สร้างแรงบันดาลใจธุรกิจกับ ‘เฌอเอม’ รุกขุมทรัพย์ประเทศโอมาน

‘เฌอเอม’ ปรับกลยุทธ์เชิงรุกทางธุรกิจทั้งตลาดในและต่างประเทศ พร้อมเปรียบเทียบตลาดอาเซียน vs ตะวันออกกลาง

ใครหลายคนถึงต้องกับอุทานด้วยความตื่นเต้นว่า ‘โฆษณาแบบนี้ก็ได้เหรอ’ หลังจากการชมโฆษณายาดมสมุนไพรไทยเก่าแก่แบรนด์ ‘เฌอเอม’ จนกลายเป็นไวรอลคลิปด้วยยอดวิวกว่า 1 ล้านครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

สำหรับแบรนด์ ‘เฌอเอม’ นับว่าเป็นผู้ผลิตยาเขียวและยากวาดตราใบโพธิ์ ยาแผนโบราณที่ได้รับความนิยมและไว้วางใจจากคนไทยตลอดมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกว่า 100 ปี การเริ่มต้นพลิกปรับแบรนด์เฌอเอมนับเป็นความกล้าหาญครั้งใหญ่ของยาเขียวและยากวาดตราใบโพธิ์ จนทำให้ยาดมสมุนไพรเฌอเอมกลับขึ้นมาถูกพูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง จากความพยายามในการเริ่มสลัดภาพลักษณ์เดิมๆ และหันมาทำบางอย่างที่นอกกรอบอย่างที่แบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ Classic หลายแบรนด์เริ่มเปลี่ยนแปลงขึ้น

คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร กรรมการผู้จัดการ เฌอ รีสอร์ท (Cher Resort) เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด จิสประพัจน์ ผลิตและจัดจำหน่ายสมุนไพรเพื่อสุขภาพแบรนด์ “เฌอเอม” ซึ่งไม่ได้เพียงแค่ทำตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าไปในตลาดเกิดใหม่ที่มีความต้องการสินค้าสูงอย่างประเทศในโซน GCC ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย  คูเวต  โอมาน  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กาตาร์ และบาห์เรน โดยเฉพาะในประเทศโอมานซึ่งเป็นประเทศที่น่าสนใจมากที่สุดในกลุ่ม GCC

คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร

ปรับกลยุทธ์เมื่อมาถึงยุคที่ต้องทำธุรกิจเชิงรุก ตลาดในและต่างประเทศ

เจ้าของยาดมสมุนไพรเจ้าดังกล่าวว่า “ปกติแล้วการทำธุรกิจที่ผ่านมามีหลายอย่าง แต่ในตอนนี้ตั้งใจให้ความสำคัญกับเรื่องของสินค้ายาเป็นหลัก โดยส่วนตัวมองว่ายาในอดีตเป็นสินค้าที่ไม่มีเยอะมากเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ขณะที่อุปสงค์ในตลาดค่อนข้างเยอะ ทำให้การทำธุรกิจเมื่อก่อนไม่ต้องทำตลาดสามารถขายสินค้าได้

เมื่อผ่านไปจนถึงยุคหนึ่งสิ่งที่ทำให้ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าทำไมเราต้องหันกลับมาทำแบรนด์? เพราะยอดขายที่น้อยลงขณะที่คู่แข่งมีมากขึ้น สิ่งนี้กระตุ้นให้ต้องคิดเลยว่า ‘ไม่ได้แล้วล่ะ ถ้าอยู่กับที่ต่อไป แพ้แน่ เขาเดินนำไปแล้ว ผมเลยตัดสินใจออกมาเปิดแบรนด์ตัวเอง และมองว่าถ้าผมยังอยู่กับอะไรเดิมๆ ไม่มีทางเติบโตแน่นอน ต้องสร้างแบรนด์”

ธุรกิจปัจจุบันจะรอให้ลูกค้ามาหาไม่ได้แล้ว

มันต้องรุก

หากยังอยู่กับที่ รอให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าแล้วไม่ทำอะไรสักอย่าง ธุรกิจไม่สามารถเติบโตได้แน่ๆ ทำธุรกิจตอนนี้ต้องเชิงรุกเท่านั้น เพราะธุรกิจ ณ ปัจจุบันไม่สามารถอยู่เฉยๆ แล้วรอให้ลูกค้าเดินมาหาได้ และเชื่อว่าทุกธุรกิจตอนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราต้องเริ่มก้าวออกมา ไม่เพียงแต่ในตลาดของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานการณ์ตลาดต่างประเทศด้วย

ที่สำคัญผมเชื่อว่าทุกคนทำธุรกิจคิดเหมือนผมหมด หมายความว่าต้องตั้งต้นเริ่มจากในประเทศก่อน คนไทยราว 60 – 70 ล้านคน ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดมา 1-2 % ก็สามารถทำกำไรได้แล้ว ซึ่งความจริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะอย่างที่ผ่านมาผมใช้เวลาสร้าง ‘เฌอเอม’ มาจนถึงวันนี้ 15 – 16 ปี ทำมาตั้งแต่เดินขายเอง ไม่มีคนซื้อ โดนไล่ออกมา จนถึงวันนี้วันที่สามารถวางขายได้ทั่วประเทศใช้เวลาพอสมควร จนมาถึงจุดที่วางขายและเป็นที่รู้จัก เป็นปกติที่จะเกิดกิเลสอยากได้ตลาดและยอดขายเพิ่มขึ้น

คุณอัครพัจน์ เล่าต่อว่า ความจริง ‘เฌอเอม’ ได้ดันเข้าไปในหลายประเทศทั้งจีน สหรัฐฯ หรือโอมาน และประเทศโซนอาหรับ เป็นตลาดที่ผมมองว่าอยากไป แต่มีความกลัว ซึ่ง 2 – 3 ปีที่แล้ว ยอมรับว่ามีความกลัวประเทศเหล่านี้และเชื่อว่าSMEไทยหลายรายก็กลัวเหมือนผม

คนแขกจะเป็นอย่างไร จะเชื่อได้ไหม

เขาจะสนใจสินค้าเราไหม เป็นภาพที่เราไม่เคยไป

โดยเฉพาะประเทศร้อนอย่างโซน GCC SME

เจอแบบนี้ก็ไม่อยากไปแล้ว”

หลังจากที่ได้เริ่มเข้าตลาดโอมานแล้วเริ่มคลุกคลีกับชาวโอมานจึงพบว่าชาวโอมานค่อนข้างเป็นมิตร เป็นคนตรง บ้านเมืองมีความเจริญ อาชญากรรมที่มีการตุกติกลักขโมยแทบจะไม่มี เนื่องจากกฎหมายอิสลามมีบทลงโทษรุนแรง ส่วนการเริ่มต้นตลาดในโอมานอย่างจริงจังนั้น มาจากเพื่อนสนิทสมัยเรียนชื่อคุณอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ ประธานสภาธุรกิจไทยในดูไบและรัฐตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้โทรศัพท์มาหาและแนะนำว่าตลาดโอมานกำลังน่าสนใจ

ความรู้สึกแรกก่อนทำธุรกิจก็มีความกลัวเนื่องจากค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่ในราคาสูง ราคายาดมหลอดละ 20 บาท กว่าจะขายได้ คุ้มจุดค่าเดินทางการลงทุนหรือไม่ ซึ่งก็อย่างที่กล่าวต้องขจัดความกลัวและจะรอให้ลูกค้ามาหาไม่ได้แล้ว หากไม่ลองก็ไม่มีทางรู้ อีกอย่างคือคู่แข่งอาจจะแซงได้

รูปแบบอุตสาหกรรมภายในประเทศทะเลทรายที่ทำอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ยาก ส่วนใหญ่คือทำเรื่องน้ำมัน ทำให้ความต้องการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคมีสูงสินค้าไทยจึงมีโอกาสอย่างมาก

ส่วนตลาดโอมานนั้นเป็นตลาดใหม่ หาก ‘เฌอเอม’ ไปก่อนย่อมมีโอกาสก่อน สามารถทำแบรนด์ได้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ (Top of Mind) เขาก็จะอยู่กับเรานาน จึงเป็นจุดตัดสินใจให้ลองเข้าไปตลาดดังกล่าว และค้นพบว่าโอมานเป็นประเทศที่มีโอกาสมากมาย ด้วยรูปแบบอุตสาหกรรมภายในประเทศทะเลทรายที่ทำอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ยาก ส่วนใหญ่คือทำเรื่องน้ำมัน ทำให้ความต้องการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคมีสูง สินค้าไทยจึงมีโอกาสอย่างมาก

เมื่อปี 2558 จึงได้เริ่มลองเข้าไปขายสินค้า ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีสินค้าที่นำไปขายได้ทั้งหมด ราคาสินค้าก็สามารถขยับขึ้นขายได้ในราคาที่สูงกว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยฐานรายได้ประชากรที่ค่อนข้างมีเงิน หากSMEที่ต้องการเข้าตลาดดังกล่าว อยากแนะนำว่าต้องมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะแผ่น Printing โฆษณา ต้องสื่อสารออกมาให้ชาวโอมานเข้าใจ ซึ่ง ‘เฌอเอม’ สมัครเข้าร่วมกับงานแสดงสินค้าของไทยที่ไปจัดงานที่โอมาน โดยได้รับข้อมูลผ่านภาครัฐอย่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จะมีการจัดงานดังกล่าวและถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับSMEในการเข้าไปทำตลาด ในงานแสดงสินค้าของรัฐนอกจากจะช่วยทำให้ชาวอาหรับรู้จักสินค้าและขายสินค้าไทยได้แล้ว ยังอาจทำให้ได้พบกับคู่ค้าหรือบรรดาผู้กระจายสินค้าภายในงาน ซึ่งการสื่อสารกับชาวอาหรับสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

นอกจากนี้ ชาวอาหรับบางรายยังนิยมเดินทางมาที่เมืองไทย เพื่อท่องเที่ยวทำให้สินค้าบางอย่างของSMEไทยเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่SMEจะเริ่มรุกเข้าประเทศโซน GCC การที่SMEไทยไปก่อนย่อมมีโอกาสมากกว่า

เปรียบเทียบอาเซียน vs ตะวันออกกลาง

“อาเซียนประกอบไปด้วย 10 ประเทศในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประเทศที่ศักยภาพในการซื้อเมื่อผมเปรียบเทียบกับตะวันออกกลางแล้ว ในโซนตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนจะมีศักยภาพที่น้อยกว่าตะวันออกกลาง อย่างยาดมสมมติว่าในเมืองอาจขายได้หลอดละ 20 กว่าบาท ซึ่งในโซนรอบๆ ประเทศไทยก็วางขายได้ราคาประมาณนี้ ถ้าราคาสูงเกินไปผู้บริโภคอาเซียนก็ไม่ซื้อ อีกปัจจัยคือหากจะให้วิเคราะห์ออกมาสินค้าที่วางขายในอาเซียนค่อนข้างมีมาก ส่วนแบ่งการตลาดและมีจำนวนคู่แข่งสูง ราคาขายก็ไม่สามารถขายได้ในราคาแพง จึงจำเป็นต้องแข่งขันด้านการตลาดและบริการ ขณะที่ตะวันออกกลาง ประเทศที่ประชากรมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ประชากรพร้อมที่จะใช้จ่ายเงิน หากสินค้าที่เข้าไปมีความแปลกใหม่ ไม่เคยเห็น ชาวตะวันออกกลางจะมีความสนใจ โดนเฉพาะสินค้าด้านสุขภาพที่กำลังเป็นกระแส

“เมื่อลูกค้าชาวตะวันออกกลางเดินเข้ามาหาผม ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ภาวะน้ำหนักเกิน ปวดหลัง สินค้าที่สนับสนุนตรงนี้ได้หมอนหรือเตียง ชาวตะวันออกกกลางก็พร้อมที่จะซื้อ ซึ่งน่าแปลกมากชาวตะวันออกกลางใส่รองเท้าแตะทุกคน ใส่ชุดขาวเดินกันทั้งเมือง SMEก็ต้องเข้าใจตลาดและมองหาสิ่งที่เขาต้องการ” คุณอัครพัจน์กล่าว

‘Branding’ หนุนผู้บริโภคอยู่กับแบรนด์ระยะยาว

โอกาสระหว่างอาเซียนและตะวันออกกลางผมมองว่าเป็นโอกาสคนละแบบ อาจต้องมองว่าสินค้าที่เรามีเหมาะกับกลุ่มตลาดแบบใดด้วย มีความพร้อมที่จะขยายตลาดหรือไม่ก็เป็นปัจจัยสำคัญ สำหรับผมแล้วในตะวันออกกลางยิ่งเป็นกลุ่มแรกที่เริ่มเข้าไปคุณมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นรายใหญ่ในนั้น ถ้าเทียบกับอาเซียนแล้ว ผมมองว่าอาจจะช้าไปด้วยซ้ำ คู่แข่งสูง ซึ่งอยากแนะนำให้เริ่มทำแบรนด์ อาจจะเริ่มจากในประเทศก่อนให้แข็งแกร่งและค่อยขยับไปทำแบรนด์ในต่างประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว การที่คนจากทั้งอาเซียนและตะวันออกกลางเดินทางมาไทยและสัมผัสความเป็นแบรนด์สินค้าได้จากในประเทศไทยเขาก็เกิดการบอกต่อ

การตลาดจึงต้องมองระยะยาวและเกี่ยวเนื่องกันไป แต่หากSMEไม่อยากทำแบรนด์ในไทย แต่มุ่งต่างประเทศอย่างเดียวก็อาจต้องศึกษาให้ดี แต่อย่างที่กล่าวว่าผู้บริโภคค่อนข้างเชื่อมั่นในสินค้าที่วางขายในประเทศไทยมาก จะเห็นได้ว่านี่คือคำตอบถึงเหตุผลที่ ‘เฌอเอม’ เริ่มต้นการทำไวรอลให้เกิดกระแสขึ้นในกลุ่มตลาดออนไลน์ของไทยในช่วงที่ผ่านมา

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

6603 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น