เจาะกลยุทธ์ตลาดเวียดนามที่เอสเอ็มอีต้องรู้

Boston Consulting Group ระบุชนชั้นกลาง-ฐานะรวยของเวียดนามจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือมีมากกว่า 30 ล้านคน

เวียดนามนับเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมสินค้าบริโภคจากไทย ซึ่งอัตราการเติบโตทางการค้าระหว่างไทยและเวียดนามสูงถึงร้อยละ 13 ต่อปี และในปี 2560 มีการคาดการณ์ว่าไทยและเวียดนามจะมีอัตราเติบโตทางการค้าเพิ่มขึ้นอีก

ประชากรชาวเวียดนามเกินครึ่งมีอายุต่ำกว่า 30 ปี นับเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของเวียดนาม แบ่งเป็นค่าเฉลี่ย GDP มูลค่าราว 2,109 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นถึง 3,200 – 3,500 เหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง ทำให้ความต้องการด้านบริการต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกลุ่มตลาดจำเพาะ (Niche Market) นอกจากนี้จากการคาดการณ์ของ Boston Consulting Group ระบุว่า ชนชั้นกลาง-ฐานะรวยของเวียดนามจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือมีมากกว่า 30 ล้านคน

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจในเวียดนามการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลในหน่วยงานท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และยังต้องเตรียมความพร้อมวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้มีความสอดคล้องกับสภาพลักษณะของชาวเวียดนามที่มีการเปลี่ยนแปลงง่ายอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะลักษณะทางประชากรระหว่างเวียดนามตอนเหนือ ตอนกลาง และตอนใต้ ที่มีวิธีการเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่างกัน

 

พฤติกรรมชาวเวียดนามภาคเหนือ
ศูนย์ราชการและหน่วยงานของรัฐบาลจะอยู่ในภาคเหนือของเวียดนาม ผู้คนจะมีการจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวัง และถ้าสามารถสร้างแบรนด์ให้ชาวเวียดนามภาคเหนือเชื่อมั่นได้แล้วก็มักไม่ยอมเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์อื่น นั่นเท่ากับว่ายังเป็นกลุ่มที่เปิดใจให้กับสินค้าใหม่ยาก นอกจากนี้ชาวเวียดนามภาคเหนือยังนิยมชอบรับประทานอาหารที่บ้านมากกว่าข้างนอกบ้าน สินค้าอย่าง Ready to Cook จึงขายดีกว่า Read to Eat สำหรับสินค้าหรูหราจะเป็นสินค้าที่แสดงฐานะทางสังคมอีกด้วย

พฤติกรรมชาวเวียดนามภาคใต้
เวียดนามทางตอนใต้นั้นมีลักษณะนิสัยที่ค่อนข้างคล้ายคนไทย เป็นแหล่งของอุตสาหกรรมและการค้า ผู้บริโภคจึงเปิดรับสินค้าใหม่ได้ง่ายกว่า มีความชอบออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านและใช้จ่ายมากกว่าชาวภาคเหนือ จากความที่มีพฤติกรรมเปิดรับจึงได้รับอิทธิพลจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่เป็นสากลมากขึ้น

การเข้าสู่ตลาดเวียดนาม
ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองหาตัวแทนนำเข้า/จัดจำหน่าย (Distributor) เพื่อทำหน้าที่กระจายสินค้าโดยพิจารณาจากศักยภาพของบริษัทตัวแทนจำหน่ายอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตที่จำเป็นถูกต้องตามกฎหมาย มีกำลังคน และเงินทุนเพียง สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในเวียดนามส่วนใหญ่ร้อนละ 80 ยังเป็นลักษณะการจัดจำหน่ายแบบดั่งเดิม (General Trade) อย่างร้านค้าปลีก ขณะที่สินค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) มีสัดส่วนที่ร้อยละ 20 และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนเริ่มแย่งส่วนแบ่งการตลาดกับการจัดจำหน่ายแบบดั่งเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมือง

ด้านช่องทางออนไลน์ก็น่าสนใจไม่น้อย นอกจากกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลกแล้วในเวียดนามก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 1 – 2 ซึ่งส่วนใหญ่ช่องทางแบบ Modern Trade จะได้รับความนิยมจากชาวเวียดนามมากว่า
แต่หากสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยมีความต้องการจัดตั้งบริษัทในเวียดนามสามารถเลือกขอใบอนุญาตได้ 3 แบบ คือ ใบอนุญาตสำนักงานตัวแทน ใบอนุญาตสาขา และใบอนุญาตการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเรื่องการศึกษากฎระเบียบกฎหมายและบัญชีของเวียดนามยังเป็นภาษาเวียดนาม จึงควรแต่งตั้งตัวแทนหรือบริษัทกฎหมายที่ไว้ใจได้ และมีความเป็นมืออาชีพเพื่อดำเนินการ ธุรกิจต่างที่จะดำเนินการในเวียดนามจำเป็นต้องมีใบอนุญาต หากโดนตรวจสอบและไม่มีใบอนุญาตอามีผลกระทบต่อการดำเนินการตามมาที่สำคัญเรื่องอัตราและเปลี่ยนสกุลเงินยังคงมีความเสี่ยง โดยผู้ประกอบการสามารถเข้ามาขอคำปรึกษาได้ที่ธนาคารกรุงเทพทั้งสาขาโฮจิมินห์ และฮานอย

อนึ่ง หากมีความต้องการมองหาหุ้นส่วนทางธุรกิจในเวียดนาม ผู้ประกอบการสามารถศึกษาได้ที่ตัวแทนจัดหามืออาชีพ ฐานข้อมูลออนไลน์ อาทิ www.buyvietnam.com.vn , http://vietrade.com , สภาหอการค้า , สมาคมที่เกี่ยวข้อง และงานแสดงสินค้ากับกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งธนาคารกรุงเทพสาขาที่เวียดนามก็มีข้อมูลสนับสนุนผู้ประกอบการ

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

30996 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น