6 ประเทศลุ่มน้ำโขง ร่วมถกยุทธศาสตร์ส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางเกษตร หวังเป็นแหล่งผลิตอาหารโลก

ประเทศหกเหลี่ยมเศรษฐกิจร่วมกันวางยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะขยายการเข้าถึงตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรที่ปลอดภัยและมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในตลาดโลก

คุณระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มประเทศภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) หรือประเทศหกเหลี่ยมเศรษฐกิจ ได้แก่ กัมพูชา จีน ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะขยายการเข้าถึงตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรที่ปลอดภัยและมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในตลาดโลก เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศ GMS มีความพร้อมที่จะเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งได้เปรียบในการเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก และมีความได้เปรียบในเชิงแข่งขันในสินค้าหลายชนิด

โดยล่าสุดได้มีการจัดประชุมสำหรับจัดทำร่างยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าฯ ร่วมกัน ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จากผู้แทนจากประเทศสมาชิก GMS โดยจะเสนอร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Agriculture Minister Meeting) พิจารณาให้ความเห็นชอบในเดือนกันยายน 2560 ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา

ร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าว ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1. นโยบายและกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการผลิต การค้า และการลงทุนในห่วงโซ่คุณค่าฯ 2. โครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งสำหรับห่วงโซ่คุณค่าฯ แบบบูรณาการทั้งภูมิภาค 3. ระบบการแลกเปลี่ยนและการเผยแพร่นวัตกรรมเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าฯ และ 4. การพัฒนาตราสินค้าและช่องทางการตลาดเพื่อส่งเสริมให้ GMS เป็นผู้นำของโลกในห่วงโซ่คุณค่าฯ

ทั้งนี้ ร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะทำให้ประเทศสมาชิก GMS มีแนวทางการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าฯ ของอนุภาคที่ชัดเจน ตั้งแต่การผลิตจากแหล่งผลิตต่าง ๆ การแปรรูป การตลาด การจัดจำหน่ายสู่ผู้บริโภค ทั้งตลาดภายในประเทศ ตลาดภายในภูมิภาค และตลาดโลก เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงตลาดของสินค้าดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบได้ว่าประเทศสมาชิกแต่ละประเทศหรือนุภาค ควรพัฒนาด้านใดเพิ่มเติม เพื่อให้ประเทศ GMS เป็นผู้นำในการผลิตสินค้าด้านนี้ และทำให้ห่วงโซ่คุณค่าฯ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค ประเทศอนุภาคและภูมิภาค

“หากร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้วเสร็จ และมีการรับรองแล้ว คาดว่าจะมีแหล่งเงินทุนต่าง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมลงทุนด้วยงบประมาณมากกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ” คุณระพีภัทร์ กล่าว

3996 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น