ไปเที่ยวทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการทำอาหารพื้นบ้าน Cookly

คนส่วนใหญ่ที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ก็มักจะชอบถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คของประเทศนั้น ๆ ไปในที่ ๆ คนเค้านิยมกัน หรือไม่ก็ไปเพื่อช้อปปิ้งของขึ้นชื่อจากที่แห่งนั้น แต่ตอนนี้สีสันแห่งการท่องเที่ยวของทุกคนกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะ Cookly เว็บไซต์ Startup สายเลือดไทย ถือกำเนิดขึ้นแล้ว เค้าจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับการท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ผ่านการเรียนทำอาหารขึ้นชื่อของประเทศนั้น ซึ่งจะเป็นยังไงกันบ้างนั้น ตามไปชมกันเลย!

Cookly ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ผ่านการทำอาหารขึ้นชื่อ
ตอนนี้เราก็อยู่กับ คุณโมนิก้า ภัฐอร ชุติคุณธนากิจ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Cookly ผู้จะมาบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมา และการทำธุรกิจของ Cookly ตั้งแต่ต้นจนจบให้เราฟังกัน

Cookly เป็นเหมือนการท่องเที่ยวแนวใหม่ เป็นเว็บไซต์ที่ใช้จองกิจกรรมทำอาหาร ให้คนได้เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการทำอาหารของแต่ละประเทศ เช่น คนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยก็ต้องมาเรียนทำต้มยำกุ้งที่นี่ หรือคนไทยไปญี่ปุ่น ก็สามารถจองโรงเรียนสอนทำซูชิได้ และกิจกรรมของ Cookly ไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำอาหารแต่เพียงเท่านั้น เค้ายังมีการพาไปล่องเรือ เก็บวัตถุดิบ พาไปเก็บผักออร์แกนิคฟาร์ม พาไปทำกิจกรรมตามที่ต่าง ๆ ซึ่งคิดเป็นแพคเกจครึ่งวัน หนึ่งวัน แล้วแต่เราจะเลือกเลย

“ตอนนี้ Cookly มีอยู่ 7 ประเทศ แต่ออฟฟิศหลักอยู่ที่เมืองไทย ในเมืองไทยเรามี 200 กว่ากิจกรรม ประเทศทั้งหมดที่เราเข้าไปร่วมดำเนินการด้วย มีประเทศไทย ญี่ปุ่น บาหลี เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และเพิ่งเปิดที่กัมพูชาไป”

ของดีใกล้ตัว ที่คนทั่วไปมองข้าม แต่ Cookly ไม่
จากการสัมภาษณ์ทำให้เรารู้ว่า ธุรกิจสอนอาหารจริง ๆ แล้วเป็นธุรกิจที่บูมมาก นักท่องเที่ยวจองกันเต็มตลอด แต่คนไทยไม่รู้ ยิ่งไม่มีช่องทางหลักแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งลำบาก ทำให้ Cookly เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของชาวต่างชาติได้เต็ม ๆ

นอกจากจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วัฒนธรรม และใช้เวลาไปกับการทำอาหารใหม่ ๆ ตามแต่ละท้องที่ได้แล้ว Cookly ยังช่วยธุรกิจให้มีลูกค้าเข้ามามากขึ้นด้วย แค่มาที่เว็บไซต์ Cookly คือจบ มีรูป มีบรรยากาศให้ดู มีตารางเวลาการสอน มีเมนู โรงเรียนสามารถลงรายละเอียดได้อย่างเป็นระบบ และนักท่องเที่ยวก็สามารถจองได้เลยทันที

เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้ ปัญหาใหญ่ที่ Startup แทบทุกชนิดต้องเจอ
แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะโรงเรียนแต่ละแห่งเป็นการเปิดมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ รุ่นแม่ ทำให้การที่จะทำให้เจ้าของโรงเรียนเชื่อมั่นในเทคโนโลยีเป็นเรื่องยาก เนื่องจากตามแต่ละโรงเรียนจะใช้วิธีการจดเอา หรือทำทุกอย่างเป็นแมนนวลหมด ยังไม่พร้อมจะเปิดรับเรื่องเทคโนโลยีมากนั่นเองครับ

“แต่ธุรกิจแบบนี้ดีอย่างคือ เค้าไม่มีพื้นที่โฆษณาธุรกิจอะไรเลย ไม่มีเวลาไปติดต่อทำการตลาดอะไรมาก เค้าไม่รู้ว่าเทคโนโลยีมันช่วยอะไรเค้าได้บ้าง เราเลยเหมือนเป็นตัวกลาง ช่วยทำการตลาดให้เค้า หาลูกค้าให้เค้าเรียบร้อย มีพร้อมทั้งเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ยูทูป เรียกลูกค้าให้เค้าได้เต็มที่”

การวางรูปแบบธุรกิจที่ดี ทำให้สามารถหารายได้ได้ตลอดทั้งปี

ด้วยระยะเวลา 2 ปี ทำให้มีลูกค้าที่เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารทั้งหมดในประเทศไทยตอนนี้ในระบบมากกว่า 200 แห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในต่างประเทศอีกกว่า 300 ห้องเรียน ซึ่งโรงเรียนของ Cookly ทุกแห่งเน้นที่จะต้องมีใบรับรอง และสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Cookly สามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ตลอดเวลา เพราะมีโรงเรียนสอนทำอาหารอยู่หลายประเทศทั่วโลก แต่ละประเทศก็จะมีช่วงโลว์ซีซันและไฮซีซันต่างกัน ทำให้มีคนเข้ามาใช้บริการ Cookly อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเดือนไหนก็ตาม

ในอนาคตอันใกล้นี้ Cookly จะมีอะไรมาฝากเรากันบ้าง
หลังจากที่แย็ป ๆ ไปในเรื่องของอนาคต ก็ทำให้ได้รู้ว่าตอนนี้ Cookly กำลังซุ่มทำแอพพลิเคชันอยู่นั่นเอง ซึ่งน่าจะเปิดให้ทุกคนได้ใช้งานกันสิ้นปี 2017 นี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจองโรงเรียนและดำเนินการทุกอย่างได้ง่ายขึ้นอีกขั้นหนึ่ง เตรียมมือถือไว้ให้ดี แล้วถึงเวลาก็ไปโหลดมาใช้งานกันได้เลย

แถมคุณโมนิก้ายังฝากทิ้งท้ายให้เหล่ารุ่นน้อง Startup ไว้อีกด้วยว่า …
“ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ดีในการทำ Startup เพราะมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษีเกิดขึ้นมาสนับสนุน Startup อย่างชัดเจน ไม่ยากเหมือนที่ผ่านมา ถ้าคิดอยากจะทำ ก็ลงมือเลย”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

6720 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น