4 วิธีที่ Startup ใช้สร้างนวัตกรรม เพื่อ Disrupt ธุรกิจสำคัญ ๆ ของโลก

ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกของเทคโนโลยีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งฟินเทค ทั้ง IoT ไหนจะสตาร์ทอัพที่เข้ามา Disrupt ธุรกิจสำคัญ ๆ ระดับโลกอย่างเช่น Uber อีก นี่ยังไม่รวมสตาร์ทอัพอีกมากมายที่ล้อมรอบตัวเรานะ เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเป็นจำนวนมากพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจ ด้วยกับความสามารถด้านเทคโนโลยีและไอเดียความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้พวกเค้าน่ากลัว

นี่แหละที่เรียกว่ายุคดิจิทัลที่แท้จริง หลายธุรกิจถือกำเนิดขึ้นมาด้วยกับ Business Model ใหม่ ๆ ที่ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ได้มากกว่า มันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นก็จริง แต่มันก็กำลังไล่ล่าคลื่นลูกเก่าอย่างใครหลาย ๆ คนอย่างกระชั้นชิด ซึ่งวิธีการที่ทำให้สตาร์ทอัพหน้าใหม่ ทำลายบริษัทสำคัญ ๆ ของโลกลงได้อย่างง่ายได้ก็คือ นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งวิธีการสร้างสรรค์มันขึ้นมาก็คือ…

1. เริ่มจากทีมที่มีความหลากหลาย
ธุรกิจที่มีคนจากหลาย ๆ ประเทศ มีพื้นเพที่แตกต่างกัน เพศ อายุ และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกันเลยสักอย่าง จะช่วยให้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ดีขึ้นมาได้ เพราะเค้าเหล่านั้นจะช่วยมองในมุมที่ตัวเองเคยสัมผัส และด้วยมุมมองที่แตกต่างกันทำให้มองเห็นไอเดียได้หลากหลาย และมองหาข้อผิดพลาดเจอได้ง่ายกว่าคนที่มาจากสภาพแวดล้อมเดียวกันทั้งหมด ทำให้ปัญหาแค่อย่างเดียวสามารถมีวิธีแก้ที่สารพัด และนั่นทำให้เราไม่ต้องเสียเงินเยอะในการลองผิดลองถูกนั่นเอง

2. ยอมรับในความไม่แน่นอนและสิ่งที่ไม่รู้
การ Disrupt นั้นก็เหมือนเราแล่นเรือไปในน่านน้ำที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน ซึ่งมันอาจต้องพบเจอกับความไม่แน่นอน ความไม่รู้ และความเสี่ยง แต่สิ่งเหล่านั้นสามารถลดลงจนเกิดเป็นความแน่นอนขึ้นได้ ถ้าเราทำการบ้านหนักมากพอ เหมือนอย่าง Elon Musk และ Richard Branson ที่เป็นนัก Disrupt ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ ธุรกิจทุกวันนี้สามารถทำนายนู่นนี่ล่วงหน้าได้เต็มไปหมด เพราะมีข้อมูลที่รองรับเอาไว้สำหรับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอยู่แล้ว สิ่งสำคัญจึงเป็นเรื่องของความกล้ามากกว่า ถ้าเราผลักดันพนักงาน และเพิ่มอิสรภาพให้เค้ากล้าทดลองทำในสิ่งใหม่ ๆ ได้ มันก็จะนำไปสู่นวัตกรรมที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงธุรกิจ และ Disrupt คนอื่น ๆ ต่อไป

3. ใช้งานทรัพยากรที่จำกัด
อย่างที่บอกครับว่า นวัตกรรมมันเป็นเรื่องของการลองผิดลองถูก ถ้าเมื่อไหร่เจอทางที่ใช่ มันก็จะขยายตัวของมันไปได้เอง แต่ในฐานะสตาร์ทอัพ เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ดังนั้นเราต้องจำกัดทรัพยากรทุกอย่างที่เรามี คิดให้ดีว่าเราต้องมีออฟฟิศมั้ย ต้องจ้างพนักงานตำแหน่งนี้รึเปล่า ซอฟต์แวร์ตัวไหนที่ไม่จำเป็นต้องซื้อบ้าง ประเด็นคือเราต้องใช้ประโยชน์ทุกอย่างที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยทรัพยากรที่จำกัดจะทำให้เราคิดทุกอย่างได้รอบคอบ และนำไปสู่การทดลอง และสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดที่สุด

4. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม
ถึงแม้ทุกวันนี้ Uber จะเข้ามา Disrupt ธุรกิจแท็กซี่ในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในประเทศไทยเรื่องของกฎหมายนั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับ ทำให้การขยายตัวนั้นต้องหยุดลง ทั้ง ๆ ที่รูปแบบธุรกิจของ Uber นั้นแทบจะไม่มีที่ติและสามารถ Disrupt ได้อย่างง่ายดาย นี่แหละครับความน่าเสียดายของวงการธุรกิจ และถ้าเราคิดจะ Disrupt ใครก็ต้องใส่ใจเรื่องของกฎระเบียบ และกฎหมายต่าง ๆ ของเค้าไว้ด้วย ดูว่าเค้าอนุญาตอะไร มากน้อยแค่ไหน มีส่วนใดที่ธุรกิจเราไม่สามารถลงมือได้บ้าง ซึ่งก็จะช่วยให้เราวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมชิ้นนี้ได้

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

25214 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น