คนไทยฉลาดทางการเงิน หนังสือที่จะช่วยให้คนไทยกลายเป็นเศรษฐี

มีใครบางคนได้กล่าวไว้ว่าเงินเป็นเสมือนของไหล ที่จะไหลจากกระเป๋าของคน ๆ หนึ่งไปยังกระเป๋าของอีกคนอย่างง่ายดายและมันจะเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย ๆ วิธีการหนึ่งที่คุณจะทำให้เงินอยู่กับคุณนานที่สุดและเรียกเงินให้ไหลเข้ากระเป๋าได้ก็คือความรู้ที่เรียกว่า “ความฉลาดทางการเงิน”

คนไทยฉลาดการเงิน Money Literacy เป็นหนังสือที่นำข้อมูลมาจากคอร์สสัมมนาทางเงิน Money Literacy ที่จัดโดย 3 กูรูขั้นเทพแห่งประเทศไทย ได้แก่ จักรพงษ์ เมษพันธุ์ (The Money Coach) ศักดา สรรพปัญญาวงศ์ (A-Academy) และ ถนอม เกตุเอม (Taxbugnoms) โดยวันนี้ทางเรา Bangkok Bank SME ก็ได้หยิบเนื้อหาจากบท “ความฉลาดทางการเงิน” มานำเสนอ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ 4 ด้าน ดังนี้

1. การหารายได้
ทักษะในการหารายได้นั้นขึ้นอยู่กับการใช้เงินในชีวิตประจำวันของแต่ละคน กล่าวคือคุณควรหารายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวันหรือลดค่าใช้จ่ายเมื่อมีรายได้น้อย โดยแหล่งที่มาของรายได้นั้นสามารถแบ่งออกได้ 2 แหล่ง นั่นคือ (1) รายได้จากการทำงาน หรือ Active Income คือรายได้ที่ต้องอุทิศเวลาทำงานเพื่อแลกกับค่าตอบแทน เช่น เงินเดือน งานพิเศษ ฟรีแลนซ์ (2) รายได้จากทรัพย์สิน หรือ Passive Income คือรายได้จากการครอบครองทรัพย์สิน และให้ทรัพย์สินนั้นสร้างรายได้ให้คุณอีกทีหนึ่ง เช่น เงินฝากที่สร้างรายได้ในรูปดอกเบี้ย หุ้นที่ทำเงินในรูปของเงินปันผล การเก็บค่าเช่าอสังหาฯ หรือเงินค่าสิขสิทธิ์จากงานสร้างสรรค์

2. การใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ได้แก่ รายจ่ายประจำวัน (เช่น ค่าอาหาร) รายจ่ายที่ต้องเตรียมการวางแผน (เช่น เงินค่าแต่งงาน ค่าเทอมเรียนต่อ) รายจ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (เช่น งานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน) และ รายจ่ายที่ต่อเนื่องยาวนาน (เช่น หนี้สิน) ซึ่งคุณควรคิดไว้เสมอว่าการใช้จ่ายของคุณในวันนี้คือตัวกำหนดอนาคตทางการเงินในวันข้างหน้า

3. การออม
อย่างที่ทราบกันดีว่าความรวยหรือความมั่งคั่งนั้นเกิดขึ้นได้จากการเก็บหอมรอมริบ ไม่ใช่จากรายรับเพียงครั้งเดียว ซึ่งเมื่อได้เงินจากการทำงานมา คุณควรหักเงินส่วนหนึ่งเพื่อนำไปใช้ในการออมก่อนหยิบไปใช้จ่าย โดยในหนังสือเล่มนี้แนะนำว่าคุณควรออมเงินอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่เข้ามา และควรแบ่งเงินออมเป็น 3 ตะกร้า ดังนี้ (1) ตะกร้าเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ควรมีเงินอย่างน้อย 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน (2) ตะกร้าเงินเกษียณ คือเงินออมตั้งแต่วันที่มีรายได้จนถึงวันที่เลิกทำงาน (3) ตะกร้าการลงทุน ใช้สะสมเงินเพื่อสร้างผลกำไรในอนาคต

4. การลงทุน
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ดอกเบี้ยเงินออมน้อยจนน่าตกใจ การเก็บเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไปที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่ง การนำเงินไปลงทุนทำอะไรสักอย่างจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการลงทุนในยุคนี้ไม่ได้ยึดคติ High Risk, High Return อีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็น High Understanding, High Return นั่นคือยิ่งคุณเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังลงทุนมากเท่าไร คุณก็ยิ่งได้ผลกำไรมากเท่านั้น

ทั้งนี้นอกจากความฉลาดทั้ง 4 ด้านที่พึ่งกล่าวไปแล้ว ในหนังสือเล่มนี้ยังมีบทต่าง ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายรวมกัน 36 บท ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ภาคใหญ่ ๆ ได้แก่ (1) ความรู้พื้นฐานทางการเงิน (2) การบริหารสภาพคล่อง (3) การจัดการความเสี่ยงทางการเงิน (4) การวางแผนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล (5) การวางแผนเกษียณรวย และ (6) การวางแผนเกษียณเร็ว ซึ่งหากใครสนใจ คนไทยฉลาดการเงิน Money Literacy ก็สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ตามร้านซีเอ็ดบุ๊คหรือร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

3958 Total Views 8 Views Today
แสดงความคิดเห็น