สปป.ลาว-จีนหาความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวอาเซียน

สปป.ลาว หนึ่งใน 10 ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) และจีน ได้หารือร่วมกันเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในกลุ่มชาติสมาชิกให้เข้ามาเที่ยวในสปป.ลาวและในจีนเพิ่มขึ้น

กรมพัฒนาการท่องเที่ยวของกระทรวงสารสนเทศ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของสปป.ลาว รายงานว่า ในปี 2559 นักท่องเที่ยว จากชาติอาเซียนทั้งหมด 3,083,383 คน เดินทางเข้าสู่สปป.ลาว โดยนักท่องเที่ยวจากไทยและเวียดนาม เป็นกลุ่มที่เข้ามาท่องเที่ยวในสปป.ลาวมากที่สุด ส่วนนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ เดินทางเข้าสปป.ลาวเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ 545,493 คน ถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น จากเมื่อปี 2558 จำนวน 511,436 คน

นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังตั้งความหวังว่าจะขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับชาติ สมาชิกอาเซียนอื่นๆ และจีน ด้วยการส่งเสริม แหล่งท่องเที่ยวทั่วทั้งประเทศ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูด เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวได้อย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา

ในโอกาสส่งเสริมการท่องเที่ยว ของสปป.ลาวและจีน กระทรวงต่างประเทศ ของสปป.ลาว ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของจีน จัดงานประชุมเครือข่ายกลุ่มทำงาน คลังสมองอาเซียน-จีน (เอ็นเอซีที) ที่ กรุงเวียงจันทน์ เพื่อหาแนวทางส่งเสริมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจน แลกเปลี่ยนบุคคลากรระหว่างชาติสมาชิกอาเซียน และจีน และมีคุณเทียง บุปผา ผู้อำนวยการทั่วไปของสถาบันกระทรวง ต่างประเทศสปป.ลาว คุณหยาง อื้อ รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย ต่างประเทศของจีน เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ที่กรุงเวียงจันทน์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผู้เข้าร่วมอีกมากมาย ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส นักวิชาการ นักเรียนทุน และนักวิจัย จากชาติอื่นๆ ของอาเซียน ทั้งกัมพูชา บรูไน สปป.ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และจีน  จุดประสงค์ของการประชุมคือการอภิปรายเรื่องความสำเร็จ และความท้าทาย ของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตและความท้าทายที่ผ่านมา ระหว่างชาติอาเซียน และจีน นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอภิปรายเกี่ยวกับแนวทางและกลไก ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย

การประชุมครั้งนี้ ยังถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับจัดงานประชุมประจำปีของเอ็นเอซีที ในฟิลิปปินส์ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้

ระหว่างการประชุม คุณเทียง กล่าวว่า ปฏิสัมพันธ์และความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างชาติอาเซียนและจีน กระตุ้นให้เกิด การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ทั้งอาเซียนและจีน และยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนผู้คนระหว่างกัน ทั้งยังหลอมรวมการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคด้วย

นอกจากนี้ คุณเทียง เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศอาเซียนในปี 2559 มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยยอด นักท่องเที่ยวจากจีน เข้าสู่อาเซียนทั้งหมด 19.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับ ปี 2558 ขณะเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวของอาเซียน ที่เดินทางไปจีน อยู่ที่ 10.34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 57.8%

ขณะที่หนังสือพิมพ์ไชนาเดลี รายงานเมื่อวันที่18 พ.ค.ที่ผ่านมาว่ายอดจองตั๋วของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางออกนอก แผ่นดินใหญ่ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ในปี2559 บ่งชี้ว่า ประเทศไทย ยังเป็นประเทศยอดนิยมอันดับหนึ่งสำหรับ นักท่องเที่ยวชาวจีน ตามเส้นทางสายไหม ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนไป ยุโรปกลาง และยุโรปตะวันออก ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 229% เทียบรายปี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายชาติในอาเซียน กำลังหารือเพื่อหาแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวกับจีน แต่อินโดนีเซีย กำลัง จะได้รับความเสียหายด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่ซาอุดีอาระเบีย และอีกหลายประเทศอาหรับ ประกาศ ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ เมื่อวันจันทร์ (5 มิ.ย.) ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า กาตาร์ให้การสนับสนุน กลุ่มก่อการร้าย หลังจากที่กลุ่มชาติอาหรับตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ และสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ยืนยันว่าจะระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่ไปยังซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้รัฐบาลอินโดนีเซีย คาดว่า ความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างกลุ่มชาติอาหรับกับกาตาร์ จะส่งผลกระทบมาถึงอุตสหากรรมท่องเที่ยวของอินโดนีเซียด้วย

คุณอารีฟ ยาห์ยา รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย คาดการณ์ว่า ในช่วง 7 เดือนที่เหลือของปีนี้ อินโดนีเซีย จะสูญเสียนักท่องเที่ยวประมาณ 50,000 คน และส่วนมากของจำนวนนี้ เป็นนักท่องเที่ยว ที่ใช้บริการสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เดินทางเข้ามาอินโดนีเซีย

เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น คุณอารีฟ ระบุว่า กระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย จะร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม ถอนใบอนุญาตของสายการบินจากกาตาร์ และนำไปให้กับสายการบินอื่นแทน เช่น สายการบินเอมิเรตส์ และเอธิฮัด

คุณอารีฟ ระบุว่า ในเบื้องต้นเขา จะขอให้กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซีย ยกเลิกใบอนุญาตของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ไปให้กับสายการบินอื่น เนื่องจากอินโดนีเซียไม่มีทางเลือก เพราะกาตาร์ แอร์เวย์ส ไม่สามารถให้บริการเที่ยวบิน ได้อยู่แล้ว ผลพวงจากคำประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการทูตของซาอุดิอาระเบียและหลายชาติอาหรับในช่วงที่ผ่านมา

แสดงความคิดเห็น