เคล็ดลับการสร้างแฟรนไชส์คุณภาพ “ไอเลิฟเครป”

เผยขั้นตอนสร้างแฟรนไชส์คุณภาพ เห็นช่องทางการตลาดทำธุรกิจได้ในรูปแบบของตนเอง สร้างโมเดลใหม่ ยึดหลักความแตกต่างที่น่าสนใจ ใช้โครงสร้างการทำงานที่เป็นระบบเทียบเท่าแฟรนไชส์ชั้นนำ ลงทุนน้อยความเสี่ยงต่ำ

คุณนพดล ธนัทเศรษฐศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นดี แอดวานซ์ เอ็นจิเนียริ่ง ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านไอเลิฟเครป ว่าเกิดจากการมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่เป็นต้นตำรับของเครป ได้ลองชิมและประทับใจในรสชาติแป้งที่อร่อยและการออกแบบจัดวางที่สวยงาม ไม่ว่าจะทำเป็นเมนูคาวหรือหวานก็อร่อยอย่างลงตัว

โดยก่อนหน้ารับรู้อยู่แล้วว่าเครปมีขายในไทยอยู่พอสมควร แต่ว่าความอร่อยและความน่าสนใจเทียบกับต้นฉบับไม่ได้ จึงมีความตั้งใจอยากนำมาเปิดขายในไทย เริ่มแรกทดลองทำที่บ้าน ลองไปเรื่อยๆ จนค้นพบสูตรที่ลงตัว คิดว่าน่าจะถูกปากคนไทย

จากนั้นจึงมาคิดต่อถึงตลาดเครปในเมืองไทย ซึ่งคุณนพดลมองว่ามีเจ้าใหญ่เพียงไม่กี่แบรนด์ ทำให้เห็นช่องทางการตลาดที่จะสามารถทำธุรกิจได้ในรูปแบบของตนเอง จากนั้นจึงได้ไปปรึกษากับทีมดีไซเนอร์เพื่อสร้างแบรนด์ว่าควรมีรูปแบบเฉพาะอย่างไร

“สุดท้ายมาลงตัวโดยสอดคล้องกับแนวคิดในการทำงานที่วางไว้ คือ เราจะดูแลครอบครัวของลูกค้าเราด้วยหัวใจ ด้วยความอบอุ่น จนเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ไอเลิฟเครป”

โมเดลใหม่ ยึดหลักความแตกต่างที่น่าสนใจ
ด้วยความที่ต้องการเปิดเป็นธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ทันที ทำให้คุณนพดลต้องวางแผนการทำงานอย่างรัดกุม โดยสร้างจุดเด่นของสินค้าให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน มองเจาะในเรื่องความแตกต่างของเครปที่มีอยู่ทั่วไปในท้องตลาด จุดเด่นอย่างแรกของไอเลิฟเครปคือเป็นเครปร้อนที่มีความกรอบยาวนานแม้จะถูกทิ้งไว้ให้เย็น ประการต่อมาคือเรื่องของวัตถุดิบ ใช้ของคุณภาพดีจากแบรนด์ชั้นนำ แม้ปริมาณอาจไม่มากเท่าเจ้าอื่นในตลาดแต่มีคุณภาพดีเหมาะสม มีการออกแบบร้านและแแพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม ทันสมัย ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้า

ต่อมาคือในเรื่องของสินค้าที่ครอบคลุมน่าสนใจ มีทั้งเครปร้อนและเย็น เครปไอศกรีม โดยเครปไอศกรีมนั้นเป็นเมนูซิกเนเจอร์ คือเครปแป้งร้อนเสิร์ฟพร้อมไอศกรีม ซึ่งในเมืองไทยยังไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อน และสุดท้าย คือ การสร้างแบรนด์สตอรีขึ้นมา โดยไอเลิพเครปนำเรื่องราวของความเป็นเครปสูตรต้นตำรับจากปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาเป็นจุดขาย ในโลโก้แบรนด์มีตัวไอเป็นรูปหอไอเฟลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศต้นตำรับของสูตรในการทำ ซึ่งทั้งหมดนี้คุณนพดลสรุปว่าเป็นการสร้างโมเดลใหม่ขึ้นมา โดยยึดหลักความแตกต่างที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้คนที่ต้องการเป็นลูกค้าแฟรนไชส์เกิดความมั่นใจและกล้าที่จะลงทุน

โครงสร้างการทำงานที่เป็นระบบ เทียบเท่าแฟรนไชส์ชั้นนำ
นอกจากเรื่องจุดเด่นและความน่าสนใจของสินค้าแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การสร้างแฟรนไชส์ประสบความสำเร็จได้นั้นคือระบบการทำงาน ซึ่งคุณนพดลอธิบายว่า ไอเลิฟเครปวางแผนระบบแฟรนไชส์แบบ Long Term คือการดูแลระยะยาว คือ 1.เริ่มทุกอย่างแบบร้านแฟรนไชส์ชั้นนำ มีระบบที่แข็งแรง บริหารการเงินด้วย POS (Point of sale)แบบออนไลน์ 2.มีระบบเทรนนิ่ง เริ่มจากแมนนวลคือคู่มือในการทำงาน จากนั้นไปในส่วนของหน้าร้านที่ใช้ One Point Lesson : OPL ติดไว้ที่หน้าร้าน ซึ่งเป็นระบบการฝึกและขั้นตอนการทำงานในร้าน และ 3.ในส่วนการขนส่ง ไอเลิฟเครปมีระบบโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพสำหรับควบคุมการขนส่งวัตถุดิบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

“โครงสร้างที่เราวางไว้สำหรับลูกค้ามีคุณภาพเหมือนกับแฟรนไชส์ชั้นนำ แม้เป็นแบรนด์ใหม่แต่ได้มาตรฐาน มีระบบกล้อง CCTV เช็กสต็อกออนไลน์ เช็กเงินออนไลน์ ซึ่งทุกอย่างมีการวางแผนไว้อย่างเป็นระบบ” คุณนพดลกล่าว

4 รูปแบบการธุรกิจ ลงทุนน้อยความเสี่ยงต่ำ
“ไอเลิฟเครป” เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเพราะลงทุนน้อย ซึ่งสำหรับจุดคุ้มทุนนั้นคุณนพดลชี้แจงว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จากเรื่องภาวะเศรษฐกิจ ทำเลที่ตั้ง รวมทั้งการบริหารจัดการร้าน ที่ผ่านมาบางสาขาคืนทุนแล้ว และบางที่ยอมรับว่ายังไม่คืน ซึ่งหากจะให้คาดการณ์ในภาพรวมโดยบริหารจัดการร้านได้ตามมาตรฐาน ค่าเช่าที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน มีพนักงานภายในร้านประมาณ 3 คน ยอดขายประมาณ 200,000 ต่อเดือน ก็จะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือนในการถึงจุดคุ้มทุนได้

“จากภาวะเศรษฐกิจที่ผกผันตลอดเวลา ภาคการลงทุนจะต้องปลอดภัย วางแผนให้ธุรกิจเติบโตในรูปแบบค่อยๆ ขยายการลงทุน เนื่องจากลงทุนน้อยทำให้มีโอกาสคืนทุนเร็ว แม้ในอนาคตจะต้องเจอกับช่วงที่เศรษฐกิจไม่ก็ไม่เจ็บตัวเพราะคืนทุนไปแล้ว อาจแค่ได้กำไรน้อยลง” คุณนพดลกล่าว

ไอเลิฟเครปมีการลงทุนทั้งหมด  4 รูปแบบ เริ่มต้นที่ 50,000-320,000 บาท  เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว ต้องการเพิ่มสินค้าใหม่ อยากหารายได้เสริม อาจเป็นเจ้าของกิจการ พนักงานบริษัท หรือข้าราชการ ที่ต้องการรายได้เสริมจากงานประจำ

ประเมินทำเลที่เหมาะสมสำหรับลูกค้า
คุณนพดลกล่าวถึงเรื่องทำเลว่า หากลูกค้ามีทำเลอยู่แล้วทางแล้วทางเราก็จะช่วยประเมินให้ในความเหมาะสม ว่าไม่มีปัญหาในเรื่องพื้นที่ หรือการทับซ้อนของธุรกิจลักษณะเดียวกัน และหากลูกค้าไม่มีทำเล ทางแฟรนไชส์ก็จะดำเนินงานจัดหาและเสนอทำเลให้ ซึ่งทำเลที่ควรจะเป็นในการทำธุรกิจนั้นคุณนพดลวางแนวทางไว้ว่า เนื่องจากเครปเป็นของกินเล่น กลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น ทำเลก็จะต้องหน้ามหาวิทยาลัย หน้าโรงเรียน ศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตีมอลล์เปิดใหม่ และนอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มลูกค้าที่ไอลิฟเครปเล็งเข้าไปทำตลาดเพิ่ม คือกลุ่มไฮเอนด์ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งทำเลที่เหมาะสำหรับลูกกลุ่มนี้คือห้างหรู เช่น ราชพฤกษ์ สยามพารากอน

“วางแผนเพิ่มกลุ่มลูกค้าเพื่อให้มีโอกาสในธุรกิจมากขึ้น กลุ่มไฮเอนด์มีกำลังซื้อสูง ขอแค่ให้สวย อร่อย คุณภาพดี จะไม่เกี่ยงเรื่องราคา”

บริหารแฟรนไชส์โดยเลือกคุณสมบัติ ถ่ายทอดการทำงาน เน้นบริการหลังการขาย
เพื่อความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว คุณนพดลมีนโยบายในการคุณสมบัติของผู้ที่จะมาซื้อแฟรนไชส์ คือ 1.มองจากความตั้งใจในการทำธุรกิจ ไม่ใช่เป็นเพียงการลงทุนแล้วหวังผลตอบแทน ต้องมีเวลาและทุ่มเทในการดูแลธุรกิจ 2.คือเรื่องเงินทุน ต้องมีความพร้อมในการเริ่มต้นธุรกิจและมีเงินทุนสำรองเพื่อหมุนเวียน และ 3.ต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาบ้าง เช่นเคยลงทุนหรือทำกิจการมาก่อน เพราะจะมีความเข้าใจในหลักการบริหารจัดการที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

จากนั้นเป็นการให้เแนวทางการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่คุณนพดลถ่ายทอดให้กับแฟรนไชส์ซี โดยเริ่มจากการฝึกอบรมซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 วัน เน้นย้ำถึงขั้นตอนการทำงานว่าเจ้าของร้านต้องรู้จักรายละเอียดทุกอย่างของธุรกิจ เข้าใจระบบ และควรมีเวลาอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ในการเข้าไปดูแลร้าน

“ช่วงแรกเป็นเวลาที่สำคัญที่สุด อยากให้โฟกัสกับร้าน พนักงาน การบริการ โฟกัสยอดขาย ความสะอาดของร้าน จากนั้นพอผ่านไปประมาณ 3 เดือน ทุกอย่างลงตัวและค่อยใช้วิธีแวะเวียนเข้ามาได้”

และการดูแลแฟรนไชส์ซี รวมถึงบริการหลังการขายนั้น ไอเลิฟเครปมีการโปรโมตแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายการโทรทัศน์ เว็บไซต์ เฟซบุกแฟนเพจ ซึ่งมองว่าบริษัทเป็นผู้สร้างแบรนด์จึงต้องมีการดำเนินงานจุดนี้อย่างเต็มที่ เรื่องคุณภาพจะเน้นในส่วนของวัตถุดิบ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรไม่มีนโยบายลดคุณภาพวัตถุดิบ ส่วนเรื่องบริการจะมีทีมงานคอยดูแลในกรณีอุปกรณ์ในร้านเกิดขัดข้อง รวมถึงระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งวัตถุดิบ

7 เดือน 6 สาขา
ปัจจุบันไอเลิฟเครปดำเนินธุรกิจมาประมาณ  7 เดือน มีทั้งหมด 6 สาขา เป็นของแบรนด์เอง 4 และแฟรนไชส์ซี 2 สาขา ซึ่งแนวทางการพัฒนาในอนาคตเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งตัวบริษัทเองและแฟรนไชส์ซี เจ้าของแบรนด์ไอเลิฟเครปได้วางไว้ 3 แนวทาง คือ 1.การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก 2.โปรโมตแบรนด์ผ่านสื่อและออกบูธในงานต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างสินค้าใหม่ๆ และ 3.การรีวิวและประเมินผลตอบรับจากลูกค้า

“ตอนนี้ไอเลิฟเครปอยู่ในช่วงที่ 2-3  รู้ว่าสินค้าเราสามารถขยายธุรกิจออกไปได้ เช่นการเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์เพื่อยกระดับแบรนด์ไปอีกระดับหนึ่ง” คุณนพดลกล่าวทิ้งท้าย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

18531 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น