรงนั้น”  นักธุรกิจสาวคนเก่งกล่าวทิ้งท้าย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

8178 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น