ถอดสูตร “โทฟุซัง” น้ำเต้าหู้รถเข็นในแพ็กเกจหรู

แปรรูปถั่วเหลืองเป็นน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มแบบขวดรสชาติสไตล์รถเข็น ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพ พัฒนาบรรจุภัณฑ์และกรรมวิธีการผลิต นำนวัตกรรมเข้าส่งเสริม เสริมการตลาดด้วย Marketing Online ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องเกิน 200%

“ โทฟุซัง ” บริษัทโทฟุซังจำกัด บริหารงานโดย คุณสุรนาม พานิชการ ก่อตั้งเมื่อปี 24 กุมภาพันธ์ 2554 ทำการแปรรูปสินค้าการเกษตร คือถั่วเหลือง เป็นน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มแบบขวดรสชาติสไตล์รถเข็น  โดยเน้นคัดเลือกถั่วเหลืองที่มีคุณภาพและโปรตีนที่สูง 40% ขึ้นไป “โทฟุซัง” พัฒนาธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มแบบขวดภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี จนในปัจจุบันสามารถต่อยอดธุรกิจส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ มี Product หลากหลาย เป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภค

 เห็นช่องทางการตลาดน้ำเต้าหู้บรรจุขวด

คุณสุรนามได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า แต่ก่อนเคยขายขนมไทยในห้างสรรพสินค้ามาก่อน และด้วยความที่ขนมไทยมีลักษณะเด่นคือ หวาน มัน เค็ม มักจะมีลูกค้ามาสอบถามถึงของกินเพื่อสุขภาพ ซึ่งการปรับเปลี่ยนรสชาติเป็นไปได้ยากเนื่องจากคือเอกลักษณ์ของขนมไทย นั่นคือจุดเริ่มต้นของแนวคิดการผลิตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าในตลาด

และประกอบกับเป็นคนที่ชอบดื่มน้ำเต้าหู้ ช่วงเช้าของทุกวันต้องออกไปซื้อน้ำเต้าหู้ที่ขายตามรถเข็น ชื่นชอบในรสชาติ แต่มีข้อจำกัดของเวลาที่ต้องตื่นเช้าเพื่อไปซื้อมากิน จึงเกิดความคิดว่าน่าจะมีคนที่อยากกินน้ำเต้าหู้แท้รสชาติอร่อยแต่ไม่มีเวลาตอนเช้า ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีน้ำเต้าหู้บรรจุขวดจำหน่าย จึงเห็นช่องทางการตลาดในการสร้างเป็นธุรกิจ

โดยเริ่มต้นจากการเข้าไปที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในการช่วยสร้างโปรดักส์ เพื่อให้น้ำเต้าหู้อยู่ได้นานโดยไม่ใส่สารกันเสีย ซึ่งพัฒนาสินค้าอยู่ประมาณ 9 เดือน ออกสู่ตลาดในปี 2554 คือ “นมถั่วเหลืองผสมฟองเต้าหู้โปรตีนสูง” ซึ่งประสบความสำเร็จ ได้รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ชนะเลิศด้านการออกแบบ จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายธุรกิจ เริ่มจากไม่มีโรงงาน จนปัจจุบันขยายจนมีมากถึง 4 โรงงาน

ชูจุดเด่นด้วยรสชาติที่คุ้นเคย

จุดเด่นของโทฟุซังคือจะต่างจากนมถั่วเหลืองทั่วๆ ไป เพราะโทฟุซังนั้นจะให้รสชาติที่เหมือนน้ำเต้าหู้ที่ซื้อตามรถเข็น ซึ่งเป็นรสชาติที่คุ้นเคย ในกระบวนการผลิตไม่มีสารเคมีและของปรุงแต่ง ใช้ถั่วออร์แกนิกส์ที่มีโปรตีนสูง ไม่มีสารกันบูดและนมผงที่ใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มความมัน ไม่ใส่สารเคมี สี กลิ่น รส และใช้น้ำตาลไม่ฟอกสีในปริมาณต่ำ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือตลาดคนรักสุขภาพที่ชอบรับประทานนมถั่วเหลืองรสชาติคั้นสด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์มีให้เลือกหลากหลายขนาด มีระดับความหวานให้เลือก มีแพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม ทันสมัย และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

“คนที่มีความชอบในการกินน้ำเต้าหู้หน้าปากซอยหรือน้ำเต้าหู้รถเข็น แล้วหาไม่ได้ในช่วงเวลาอื่นที่ไม่ใช่ตี 5 ถึง 8 โมงเช้า ก็จะเลือกโทฟุซัง”

คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ใส่นวัตกรรมช่วยการผลิต

เนื่องจากโทฟุซังเน้นเรื่องการแปรรูป จึงต้องคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี คือถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสูงถึง 40% ซึ่งคุณสุรนามเปิดเผยว่ายอมซื้อผ่านพ่อค้าคนกลางในราคาแพงเพราะมีการคัดคุณภาพมาแล้ว ซึ่งโปรตีนต้องถึงตามที่กำหนด จะทำให้ได้ราคาดี ซึ่งมองว่าเม็ดเงินจะกลับไปถึงเกษตรกร เพราะหากพ่อค้าคนกลางกดราคาก็จะไม่ได้ถั่วคุณภาพดี

ส่วนในขั้นตอนการผลิต โทฟุซังใช้นวัตกรรมเข้ามามีส่วนช่วย โดยนวัตกรรมตัวเด่นที่น่าสนใจคือในเรื่องของการโม่ เป็นการพัฒนาเครื่องจักรเองให้มีคุณสมบัติสามารถตำและโม่เมล็ดถั่วเหลืองออกมา ซึ่งน้ำนมถั่วเหลืองที่ผ่านการตำหรือโม่จะให้รสชาติที่ดีกว่าการปั่น

“หากลองนึกถึงพริกแกงที่ไปเข้าเครื่องปั่นจะได้รสชาติหนึ่ง แต่ถ้าพริกแกงที่ตำด้วยครกก็จะมีอีกรสหนึ่ง ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ก็จะเป็นเรื่องของโมเลกุลที่เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน พริกแกงที่ใช้การตำจึงอร่อยกว่ามาก หลักการนี้เราเลยนำมาใช้กับน้ำเต้าหู้ของเราด้วย” คุณสุรนามกล่าว

เริ่มการตลาดจากคุณภาพ เสริมด้วย Online Marketing

โทฟุซังทำการตลาดด้วยการเน้นคุณภาพโปรดักส์ ซึ่งคุณสุรนามมองว่าเมื่อโปรดักส์ดี นั่นก็คือการทำตลาดที่ดีที่สุด ทำให้ลูกค้าซื้อแล้วเกิดการบอกต่อ วัตถุดิบต้องดีมีคุณภาพ มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน หากขายของถูกในคุณภาพที่ดีได้คือการตลาดที่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีไอเดียใหม่ๆ ทางการตลาด เช่นโทฟุซังจะมีสินค้าบางตัวที่ออกมาวางขายเป็นระยะเวลาแค่สามเดือน หมดแล้วก็หมดเลย สร้างให้สินค้ามีซีซั่น วางขายอีกครั้งในปีหน้า ซึ่งเรียกความสนุกและสนใจจากกลุ่มลูกค้าได้

ส่วนในเรื่องของการตลาดออนไลน์นั้นใช้ Facebook เป็นหลัก เนื่องจากเป็นเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ที่เห็นผลได้ชัดเจน

“มีการมอนิเตอร์ออนไลน์ คือนั่งดูโพสต์แล้วดูผลตอบรับจะเป็นยังไง แสดงความคิดเห็นแบบไหน  Facebook Instagram Youtube นี่คือสิ่งที่เราใช้เป็นหลัก ซึ่งใช้เงินน้อยและเห็นผล วัดผลได้มาก ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และก็ไม่ยากที่เรียนรู้เพื่อพัฒนาการตลาดของธุรกิจ” เจ้าของแบรนด์หนุ่มกล่าว

ปัจจัยความสำเร็จ

ข้อสำคัญที่ทำให้โทฟุซังประสบความสำเร็จได้นั้น คุณสุรนามกล่าวว่ามาจากชอบและความอดทน เพราะตลาดน้ำนมถั่วเหลืองนั้นมีมาก คู่แข่งเยอะ และปัจจัยที่ทำให้อยู่รอดได้คือเรื่องของทัศนคติในการทำงานและการบริหารที่ต้องปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า

ซึ่งในช่วงสองสามปีแรกโทฟุซังมีคนทำงานแค่สองคน และเริ่มรับคนเพิ่มโดยมองจากทัศนคติในการทำงาน สร้างคน ให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาบุคลากร

“สิ่งที่เราทำก็คือต้องสร้างคนต้องแต่วันแรก เราให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพตัวบุคคลถ้าอยากให้บริษัทพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพราะเราเชื่อว่าการลุยเดี่ยวยังไงก็ไปไม่รอด เรื่องนี้จึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จที่ทำให้เราโตมาได้ถึงขนาดนี้”

โทฟุซังดำเนินธุรกิจก้าวขึ้นสู่ปีที่ 6 ซึ่งอัตราการเติบโตก็ดีขึ้นมาตลอด มีอัตราการเติบโตสูงถึง 200-300% ต่อปี โดยตลาดหลักใหญ่ยังอยู่ในประเทศไทยประมาณ 98% และ 2%  สำหรับตลาดต่างประเทศ

เมื่อประสบความสำเร็จ โทฟุซังได้พัฒนาและขยายธุรกิจออกไป ซึ่งคุณสุรนามเผยว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีและได้รับการส่งเสริมด้านเงินทุนจากธนาคารกรุงเทพมาโดยตลอด ในทุกครั้งที่ขยายธุรกิจก็จะได้ธนาคารกรุงเทพคอยให้การสนับสนุน

และนอกเหนือจากเรื่องเงินทุนแล้ว ทางธนาคารกรุงเทพยังให้ความช่วยเหลือเรื่องคำปรึกษาในการทำธุรกิจ เช่น เรื่องพื้นที่โรงงาน ที่ธนาคารกรุงเทพได้แนะนำให้ทำการประเมินความเสี่ยงของที่ดิน รวมถึงแนะนำพื้นที่ที่เหมาะสมให้ นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมในโครงการเกษตรก้าวหน้า ซึ่งมองว่าเป็นโครงการที่ดีและให้ประโยชน์กับผู้ประกอบการภาคเกษตรอย่างแท้จริง

เกษตรก้าวหน้าเป็นโครงการที่ดี ซึ่งทางธนาคารเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้มาแสดงศักยภาพ โทฟุซังได้เข้าร่วมมา 2 ปี ซึ่งมองว่าไม่ใช่เพียงเรื่องยอดขายในงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างความรู้จักระหว่างผู้ผลิตและลูกค้า รวมทั้งผู้ประกอบด้านเกษตรด้วยกัน จึงอยากให้มีโครงการดีๆ อย่างนี้ตลอดไป” คุณสุรนาม กล่าว

สุดท้าย ผู้บริหารหนุ่มได้ให้คำแนะนำสำหรับคนที่สนใจภาคเกษตรกรรม โดยเน้นย้ำถึงเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตรว่าคุณภาพสินค้าต้องมาเป็นอันดับแรก ไม่ควรทำตามกระแสคนอื่นที่ประสบความสำเร็จ แต่ต้องมองศักยภาพตัวเองว่ามีวัตถุดิบที่เด่นเรื่องอะไร  แล้วดึงออกมาใช้ให้ดีที่สุด และในส่วนของนักลงทุนที่สนใจนั้นแนะนำให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ควรมองไปข้างหน้าระยะยาว 5-10 ปี ซึ่งช่วยทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและอยู่ได้ยั่งยืน

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

5531 Total Views 6 Views Today
แสดงความคิดเห็น