“สมคิด” เปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน เชื่อมโยง SME หนุนลงทุนใน EEC

“สมคิด” เปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน เชื่อมโยง SME หนุนลงทุนใน EEC ดันไทยเป็นศูนย์กลางกลุ่ม CLMV แย้มในปีหน้าจะมีการจัดงานการประชุมเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน อีกครั้ง โดยเน้นการในธุรกิจด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีเป็นหลัก

“สมคิด” เปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน เชื่อมโยง SME หนุนลงทุนใน EEC ดันไทยเป็นศูนย์กลางกลุ่ม CLMV แย้มในปีหน้าจะมีการจัดงานการประชุมเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน อีกครั้ง โดยเน้นการในธุรกิจด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีเป็นหลัก

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน Thailand Cross Border Trade & Investment Conference ซึ่งจัดโดยธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยระบุว่า การจัดงานวันนี้เป็นผลสำเร็จจากการที่ได้มีโอกาสไปเยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปลายปี 2559 โดยได้เชิญชวนให้ธนาคารแห่งประเทศจีนเข้ามาจัดงานในรูปแบบของการเจรจาจับคู่ธุรกิจครั้งใหญ่ในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทจากจีนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาด้านนวัตกรรม และนำพาประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

ดร.สมคิด กล่าวว่า จากนโยบาย One Belt One Road ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะส่งให้เกิดการช่วยเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่างๆ ส่งผลดีต่อนักธุรกิจทั่วโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม และช่วยสร้างความสัมพันธ์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างประชาชน และนโยบายนี้มีความสอดคล้องกับประเทศไทยที่อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยหวังว่าจีนจะช่วยสนับสนุนความเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ให้เติบโตได้ในระยะยาว

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศจีนซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ และมีลูกค้าทั่วโลก ไม่เฉพาะจีนเท่านั้น การเดินทางมาครั้งนี้จึงถือว่ามีความสำคัญที่จะช่วยนำนักธุรกิจที่มีความเหมาะสมกับประเทศไทยมาจับคู่เจรจาการค้าทั่วกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งยอมรับว่า หากเอสเอ็มอีของไทยได้พบกับคู่ค้าที่มีศักยภาพของจีน จะทำให้เกิดธุรกิจที่ดีต่อเศรษฐกิจในอนาคตได้

นอกจากนี้ อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและจีนช่วยสนับสนุนประเทศไทย โดยเฉพาะการที่ไทยตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของกลุ่ม CLMV ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งยอมรับว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน จึงต้องการแรงสนับสนุนจากจีนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ ดังนั้น ในโอกาสต่อไปจึงอยากให้จีนจัดงานจับคู่ทางการค้าอีก โดยไทยจะเชิญลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนามเข้ามาร่วมงานด้วย

ดร.สมคิด กล่าวว่า ในปัจจุบันภาคธุรกิจของไทยยังมีความตื่นตัวกับกระแสไทยแลนด์ 4.0 น้อยมาก ดังนั้นจึงจะหารือกับทางการจีนว่าจะทำอย่างไรให้ภาคธุรกิจไทยตื่นตัวมากขึ้น เนื่องจากในอนาคตโลกธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้น หากภาคธุรกิจของไทยไม่พัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ได้ และจะไม่สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นทั่วโลกได้ด้วย ซึ่งในปีหน้าจะมีการจัดงานการประชุมเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน อีกครั้ง โดยเน้นการในธุรกิจด้านดิจิตอลและเทคโนโลยีเป็นหลัก

ด้านคุณหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการ BOI กล่าวว่า นอกจากการมาจับคู่ธุรกิจและดูลู่ทางการลงทุนในไทยแล้ว BOI ยังจะนำคณะของธนาคารแห่งประเทศจีนไปเยี่ยมชมพื้นที่ EEC และรับฟังนโยบายส่งเสริมการลงทุน ซึ่งนักธุรกิจจีนส่วนใหญ่ให้ความสนใจต่อแผนการเตรียมพื้นที่การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ของภาครัฐ

นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครโอซาก้า (บีโอไอโอซาก้า) ยังได้นำคณะนักลงทุนญี่ปุ่นจำนวน 100 ราย จากอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ พลังงานแสงอาทิตย์และภาคขนส่ง เข้าร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายการลงทุนและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ โดยมีสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุนและกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพเข้าร่วม

โดยจะได้รับฟังรายละเอียดของนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนฉบับแก้ไข และ พ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยด้วย

1257 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น