ซื้อแฟรนไชส์ร้านชา กาแฟ อินเทรนด์ตลอดกาล

ในยุคนี้ใครๆ ก็ต่างฝันอยากจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ด้วยรูปแบบการทำงานประจำนั้น เริ่มไม่สามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ยิ่งปัจจุบันมีกระแสของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงและรวยเป็นล้านกันตั้งแต่อายุยังน้อยมีเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้ทั้งคนทำงานรุ่นใหม่และคนทำงานรุ่นเก่าที่มีอายุงานมากๆ ต่างอยากออกไปมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเอง หรือมีธุรกิจเสริมรายได้กันมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่หลายคนใฝ่ฝันนั้นก็คือ ธุรกิจร้านชากาแฟ

รัชนีวรรณ หลีดง หรือ ติก๊ะ  เป็นคนรุ่นใหม่อีกคนหนึ่งที่ไม่ต้องการเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่เธอมีความฝันอยากจะมีธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง  เธออยากทำอะไรที่ตัวเองชอบและได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว สามารถบริหารจัดการเวลาได้ด้วยตนเอง เมื่อถามตัวเองว่าชอบอะไร เธอได้คำตอบว่าเป็นตัวเองเป็นคนที่ชอบดื่มชามาก เธอจึงเชื่อว่าหากเลือกทำธุรกิจด้วยความชอบและมีใจรัก ก็น่าจะทำได้ดี ความคิดอยากจะมีร้านชาเล็กๆ เป็นของตนเองจึงผุดขึ้นมาในสมองทันที

“แรกๆ เราไม่รู้อะไรเลย  แต่ก็เริ่มต้นด้วยการตะลอนไปชิมชา กาแฟ ตามร้านต่างๆ แล้วกลับมาทดลองชง ทดลองผสม เพื่อให้ได้เป็นสูตรของตัวเอง ลองแล้วลองอีก ก็ไม่ได้ที่ถูกใจสักที จนท้อ ความรู้สึกตอนนั้น คิดว่าทำไมทุกอย่างมันยากไปเสียหมด” ติก๊ะเล่าถึงจุดเริ่มต้นในตอนแรก

เมื่อความพยายามคิดสูตรชาเองไม่ประสบความสำเร็จ จนทำให้เหนื่อยและท้อ อีกทั้งเสียเวลาและเงินที่นำมาซื้อวัตถุดิบเพื่อทดลองชง เธอจึงคิดว่า งั้นลองมองหาดูสูตรสำเร็จที่มีอยู่แล้วและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคดูดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับการคิดและการเตรียมทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งระบบแฟรนไชส์นั้นตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดี

“ในตอนนั้นก็ดูไว้หลายเจ้า ทดลองชิม ดูรายละเอียด ดูงบในการลงทุน แต่ยังไม่โดนใจ เพราะบางเจ้าค่าแฟรนไชส์สูงเกินไป แต่รสชาติก็ยังไม่โดนใจเรา ชิมไปชิมมาหลายเจ้า จนมาเจอชาพะยอม “ChaPayom” ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ชื่อดังจากพัทลุง ที่มีสาขาเกือบทั่วประเทศ พอได้ลองรสชาติแล้วก็ถูกใจ จึงติดสินใจเลือกซื้อแฟรนไชส์นี้มาลงทุน โดยเลือกเปิดร้านในอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่”

ติก๊ะบอกว่าชาพะยอมที่เธอเลือกนั้น มีความโดดเด่นตรงกลิ่นและรสชาติที่หอมและอร่อยไม่เหมือนใคร ชามีความเข้มข้น มีความหอม รสชาติที่เข้มข้น และไม่เน้นหวาน แม้ว่าแฟรนไชส์ชาพะยอมจะไม่ได้ลงทุนน้อยกว่าแฟรนไชส์ชาอื่นๆ ที่เธอเคยศึกษาข้อมูลมา แต่เมื่อเธอลองสัมผัสรสชาติชาแล้ว รู้สึกชอบ จึงตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ชาพะยอมมาลงทุน เริ่มต้นธุรกิจตามความฝันของเธอ

ในส่วนของเงินลงทุน ติก๊ะบอกว่าได้ลงทุนค่าเฟรนไซส์ไปจำนวน 15,000 บาท ซึ่งราคานี้ไม่รวมโต๊ะ เก้าอี้ และค่าตกแต่งร้าน แต่จะมีอุปกรณ์พร้อมขายให้ คือ อุปกรณ์และวัตถุดิบ เช่น ชา กาแฟ ฯลฯ หลังจากนั้นเธอได้ลงทุนเพิ่มเติมอีก เป็นค่าตกแต่งเคาเตอร์ ค่าโต๊ะ เก้าอี้ อีกประมาณ 30,000 บาท

“ในช่วงแรกก็ไม่กล้าลงทุนอะไรมาก เพราะต้องดูตลาดและลูกค้าก่อน เนื่องจากตอนนั้นชาพะยอมยังมีคนรู้จักน้อย ร้านของเราถือว่าเป็นแฟรนไชส์ร้านที่สองในจังหวัด คือถ้าลองแล้วไปได้ดีก็ทำต่อได้ มีทุนหมุนเวียนต่อไป แต่ถ้าไม่ไหวก็ต้องพัก ตอนนั้นคิดแบบนี้นะ”

ในช่วงเริ่มต้น ธุรกิจของติก๊ะยังมีรายได้ไม่แน่นอน เนื่องจากในตอนนั้นลูกค้ายังไม่ค่อยรู้จัก แต่เธอก็อดทนและสู้ไม่ถอย เมื่อคนไม่รู้จัก ไม่กล้ากิน เธอก็ใช้วิธีชงและเชิญชวนให้มากินฟรี หากไม่อร่อยก็ไม่ต้องจ่ายเงิน และยังส่งแสริมการขายด้วยการทำโปรโมชั่น 10 แก้ว แถม 1แก้ว เป็นต้น หลังจากที่เธออดทนทำแบบนี้มาสักพัก พอเข้าเดือนที่สองปรากฏว่ายอดขายก็ดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดร้านชาซึ่งเป็นธุรกิจเล็กๆ ของเธอก็สามารถสร้างรายได้ให้เฉลี่ยต่อเดือนละประมาณ 60,000 บาท เมื่อหักต้นทุนแล้ว เหลือกำไรประมาณ 40 % ซึ่งเป็นรายได้ที่เธอค่อนข้างพอใจมากเลยทีเดียว

ในส่วนของการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ ติก๊ะบอกว่าเธอเลือกทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่จ้างพนักงาน แม้ว่าตอนแรกจะไม่ถนัดในการชงนัก แต่ก็เรียนรู้จากทางแฟรนไชส์ซึ่งจะสอนวิธีการชงให้ทุกเมนู

“พอลงมือจริงๆ ก็ใช่ว่าจะง่ายนะ ต้องอาศัยเวลาและประสบการณ์ไม่น้อยเลยกว่ารสชาติจะคงที่ ซึ่งเคล็ดลับของเราก็คือต้องรู้จักสังเกต ลงมือทำ และให้ชิมสิ่งที่ตัวเองทำด้วยว่ารสชาติเป็นยังไง ต้องรู้จริง ทำจริง อร่อยจริงถึงจะชงขายให้ลูกค้าได้”

ข้อดีของการซื้อแฟรนไชส์มาลงทุนนั้น ติก๊ะบอกว่าจากประสบการณ์เธอมองว่ามีข้อดีมาก เพราะตอนแรกที่เริ่มต้นนั้น เธอไม่มีความรู้อะไรเลย ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก และไม่ประสบความสำเร็จ แต่แฟรนไชส์สามารถตอบโจทย์ ลบข้อด้อยตรงจุดนั้น และทำให้เธอรู้สึกมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น ส่วนข้อด้อยของธุรกิจแฟรนไชส์นั้น เธอมองว่าเป็นเรื่องการสั่งซื้อสินค้า เนื่องจากแฟรนไชส์บางเจ้าไม่มีศูนย์กระจายสินค้าในทุกจังหวัด ทำให้การสั่งสินค้าแต่ละครั้งค่อนข้างไม่สะดวก ต้องใช้เวลามาก ซึ่งแนวทางแก้ไขก็คือต้องวางแผนสั่งสินค้าเผื่อล่วงหน้าประมาณ 3-5 วัน เพื่อป้องกันสินค้าขาดนั่นเอง

สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจแบบเดียวเธอ ติก๊ะฝากทิ้งท้ายว่า หากจะซื้อแฟรนไซส์มาลงทุน ควรหาข้อมูลเปรียบเทียบเฟรนไชส์หลายๆ เจ้า แล้วให้เลือกเจ้าที่ชอบ ดูสินค้าให้เหมาะสมกับทำเลที่จะขาย อย่าซื้อแฟรนไชส์ที่แพงและดูหรูเกินไปจนไม่เหมาะกับทำเล และให้เน้นที่ความสะอาด รสชาติ และราคาที่ต้องเหมาะสมกับลูกค้า และที่ขาดไม่ได้คือ การบริการ ที่ควรต้องเอาใจใส่ลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะการทำธุรกิจในสมัยนี้นั้น ความเชื่อมั่นของลูกค้าหรือความภักดีในแบรนด์ถือเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้หลายธุรกิจอยู่รอด และยังสร้างรายได้ที่มั่นคงและค่อนข้างแน่นอนเลยทีเดียว

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1601 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น