เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม ยืดอายุเบเกอรี่ด้วยซองยับยั้งจุลินทรีย์นาโน

ขนมปังและเบเกอรีจัดเป็นอาหารเช้าที่ผู้คนทั่วโลกนิยมรับประทาน และเป็นอาหารเช้าที่คนกรุงเทพฯ นิยมรับประทานมากที่สุดจนติดอันดับที่ 15 ของโลก เพราะเป็นอาหารที่รับประทานสะดวก เหมาะกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบของสังคมเมืองที่ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลาและผู้คนที่แออัด

แต่ปัญหาหนึ่งของการผลิตอาหารประเภทขนมปังและเบเกอรีในบ้านเราคือ สภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้ขนมปังและเบเกอรี่มักจะมีอายุการรับประทานสั้น เก็บรักษาได้ไม่นาน เพียง 2 วันหลังจากผลิต จึงทำให้บางครั้งผู้ผลิตต้องมีการเติมสารกันบูดลงไปในปริมาณที่เกินมาตรฐาน เพื่อช่วยยืดอายุอาหาร ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่รับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน

จากการมองเห็นปัญหาและตระหนักถึงความสำคัญของการยืดอายุการรับประทานเบเกอรีและขนมปัง ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมประเภทหนึ่งของคนไทย กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้นักวิจัยไทย คือ ดร.กมลวรรณ ธรรมเจริญ และทีมงาน ได้คิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยยืดอายุขนมปังและเบเกอรี่ให้นานขึ้น โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด หรือสารใดๆ ลงไปกับเนื้อขนม จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ซองบรรจุสารยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ ที่มีชื่อทางการค้าว่า “B Fresh Anti-microbial Sachet” ซึ่งมีจุดเด่นของโทรโนโลยีคือ เป็นซองบรรจุสารที่ใช้วัสดุโครงสร้างระดับนาโนเมตรในการคัดเลือกและควบคุมการปลดปล่อยสารสำคัญ ซึ่งเป็นสารสกัดธรรมชาติที่บรรจุอยู่ในซอง เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยนำไปใช้ใส่ลงไปในบรรจุภัณฑ์คู่กับตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยยืดอายุขนมหรือเบเกอรี่ที่มีน้ำหนัก 25-40 กรัมได้ โดยอายุการเก็บรักษาจะเพิ่มจากเดิมได้อีกประมาณ 2 วัน

นวัตกรรมซองบรรจุสารยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์นั้นผลิตขึ้นจากสารสกัดธรรมชาติที่มีความปลอดภัย ใช้สำหรับยืดอายุขนมปังและเบเกอรีแทนการใช้สารกันบูด โดยไม่ทำให้เนื้อสัมผัสและรสชาติของขนมปังและเบเกอรีเปลี่ยนไป สามารถนำไปใช้กับบรรจุภัณฑ์ขนมปังหรือเบเกอรี่ที่ปิดสนิท เช่น ขนมปังปอนด์ ขนมปังมีไส้ และขนมปังมีหน้าต่างๆ

นอกจากการนำซองบรรจุสารยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมปังและเบเกอรี่แล้ว ยังอาจจะพัฒนานำไปใช้กับขนมไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการส่งออกเป็นมูลค่าสูงในแต่ละปีได้เช่นกัน ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้พร้อมจะถ่ายทอดให้แก่ภาคเอกชนที่สนใจแล้ว โดยมีค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่วนของการถ่ายทอดเทคโนโลยีประมาณ 5 แสนบาท ไม่รวมด้านการพัฒนาโรงงานและอื่นๆ โดยต้นทุนของซองบรรจุสารยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์นี้จะอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 1 บาท แต่อาจจะถูกลงอีกเมื่อมีการผลิตเป็นจำนวนมากในเชิงพาณิชย์

ปัจจุบันตลาดเบเกอรีในบ้านเรา มีการเติบโตโตเนื่องสูงถึงกว่าร้อยละ 5-7 ต่อปี โดยมีมูลค่าสูงถึงกว่า 30 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมในทุกสัดส่วนตลาด ตั้งแต่ตลาดระดับบนหรือซูเปอร์พรีเมียมที่จำหน่ายในโรงแรม ตลาดระดับกลางหรือพรีเมียมที่จำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อ และตลาดระดับล่างที่เป็นเบเกอรี่โฮมเมด โดยตลาดระดับกลางและตลาดระดับล่างจะมีสัดส่วนรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 64 การพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งลู่ทางธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2981 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น