สานต่อ “กองทุนนางฟ้า” ใจป้ำให้ทุน 5 แสนบาท หนุนสตาร์ทอัพแจ้งเกิด

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จับมือเอกชน สานต่อโครงการ “Angel Fund for Startup” อัดฉีดเงินให้เปล่า 5 แสนบาท หนุนสตาร์ทอัพตั้งธุรกิจ แจงเงื่อนไขเสนอแผนธุรกิจสอดคล้องนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และด้านเทคโนโลยีพลังงาน ประกาศผล 25 พ.ค.นี้

ดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า  ในปี พ.ศ. 2560 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  (กสอ.) ร่วมกับ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)  ส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่และสตาร์ทอัพอย่างเป็นรูปธรรม  โดยจัดโครงการ “Angel Fund for Startup” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อให้การสนับสนุนเงินทุนสำหรับการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบเงินให้เปล่ารายละไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่า สตาร์ทอัพจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในเวทีธุรกิจระดับสากลได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้าน ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  กล่าวเสริมว่า  การสนับสนุนเงินทุนในรูปแบบเงินให้เปล่า (Angel Fund)  ได้รับความร่วมมือจาก บมจ.เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ซึ่งผู้สมัครจะต้องนำเสนอแนวคิดหรือแผนธุรกิจต่อแหล่งเงินทุน  ภายใต้ 2 แนวคิด คือ 1. Thailand 4.0 เน้นการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม แบ่งกลุ่ม อาทิ กลุ่มเทคโนโลยีอาหาร เกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ  กลุ่มสาธารณสุขและเทคโนโลยีการแพทย์ กลุ่มหุ่นยนต์อัจฉริยะ กลุ่มดิจิทัล เป็นต้น และ  2. Energy Management เกี่ยวกับเทคโนโลยีการประหยัดพลังงาน การเก็บพลังงาน และการหมุนเวียนพลังงานหรือพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้  กสอ. จะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ การเข้าร่วม Business Camp และการฝึกทักษะการนำเสนอแนวคิด (Pitching) เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้และฝึกทักษะวิธีการนำเสนออย่างมืออาชีพ หลังจากนั้นผู้สมัครจะทำการนำเสนอแผน/แนวคิดทางธุรกิจต่อ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมให้ได้รับเงินทุนสนับสนุนสำหรับการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบเงินให้เปล่า รายละไม่เกิน 5 แสนบาท

สำหรับเงื่อนไขการรับสมัคร ผู้สนใจส่งผลงานหรือแผนธุรกิจในรูปแบบ Cilp Vdo ความยาวไม่เกิน 5 นาที หรือโปรแกรม PPT ไม่เกิน 10 หน้า ลงสมัครออนไลน์ที่ nec.dip.go.th  สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 พฤษภาคม 2560 โดยจะประกาศผลวันที่ 25 พฤษภาคม 2560

ดร.พสุ เผยด้วยว่า การดำเนินงานในปี 2559 ที่ผ่านมานั้น กสอ. ได้ผลักดันและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการใหม่กว่า 2,500 ราย ในจำนวนนี้สามารถก่อตั้งเป็นธุรกิจได้ถึง 790 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจด้วยไอเดียใหม่ ๆ และอยู่ในกระแสความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามก็ยังพบว่ากลุ่มดังกล่าว ยังประสบปัญหาในด้านการเขียนแผนจำลองธุรกิจ การเสนอแนวคิดต่อแหล่งทุน การเข้าถึงแหล่งสินเชื่อ การหาผู้ร่วมลงทุน การระดมทุน  และการหาทุนแบบเงินให้เปล่าในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ โดยปัญหาเหล่านี้ กสอ. ได้นำมาวิเคราะห์และเร่งให้บริการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ด้วยโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม กิจกรรมเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี กิจกรรมเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) และการเรียนรู้เริ่มต้นธุรกิจผ่าน www.NEClearning.com เป็นต้น

ส่วนในปี พ.ศ. 2560 กสอ. จะมุ่งพัฒนากลุ่มสตาร์ทอัพ โดยมีรูปแบบการส่งเสริมและพัฒนา ประกอบด้วย 1) การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยการจัดให้มีกิจกรรมนำเสนอแผนธุรกิจของผู้ประกอบการ (Pitching) เพื่อแสวงหาโอกาสทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 2) การสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ด้วยการส่งเสริมความรู้และทักษะ ในการดำเนินธุรกิจ เช่น การบ่มเพาะธุรกิจ หรือการฝึกอบรม 3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจัดให้มีพื้นที่ทำงานและการแบ่งบันความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน Co-Working Space เพื่อเป็นสถานที่แก่ผู้ประกอบการได้เข้ามาใช้บริการและพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นต้น โดยตั้งเป้าให้การส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าวนี้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ราย ภายใต้งบประมาณกว่า 80 ล้านบาท

3685 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น