หลักสูตร’นวัตกรรม’สุดฮิต มหาวิทยาลัยแห่เปิดเพียบ

เทรนด์ “ไทยแลนด์ 4.0” ไม่ใช่แค่กระแสแฟชั่น แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าหลายประเทศที่เคยประสบปัญหาเศรษฐกิจสามารถก้าวข้ามวิกฤตกลับมาเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจได้ในเวลาต่อมา ล้วนมีกุญแจความสำเร็จมาจากกการสร้างสิ่งประดิษฐ์ คิดค้น ผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมเพื่อช่วงชิงโอกาสในการทำกำไร

ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัดเจนจากประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีสื่อสาร เช่น ประเทศฟินแลนด์ หรือประเทศในแถบเอเชียใกล้ๆ บ้านเรา อย่างเกาหลีใต้ หรือ ญี่ปุ่น ล้วนแต่อาศัยพื้นฐานในการวิจัยและพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่มาช่วยสร้างมูลค้าให้กับสินค้า หรือช่วยลดต้นทุนในกระบวนการผลิต สร้างโอกาสการตลาดใหม่ๆ จนทำให้กลายเป็นประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรม

ข้อมูลจาก ‘World Economic Forum’ ได้รวบรวมและจัดอันดับประเทศที่มีการพัฒนานวัตกรรมชั้นนำโลก ส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มสหภาพยุโรป

 

แน่นอนว่าการมุ่งจะพัฒนาประเทศไปสู่ ‘ไทยแลนด์ 4.0 ’ ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ อาจไม่สามารถทำได้เพียงข้ามคืน จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลา และบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทย ต้องเริ่มต้นยกระดับ ‘คน’  เพื่อมาเป็นผู้ประดิษฐ์ คิดค้น นวัตกรรม และเพื่อมาเป็นผู้เชี่ยวชาญสำหรับใช้งานนวัตกรรมก่อน  โดยการปลูกสร้างวิธีคิดให้เกิดความเป็น “นวัตกร” ตั้งแต่ระดับนักเรียน-นักศึกษา ผ่านแหล่งบ่มเพาะ คือ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ

ยกระดับนวัตกรรมผ่าน ‘แผนการศึกษา 20 ปี’
ในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทยนั้น เห็นชัดเจนว่า ระดับนโยบายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อวางแนวทางขับเคลื่อนประเทศมาก

โดยล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560  ได้พิจารณาแผนการศึกษา 20 ปี (2560-2579)  เพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับการสร้างประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

สาระสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 มุ่งจะขับเคลื่อนประเทศ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษา และเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ด้าน คือ 1.เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ 2.เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 3.เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรมจริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ 4.เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง

ผุดหลักสูตร’ นวัตกรรม’
ขณะที่แหล่งบ่มเพาะบุคลากรที่สำคัญ ทั้งหน่วยงานระดับมหาวิทยาลัยในส่วนของภาครัฐและเอกชนมีความตื่นตัวกับการพัฒนาบุคลากรด้านนวัตกรรมเป็นอย่างมาก โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้นำร่องเปิดตัวหลักสูตรใหม่อย่าง หลักสูตรปริญญาตรีวิศวกรรมนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Innovation Engineering : CIE) ไปเมื่อปี 2559  เพื่อรองรับดิจิทัลเทคโนโลยีที่มีบทบาทสูงขึ้นในชีวิตประจำวัน

ส่วนแผนปีนี้ “ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า  สจล.มีแผนเปิดหลักสูตรใหม่ อย่างวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ (International Medical College) ซึ่งแตกต่างจากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งอื่น คือ แพทย์ที่จบจากที่นี่ไม่ได้เน้นเพียงแพทย์ผู้รักษาคน แต่ยังเป็นแพทย์ที่มีความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีไปพร้อมกัน หรือเป็น ‘แพทย์นวัตกรรม’  ไม่จำเป็นต้องสังกัดโรงพยาบาล แต่อาจจะอยู่ในแล็บผลิต ออกแบบ ซ่อมบำรุง เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ได้ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง อย่างอุตสาหกรรมเครื่องมือการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน New S-Curve

ขณะที่ “ดร.สาธิต    พุทธชัยยงค์” อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมคลกรุงเทพ  กล่าวว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าสิ่งทอไม่ได้มีแค่ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเท่านั้น แต่สิ่งทอยังเป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ เป็นชิ้นส่วนของฟิลเตอร์แอร์  สายพานการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เสื้อของนักแข่งรถ  เป็นต้น ในปีนี้มีการเปิดหลักสูตร นวัตกรรมสิ่งทอ ระดับปริญญาโท เน้นกลุ่มผู้เรียนที่กว้างมากขึ้น ไม่ใช่อยู่ในกลุ่มเจ้าของกิจการสิ่งทออีกต่อไป รวมไปถึงกลุ่มผู้เรียนจากประเทศในอาเซียนด้วย

ด้านมหาวิยาลัยเอกชน เช่น  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หรือ MUT ซึ่งโดดเด่นด้านหุ่นยนต์ และด้านวิทยาศาสตร์ ก็มีผลงานการพัฒนาดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทยมาแล้ว  มีการพัฒนาหลักสูตรนวัตกรรมที่มีอยู่เดิมให้เรียนสนุกมากขึ้น เอื้อให้ผู้เรียนมีบรรยากาศของการเป็นนวัตกรมากขึ้น ผ่านแล็บที่ทุกคณะใช้งานได้

“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภานวีย์ โภไคยอุดม” รองอธิการบดี ฝ่ายนโยบายและแผน และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า  “ MUT ได้เปิด สถาบันนวัตกรรมมหานครหรือเอ็มไอไอ (Mahanakorn Institute of Innovation : MII) พัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตวิศวกรรมที่เป็นนักนวัตกร โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน ใช้แนวคิด STEAM Education ที่นำเนื้อหาเชิงทฤษฏีและปฏิบัติการ  ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และศิลปะ เข้าด้วยกัน   ฝึกปฏิบัติจริงในองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ  รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นด้านหุ่นยนต์ ระบบเครือข่าย ระบบโปรแกรมควบคุม ระบบไฟฟ้าและเครื่องกลควบคุม เป็นต้น รวมถึงมีการประสานงานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น University of New South Wales และ University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย Imperial College, University of Surrey และ University College London ประเทศอังกฤษ University of Veterinary Medicine Hannover ประเทศเยอรมันนี และ Tokyo University of Agriculture and Technology ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากประเทศที่พัฒนาแล้วอีกด้วย ”

ขณะที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) บอกว่า ในปีนี้ พร้อมจะเปิดหลักสูตรเพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตที่สามารถปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมที่มีหุ่นยนต์ แขนกล และระบบอัตโนมัติ เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก      International Federal of Robotics (IFR) ซึ่งได้คาดการณ์ว่า ในปี 2561 หุ่นยนต์จะมีการเติบโตในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมปีละ 10-15% หรือ 2.3 ล้านตัวทั่วโลก และ 41,600 ตัวในประเทศไทย ฉะนั้น ภาคการศึกษาจึงต้องเน้นการสร้างองค์ความรู้เพื่อสามารถสร้างหุ่นยนต์เพื่อตอบโจทย์

“คุณพรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล” รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า หลักสูตรปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ของทางสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จะเน้นการเรียนผ่านประสบการณ์จริง (Work-based Education) พร้อม ๆ กับการสร้างเครือข่าย (Networking) กับบริษัทผู้อยู่ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติชั้นนำทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรที่จบออกไปตรงใจผู้จ้าง และพร้อมทำงานได้เลย

” ผู้เรียนจะมีโอกาสสัมผัสกับนวัตกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติที่ทันสมัยระดับนานาชาติ พร้อมกับได้คลุกคลีกับเนื้อหา การปฏิบัติงาน และเครือข่ายบริษัทผู้ผลิตชั้นนำของโลกตลอดระยะเวลา 4 ปีของหลักสูตร ”

ฟันธงได้ว่าในอีก 5 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะมีจำนวนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งจะเป็นกุญแจที่นำประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายไทยแลนด์  4.0 ได้อย่างแน่นอน

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

3905 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น