“พาณิชย์” ดัน 7 โครงการหนุนSMEปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น รับลูก ครม.อัดงบเพิ่ม 2 พันล้าน

“พาณิชย์” รับลูก ครม.อัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพิ่ม 2 พันล้านบาท ลุยดัน 7 โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ SME สตาร์ทอัพ ลุยเปิดตลาดชุมชนประชารัฐ ตลาดกลางข้าวสาร การพัฒนาร้านค้าท้องถิ่น ร้านค้าชุมชน และการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการครบวงจร หวังดันจีดีพีภูมิภาคเพิ่ม 10%

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งผลักดันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 รายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศให้แก่กระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมประมาณ 2 พันล้านบาท โดยจะมีการเร่งดำเนินโครงการรวม 7 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการผลักดันการเปิดตลาดในรูปแบบต่างๆ และโครงการช่วยเหลือและพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันให้จีดีพีในส่วนภูมิภาคปีนี้เติบโตได้เพิ่มขึ้นประมาณ 10%

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการพัฒนาผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (NEA) จะเพิ่มหลักสูตรในการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการ เน้นการเจาะตลาด CLMV ให้มากขึ้น นอกเหนือจากหลักสูตรเดิมที่มุ่งการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ เพราะกระทรวงฯ มองว่า CLMV เป็นตลาดที่มีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการของไทยทั้งในด้านการขยายมูลค่าการส่งออกและการเข้าไปลงทุน

นอกจากนี้ จะเร่งเปิดผลักดันโครงการเปิดตลาดกลางและตลาดชุมชนประชารัฐให้ได้มากขึ้น ซึ่งกรมการค้าภายในอยู่ระหว่างการเร่งผลักดันการเปิดตลาดในรูปแบบต่างๆ และยังจะดำเนินการยกระดับและจัดทำมาตรฐานตลาด เช่น ต้องสะอาด ถูกสุขอนามัย มีการกำจัดขยะ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อให้ตลาดที่เกิดขึ้น สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วย

ขณะเดียวกัน จะเร่งพัฒนาโครงการตลาดภูมิภาค โดยได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ได้ 16 ตลาด เน้นตลาดที่ติดชายแดน จะทำการยกระดับตลาดเดิมที่มีอยู่ให้มีมาตรฐาน เข้าไปช่วยเหลือปรับปรุงฐานข้อมูลด้านราคาให้สอดคล้องตั้งแต่ฟาร์ม ค้าส่ง ค้าปลีก เพื่อให้เป็นตลาดที่จะใช้ในการขยายเข้าสู่ตลาดเพื่อนบ้าน และส่งออกไปขายต่างประเทศ

สำหรับโครงการพัฒนาตลาดกลางข้าวสาร กระทรวงฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการผลักดัน เพื่อให้เกษตรกรมีพื้นที่ในการขายข้าว มีตลาดที่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย มีระบบตรวจสอบคุณภาพข้าว มีระบบการซื้อขายที่ทันสมัย มีสินค้านวัตกรรมที่เกี่ยวกับข้าวเกิดขึ้น โดยมีแนวคิดจัดตั้งใน 2 รูปแบบ คือ ให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) ดำเนินการ หรือให้เอกชนดำเนินการ ซึ่งในส่วนของเอกชนมีผู้สนใจเสนอตัวเข้ามาแล้ว 3-4 แห่ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า กระทรวงฯ ยังได้รับงบประมาณที่จะใช้ในโครงการพัฒนาร้านค้าท้องถิ่นและร้านค้าชุมชน โดยจะมีการพัฒนาต้นแบบร้านค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และเสริมสร้างศักยภาพร้านค้าชุมชนไทย โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเข้าไปช่วยในการพัฒนาร้านค้าในท้องถิ่นให้เป็นร้านค้าสำหรับท้องถิ่นที่จะจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น สินค้าชุมชน และสินค้าโอทอป และยังจะช่วยพัฒนาศักยภาพร้านค้าชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้

ส่วนโครงการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการครบวงจร หรือ Startup Complex คงต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ เพราะต้องปรับปรุงสถานที่ตึกเก่าที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถ.รัชดาภิเษก แต่ในระยะแรก มีหลายส่วนที่จะดำเนินการได้ทันที เช่น การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการ การจัดการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งหากจัดตั้งสำเร็จ ก็จะเป็นศูนย์ที่ใช้ในการพัฒนา SME และ Startup ได้อย่างครบวงจร

3447 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น