นวัตกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้

หากประเทศใดที่มีจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วน 20% ของจำนวนประชากรในประเทศนั้น ก็เรียกได้ว่า เป็นประเทศที่ก้าวสู่ ‘สังคมผู้สูงอายุ’ หรือ ‘Aging Age Society’ อย่างเต็มรูปแบบ

ในส่วนของประเทศไทย ได้มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ  ตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการเกิดที่ลดลง และอายุเฉลี่ยของประชากรยืนยาวขึ้น เป็นผลทำให้มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เกินกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มว่าไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ในอีก 13 ปี ข้าางหน้า หรือประมาณ ปี 2573  ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่าขณะนั้นไทยจะมีจำนวนจำนวผู้สูงอายุ 19.5% ของจำนวนประชากรในประเทศ และกลายเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ดังนั้น การเตรียมพร้อมก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการไขว่คว้าโอกาสขยายตลาดกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่มีกำลังซื้อสูง และมีความต้องการสินค้าที่มีความเฉพาะ

ทำความเข้าใจปัญหาสังคมผู้สูงอายุ
‘ผศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่จำนวนผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ลดลง และกำลังจะกลายเป็นปัญหาสำคัญสำหรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต โดยในอดีตผู้สูงอายุ 1 คน จะมีผู้ดูแลเฉลี่ย 13-14 คนแต่ปัจจุบันจะเหลือผู้ดูแลอยู่ประมาณ 1-2 คนเท่านั้น ฉะนั้น ต้องออกแบบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ว่าถ้าไม่มีคนดูแลจะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

อย่างที่ทราบ ผู้สูงอายุมีข้อจำกัดทางร่างกายไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันปกติได้ เช่น เดินระยะไกลไม่ได้ ไม่สามารถหั่นอาหาร ไม่สามารถขับรถได้ เป็นต้น และผู้สูงอายุบางคนยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพและโรคประจำตัวเพิ่มมาอีกด้วย ดังนั้น นักประดิษฐ์จะต้องนำปัญหานี้ ไปเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์ ออกแบบนวัตกรรม เช่น นวัตกรรม Smart Farmer นวัตกรรม Creative City ซึ่งเป็นการประยุกต์ให้ใช้วัสดุที่มีอยู่มาต่อยอดช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม

จากที่มองเห็นแนวโน้มตลาดผู้สูงอายุยังมีโอกาสจะขยายตัวได้อีกมาก  ดังนั้น ในปีที่ผ่านมาได้คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้มีการตั้งบริษัทสตาร์ทอัพขึ้น เพื่อให้นักศึกษาการทำงานวิจัยออกแบบนวัตกรรมเครื่องตรวจหลับในในผู้สูงอายุ โดยเป็นการทดลองเข้าไปร่วมทุนกับบริษัทเอกชน เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะมีอาการวูบในระหว่างขับรถจากคลื่นสมองมีความถี่ต่ำลง ซึ่งเครื่องนี้จะสั่น และส่งข้อความไปยังลูกหลานให้รับรู้ เพื่อให้ติดต่อไปหาผู้สูงอายุ

จุดอ่อนของการพัฒนาเทคโนโลยีหรืองานวิจัยที่ผ่านมาเกิดจากปัญหาพัฒนางานวิจัยมาแล้วมักจะถูกเก็บไว้บนหิ้งไม่ไปถึงไหน ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะขาดผู้เชี่ยวชาญอย่างภาคเอกชนมาช่วยในการบริหารจัดการ ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ดังนั้น การออกแบบนวัตกรรมนี้จึงใช้วิธีการร่วมทุนกับภาคเอกชน ให้เอกชนเป็นเจ้าของสิทธิบัตร(License) เพราะเทคโนโลยีที่ดีจะต้องสามารถเชื่อมต่อและทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจและใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาหลังการขายด้วย

นอกจากนี้ภาคเอกชนที่สร้างผลงานควรต้องให้ความสนใจในการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น  โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการจะขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ สามารถขอรับคำแนะนำจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้ประโยชน์จากการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาความร่วมมือสิทธิบัตร (PCT) ซึ่งแม้ว่าช่วงแรกจะดำเนินการด้านเอกสารและขั้นตอนมาก แต่ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักประดิษฐ์ยื่นจดทะเบียนคุ้มครองแห่งเดียวแต่ได้รับความคุ้มครองในกลุ่มประเทศสมาชิกได้ถึง 174 ประเทศ

ไอเดียการออกแบบนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ
คุณอภิสรา วิชรพร นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับผู้สูงวัย กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการออกแบบชิ้นงานเกิดจาก การคิดถึงความต้องการให้ผู้สูงวัยก่อนว่าสิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นเมื่อสูงวัย คือ ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งงานประดิษฐ์ควรจะเข้ามาช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างราบลื่น จึงเป็นที่มาของการออกแบบเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้สูงวัยใช้ยาได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

โดยก่อนอื่นเราต้องศึกษาก่อนว่าปัญหาการใช้ยาของผู้สูงวัยมีอะไรบ้าง เช่น คุณตาของเพื่อนมีปัญหาแกะเม็ดยาจากแผงยาที่มีขนาดเล็กไม่สะดวก เพราะสายตาไม่ดี ส่งผลให้ทานยาไม่สม่ำเสมอและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว จึงนำมาสู่ออกแบบโดยคำนึงถึงว่ารูปลักษณ์ และการสัมผัสจะต้องสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน โดยการสร้างอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกให้สามารถแกะ กด ตัดแผงฟอยด์ที่บรรจุยา หรือการเปิดปิดยาที่เป็นซิปล็อค เป็นต้น

ในอนาคตมองถึงแนวทางการต่อยอดนวัตกรรมไปสู่เชิงพาณิชย์ เช่น จะขายผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งไฟล์สินค้าให้ลูกค้านำไปปริ๊นด้วยระบบ 3D  รวมถึงการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

บทบาทภาครัฐหนุนการสร้างนวัตกรรม
คุณทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) นโยบายของรัฐบาล และวาระการปฏิรูปประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อาศัยการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและให้ไทยก้าวข้ามกับดักจากประเทศที่รายได้ปานกลาง

ดังนั้น แนวทางการดำเนินงานของกรมฯ จึงได้จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม (Intellectual Property Innovation Driven Enterprise Center : IP IDE Center) ขึ้นบริเวณชั้น 4 กรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้น เพื่อรองรับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องการวิจัยและพัฒนา และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในการผลิตสินค้าและบริการ

บทบาทของศูนย์ IP IDE Center จะเน้นให้คำปรึกษาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม (IDE) ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างสรรค์ การคุ้มครองและการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างสมรรถนะและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ นำประเทศไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา

สอดคล้องกับมุมมอง ดร.ลภัสรดา จ่างแก้ว ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม (IP IDE Center) เห็นว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีปัญหาคล้ายกับไทย คือ เราไม่รู้ว่าประดิษฐ์อะไรใหม่ ซึ่งโดยปกติเรามักจะเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งประดิษฐ์อย่างนี้ถือว่ามีความใหม่แล้ว แต่ทางที่ดีเราจำเป็นต้องตรวจสอบความใหม่ของสิ่งประดิษฐ์ที่จะนำมาจดสิทธิบัตร ซึ่งภายในศูนย์ IP IDE Center จะมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรม (New Engine of Growth)  มาประจำเพื่อหมุนเวียนให้คำปรึกษาผู้ที่สนใจ

นอกจากนี้ ในอนาคตทางกรมทรัพย์สินทางปัญญายังมีแผนจะขยายการให้บริการนี้ออกไปสู่ผู้ประกอบการในภูมิภาค โดยเตรียมเปิดศูนย์ IP IDE Center ในภูมิภาคโดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 7 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยสงขลา

ท้ายที่สุดจะเห็นว่า ทิศทางตลาดสินค้านวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุมีอนาคตสดใส หากผู้ประกอบการ SME รายใดที่เตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่วันนี้ เชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องสร้างรายได้จากนวัตกรรมนี้ได้อย่างแน่นอน

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

3872 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น