เปลี่ยนบริการระบบอัตโนมัติให้ง่ายขึ้น ประหยัดทั้งเวลา ประหยัดทั้งค่าโทร. ด้วย Call Zen

เพื่อนๆ ทุกคนต้องเคยประสาทเสียกับการรอสายระบบอัตโนมัติที่นานเป็นนาทีๆ แน่นอน แค่จะเข้าไปแก้ปัญหาอะไรสักอย่าง ทำไมต้องให้กดนู่นกดนี่อะไรเยอะแยะมากมายด้วย เชื่อเถอะครับว่าความน่าเบื่อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเพื่อนๆ เพียงเท่านั้น แต่คนทั้งประเทศก็รู้สึกไม่ต่างกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณพงษ์ภัทร พุกะนัดด์ ได้ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง!

จุดเริ่มต้นที่มาจากประสบการณ์ตรงของ Call Zen
วันนี้เราพาเพื่อนๆ ไปอยู่กับ Call Zen หรือ Startup ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาการติดต่อ Call Center ให้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งความสะดวกนี้เกิดขึ้นจากการที่คุณพงษ์ภัทร Founder ของ Call Zen ได้ติดต่อ Call Center ต่างๆ และพบว่าระบบพวกนั้นต้องเสียเงินในการฟังและต้องใช้เวลาเยอะ ซึ่งกว่าจะเข้าไปแก้ปัญหาได้จริงๆ นั้นเสียเวลามาก และหมดเงินไปหลายบาท จึงเห็นช่องว่างที่สามารถพัฒนาอะไรสักอย่างเพื่อมาแก้ไขตรงนี้ได้ ซึ่งก็คือการไม่ต้องฟังระบบอัตโนมัติอีกต่อไปนั่นเอง

“บางทีฟังแล้วกดผิดไปที่ที่ไม่ถูกแล้วก็ต้องโทร.ไปใหม่ ก็เสียเงินฟรี การโทร.ไปแล้วใช้เวลานานอาจไม่คุ้ม ถ้าลูกค้าจัดการปัญหาด้วยตัวเอง บริษัทและหน่วยงานก็ไม่ต้องเตรียมคนในระบบเยอะ การทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราเริ่มต้นทำ Call Zen ขึ้นมา”

ก่อนเริ่มต้นมีการสำรวจตลาดมาเป็นที่เรียบร้อย
แต่ก่อนจะเริ่มลงมือทำธุรกิจจริงจัง ออกมาเป็น Call Zen ให้เราได้เห็นอย่างทุกวันนี้ เขาก็ต้องแน่ใจให้ได้ก่อนว่าทำแอพพลิเคชันแล้วจะมีผู้ใช้งานจริง ซึ่งจากการสำรวจตลาดทำให้คุณพงษ์ภัทร มั่นใจมากขึ้น เพราะปัญหาของหน่วยงานใหญ่ๆ ที่ต้องเจอก็คือ ต่อให้มีระบบอัตโนมัติแล้ว ผู้ใช้งานก็ยังไม่พยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง เพราะพอเนื้อหาเยอะ ข้อมูลยาว เขาก็หมดความอดทนที่จะฟัง จึงพยายามหาคนมาอธิบายให้ฟังแทน ซึ่งก็คือการติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงนั่นเอง

“เมื่อคนติดต่อเจ้าหน้าที่เยอะขึ้น จำนวนเจ้าหน้าที่ก็ต้องเพิ่มตาม เกิดเป็นปัญหาองค์กร พอพนักงานตอบรับเริ่มไม่พอ ปัญหาต้นทุนก็ตามมา เพราะต้องแบกภาระจ้างพนักงานเพิ่ม สุดท้ายก็ต้องขึ้นค่าบริการ Call Center และผลกระทบก็มาตกที่ลูกค้า ซึ่งเป็นปัญหาแบบงูกินหาง”
ด้วยความมั่นใจว่าธุรกิจที่ออกมาจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไปได้ และมีผู้รอใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้คุณพงษ์ภัทร ได้พัฒนา Call Zen ขึ้นมาทันที ซึ่งไม่ใช่เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านของการโทรศัพท์ติดต่ออย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคืบคลานเข้าไปในส่วนของ Line และ Website เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อและดำเนินตามขั้นตอนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ความสะดวกสบายและการพลิกโฉมวงการ Call Center ของ Call Zen
Call Zen เปรียบเสมือนเป็น Google ของ Customer Service เลยก็ว่าได้ เพราะสามารถเลือกได้จากแอพพลิเคชันเลยว่าปัญหาของเราคืออะไร อยากแก้ปัญหาเรื่องอะไร ซึ่งตัวแอพพลิเคชันจะนำไปสู่ขั้นตอนการแก้ปัญหาเหล่านั้นให้ อาจจะเป็นการพาไปยังเว็บไซต์ หรือพาไปยังการกดโทร.ออกเพื่อทำการยกเลิก หรือติดต่อปัญหาต่างๆ

“ผู้ใช้งานโหลดแอพพลิเคชันมา เลือกเมนู และวิธีการแก้ปัญหาจนจบ แล้วกดโทร.ออก แอพฯ จะพาไปยังระบบปลายทางให้ ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาฟังว่าต้องกดเลขอะไรถึงจะไปยังการแก้ปัญหานั้นๆ ได้ แอพฯ จัดการให้เรียบร้อย ไม่ต้องเสียเวลาโอนเข้าไปหาหน่วยงานหรือแผนกที่ไม่เกี่ยวข้อง ลดภาระของทุกฝ่ายลงได้”

“ความน่าเชื่อถือ” อุปสรรคที่ Call Zen และทุก Startup ต้องฝ่าฟัน
ปัญหาของการทำธุรกิจโดยเฉพาะกับผู้เริ่มต้นนั้นคือ เรื่องของความน่าเชื่อถือ ซึ่ง Call Zen ก็ได้เผชิญกับสถานการณ์ความเลวร้ายตรงนี้พร้อมกับอีก 2 ปัญหาใหญ่ๆ นั่นคือ การตลาด และ คอนเน็กชัน

“อุปสรรคพวกนี้เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอในตอนเริ่มต้น เรื่องของคอนเน็กชันผมจะพยายามไปงาน Accelerate บ้าง งานออกบูธบ้าง ส่วนเรื่องของความน่าเชื่อถือนั้น วันแรกผู้ใช้เขาจะยังไม่เชื่อ แต่เมื่อเราทำจริงและทำอย่างตรงไปตรงมา ตอบคำถามลูกค้าด้วยความรวดเร็วและตรงประเด็น ชัดเจน ความน่าเชื่อถือก็จะเพิ่มขึ้น”

เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ Call Zen โด่งดังอย่างทุกวันนี้
“จุดแข็งของเราคือการตอบโจทย์ที่ตรงประเด็น ตอบโจทย์ให้ง่าย เราจะไม่คิดเอง ต้องฟังเสียงของตลาด ฟังว่าความต้องการมันอยู่ตรงไหน และปรับตัวให้เร็ว”

กว่าจะมาเป็น Call Zen ให้เราได้ใช้งานกันอย่างทุกวันนี้ได้ คุณพงษ์ภัทร ต้องทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขทั้งตัวแอพพลิเคชัน และตัวธุรกิจมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหัวใจสำคัญก็คือการออกสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าอยู่บ่อยๆ เพื่อให้ธุรกิจและแอพพลิเคชันออกมาได้ตรงใจและมีประโยชน์กับผู้ใช้งานที่สุด

อนาคตก้าวต่อไปของ Call Zen
และแน่นอนว่าเมื่อ Startup ได้เดินออกมาจากมุมเล็กๆ แห่งการทดลองเพื่อเปิดตลาดที่แท้จริงแล้ว พวกเขาจะไม่หยุดเพียงแค่โมเดลแรกหรือรูปแบบธุรกิจแรกแน่นอน แต่พวกเขาจะหาทางพัฒนาต่อไปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้งานให้มากที่สุด และ Call Zen เองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

“เราจะบุกตลาดขนาดกลางและขนาดย่อยเพิ่ม เพราะตลาดกลุ่มนี้สามารถใช้ฟีเจอร์เดิมของเราได้ ซึ่งนี่จะเป็นหนึ่งในการเติบโตที่จะเดินหน้าในปีนี้ ส่วนระยะไกลเราพยายามจะทำตัวเองให้เป็นช่องทางการติดต่อของ Customer Service ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าได้การตอบรับที่ดีก็จะขยายไปสู่ระดับภูมิภาคต่อไป”

และปัจจุบันนี้ทาง Call Zen ได้เพิ่มบริการเสริม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SME ในการสร้างระบบบริการลูกค้าที่ง่าย และรวดเร็ว โดยมีต้นทุนที่เหมาะสม พร้อมกับการบริหารต้นทุนด้านพนักงานในการรับเรื่องจากลูกค้าได้ ผ่านทางระบบ Call Zen สำหรับ SME ถ้าเพื่อนๆ สนใจก็สามารถลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซด์ www.callzenapp.com/business ได้ทันที

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2691 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น