4 ก้าวสำคัญในการสร้างความคิดนวัตกรรมให้องค์กร

ธุรกิจหลาย ๆ ตัวที่เปิดมาก่อนในอดีตไม่ได้หมายความว่าพวกเค้าเหล่านั้นจะสามารถอยู่รอดได้ในอนาคต การมีฐานลูกค้าเยอะ มีสินค้าดี มีขนาดองค์กรที่ใหญ่โต ไม่ได้ช่วยการันตีให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในสงครามแห่งกาลเวลาได้ การปรับตัวคือปัญหาของธุรกิจสมัยก่อน ซึ่งสิ่งที่เป็นพื้นฐานของการแก้ปัญหาใหญ่ที่เห็นได้ชัดนี้คือ นวัตกรรม

ความผิดพลาดคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ มันไม่มีระบบใด หรือความคิดนวัตกรรมอะไรหรอกครับที่สามารถเข้ากันได้ดีและช่วยแก้ปัญหาให้กับทุกบริษัทบนโลกได้ มันอยู่ที่การเรียนรู้ ลองผิดลองถูก สังเกต และทดลองทำกับตัวเอง บางอย่างที่คนอื่นทำแล้วไปไม่รอด แต่กับธุรกิจเรามันอาจช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้เลยก็มี

แต่ในขณะที่หลายคนยังคงสงสัยว่า นวัตกรรม ที่เหมาะสมกับบริษัทตัวเองจะหน้าตาเป็นยังไง เราไปดูสิ่งที่จะช่วยให้ความคิดนวัตกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นได้กันก่อนดีแล้ว เมื่อรู้แล้วว่ามันเริ่มต้นยังไง ทีนี้พอนำไปปรับใช้ธุรกิจของคุณก็จะพบหนทางที่สดใสเองล่ะครับ

ก้าวที่ 1 : ให้เวลากับนวัตกรรม
การใช้ให้พนักงานมาคิดในเรื่องของนวัตกรรมทั้ง ๆ ที่เค้าเองก็งานล้นมือ มันไม่ช่วยให้อะไรออกมาดีหรอกครับ เราต้องสร้างพื้นที่ในการกำหนดตารางเวลาสำหรับคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมา

และก่อนที่จะลงมือกำหนดเวลาเราก็ต้องรู้ด้วยว่า การที่จะให้พวกเค้าเหล่านั้นทำงานได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์มากพอที่จะคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมาได้ ต้องทำให้คลื่นอัลฟาของเค้าก่อตัวขึ้นที่สมองซีกขวาซะก่อน เพราะมันเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์โดยตรง

การที่จะทำให้พวกเค้าหัวสมองแล่นขึ้นมาได้ เราต้องให้พนักงานได้พัก ได้มีเวลาพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ได้ออกไปเดินเล่น พักผ่อน งีบหลับ การพักตรงนี้แหละครับที่จะทำให้สมองคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาธุรกิจขึ้นมาได้

ก้าวที่ 2 : เตรียมใจต้องเจอกับความผิดพลาด
ถึงแม้เราจะให้เวลาพักผ่อน ให้เวลาในการออกแบบแนวคิดแล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกไอเดียที่ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมามันต้องใช้ได้ผลแน่นอน 100% ซะหน่อย

ดังนั้นแทนที่เราจะมองแค่เพียงผลลัพธ์ระยะสั้นว่า นวัตกรรมตัวนั้นมันไม่ได้ผล ให้เราเปลี่ยนมุมมองเป็นระยะยาวและทำความเข้าใจว่า นวัตกรรมต้องมีการลองผิดลองถูกกันก่อนจะประสบความสำเร็จ

ต่อให้เราล้มเหลวมาทั้งหมด 9 ครั้ง แต่ถ้าสุดท้ายมันพาเราไปหาความสำเร็จที่ทำเงินได้ 1 พันล้านบาทล่ะก็ ให้คิดไว้เลยว่า ความล้มเหลวแต่ละครั้ง ทำเงินให้เราครั้งละ 1 ร้อยล้านบาทเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมคือ เราต้องเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้ว นวัตกรรมที่เรากำลังคิดค้นและกำลังลงเงิน ลงแรงให้กับมัน จะสามารถปรับช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้จริง และจะแก้ไขทุกปัญหาที่เราเจอได้จริง ๆ ถ้ามั่นใจแบบนี้แล้ว ต่อให้ผิดพลาดมากเท่าไหร่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ

ก้าวที่ 3 : สร้างนวัตกรรมขึ้นจากทางง่าย ๆ
นวัตกรรมเป็นเรื่องของการใช้เวลา ปัญหาที่ธุรกิจเราเจอมานานนับ 10 ปี หรือคนอื่นเค้าคิดค้นกันมากว่า 5 ปี 10 ปีเพื่อมา Disrupt ธุรกิจเรา การแก้ไขมันก็ต้องใช้เวลานานเช่นนั้นเหมือนกัน ให้เราเตรียมใจไว้เลยว่ามันไม่ใช่จะได้มาง่าย ๆ

ดังนั้นการสร้างนวัตกรรมขึ้นมาจากทางที่ง่าย ๆ นั้นจึงสำคัญที่สุด ถ้าเราไปหักโหมพนักงาน หรือกดดันองค์กรมากเกินไป สุดท้ายก็จะทำให้ไม่มีใครรับไหว ต่างพากันลาออก และธุรกิจก็ต้องถึงคราวปิดตัวลงในที่สุด

เราต้องเริ่มจากการปรับตัวทีละเล็กทีละน้อย ให้เวลาพนักงาน 15% ของเวลาการทำงานปกติ อาจเป็นช่วงหลังจากพักเที่ยงขึ้นมา ให้ช่วยกันคิดหาวิธีและไอเดียด้วยกัน ร่วมกันวิเคราะห์ถึงปัญหา อุปสรรค และวิธีแก้ไว้ ซึ่งเส้นทางง่าย ๆ ตรงนี้ล่ะที่จะทำให้ธุรกิจเราพัฒนาแบบค่อยเป็น ค่อยไป และยั่งยืน

ก้าวที่ 4 : ทำกิจกรรมกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่สุด
คนเรามีวิธีการกระตุ้นที่แตกต่างกัน บางคนไม่ชอบนั่งหน้าจอนาน ๆ บางคนชอบออกไปมองนกมองไม้ บางคนชอบมีความคิดสร้างสรรค์โผล่ขึ้นมาระหว่างกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ

มีงานวิจัยชิ้นนึงที่ ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers of Human Neuroscience บอกไว้ว่า คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ที่ดีกว่าคนที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย

เพราะแบบนี้ไงครับ สวัสดิการฟิตเนสของพนักงานในองค์กรจึงเป็นสิ่งจำเป็น เราอาจจะมองว่ามันฟุ่มเฟือย แต่สำหรับระยะยาวแล้ว มันช่วยให้องค์กรเรามีนวัตกรรม มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีขึ้นได้ในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งถ้ามองแบบนี้แล้วต้องบอกเลยว่า การลงทุนครั้งนี้มันคุ้มค่าสุด ๆ เลยล่ะ

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1445 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น