แฟรนไชส์ไก่ทอดอะยัมบอย สูตรเฉพาะ ติดตลาดง่าย

หากจะพูดถึงอาหารยอดฮิตที่หารับประทานได้ง่าย ราคาสบายๆ และอิ่มท้อง หลายคนคงนึกถึง “ไก่ทอด” เมนูยอดฮิตของทุกเพศทุกวัย ที่แต่ละร้านต่างไม่ว่ารายย่อยหรือแบรนด์ดัง ต่างก็ต้องมีสูตรเด็ดเฉพาะของตัวเองเอาไว้มัดใจลูกค้า

แม้จะเป็นอาหารพื้นๆ ทั่วไป แต่การทำธุรกิจขายไก่ทอดที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไม่ยากและลงทุนไม่มากนั้น กลับมีเรื่องต้องคิดมากกว่านั้นคือ รสชาติ เพราะเป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้า และทำให้เกิดขาประจำของอาหารประเภทนี้ ในการลงทุนหลายคนจึงเลือกมองหาระบบแฟรนไชส์ไก่ทอดที่มียอดขายดี เป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้า เพราะนอกจากจะสะดวกในการลงทุนและบริหารธุรกิจแล้ว ยังมีความคุ้มค่าเพราะใช้งบประมาณลงทุนไม่มาก แต่ให้ผลตอบแทนน่าพอใจอีกด้วย

‘ขวัญเดือน  สนั่นบุตร’ หรือขวัญ สาววัย 40 อดีตเคยขายของที่ระลึกตามสถานที่ท่องเที่ยว เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจเล็กๆ เป็นของตนเอง ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจในช่วงนี้ หากจะลงทุนอะไรต้องเสี่ยงน้อยที่สุด สินค้าที่จะนำมาขายจึงต้องเลือกให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด และที่สำคัญคือ ราคาต้องไม่แพงเกินไป

ขวัญเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเธอเกิดจากการเล่นเฟซบุ๊กแล้วได้เห็นร้านไก่ทอดที่น่าสนใจอยู่ร้านหนึ่งชื่อ “ร้านไก่ทอดอะยัมบอย” ที่มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดยะลา เป็นไก่ทอดแฟรนไชส์ฮาลาล ซึ่งเธอมองว่าน่าสนใจดี จึงได้ลองหาซื้อมาชิม และติดใจในรสชาติ ขวัญจึงตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจด้วยการซื้อแฟรนไชส์ไก่ทอดอะยัมบอย มาเปิดที่บ้านทุ่ง ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งร้านของเธอนั้นเป็นสาขาที่ 4 ในจังหวัดกระบี่

“ขวัญตัดสินใจซื้อเฟรนไชส์ตัวนี้เมื่อเดือนที่แล้ว และเพิ่งเปิดร้านมาได้เกือบสองอาทิตย์ จุดเด่นของไก่ทอดอะยัมบอย นอกจากจะมีไก่ทอดรสแซ่บๆ เนื้อนุ่มๆ แล้ว ยังมีเมนูที่หลากหลายให้เลือก เช่น นักเกต เฟรนซ์ฟราย เบอร์เกอร์ โรตีกรอบ สลัดไก่กรอบ ข้าวยำไก่กรอบ กลุ่มลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน คนทำงาน มีผู้ใหญ่ที่อายุมากๆ หน่อยก็จะมาซื้อให้ลูกๆ หลานๆ ร้านอยู่ใกล้สามแยกบ้านทุ่ง ใกล้ๆ ปั๊ม ปตท.  ติดถนนเส้นหลัก จึงมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ขับรถท่องเที่ยวแถวนี้อีก แม้เราจะเพิ่งเปิดใหม่แต่ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีมาก เพราะเป็นเมนูที่สะดวก รับประทานง่าย และราคาไม่แพง” เจ้าของร้านมือใหม่เล่า

ขวัญใช้เงินลงทุนสำหรับการซื้อแฟรนไชส์ไปทั้งหมด 99,000 บาท มีอุปกรณ์ในการทอดและอุปกรณ์ในการขายมาครบชุด พร้อมสอนวิธีทำ วิธีทอดให้เสร็จสรรพ เมื่อรวมค่าใช้จ่ายที่ต้องตกแต่งร้านและอื่นๆ อีก เธอบอกว่าลงทุนไปร่วมสองแสนบาททีเดียว สำหรับรายได้ในช่วงเปิดร้านใหม่ๆ นั้น ขวัญบอกว่าเป็นที่น่าพอใจมาก เพราะสัปดาห์แรกที่เปิดร้าน เธอขายไก่ทอดได้วันละหลายพันบาททีเดียว บางวันเคยขายได้ถึงวันละ 9,000 บาท ส่วนวันที่ขายได้น้อยๆ รายได้ก็จะอยู่ประมาณ 3,000-4,000 บาท เมื่อหักต้นทุนแล้วเหลือกำไรประมาณ 40% ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ดี สามารถอยู่ได้สบายๆ เมื่อคิดว่านี่คือการลงทุนทำมาหากินในถิ่นบ้านเกิดของเธอเอง

“แรกๆ เปิด ขวัญจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ช่วยกันกับสามี ซื้อของเอง ปรุงเอง ทอดเอง ขายเอง เพื่อประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต้องจ้างลูกจ้าง แต่ต่อไปคงต้องจ้างคนมาช่วยอีกแรง เนื่องจากสองคนทำไม่ทัน ในช่วงที่ลูกค้ามาเยอะๆ ตอนนี้ก็แก้ปัญหาโดยให้หลานๆ มาช่วยไปก่อนค่ะ”

สำหรับค่าใช้จ่ายภายในร้านแต่ละวันนั้น ขวัญจะเป็นคนบริหารจัดการเอง ทั้งเงินที่ต้องใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยจะหักต้นทุนในแต่ละวันเอาไว้ซื้อของในวันต่อๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะไปซื้อไก่และผักในตลาดเอง ส่วนแป้ง ผงหมักและแพ็คเกจที่ติดแบรนด์นั้น ก็จะซื้อจากเจ้าของแฟรนไชส์ซึ่งมีศูนย์อยู่ที่ตำบลอ่าวนาง ไม่ไกลจากร้านของเธอมากนัก

“สำหรับขวัญแล้วการซื้อระบบแฟรนไชส์แบบนี้ถือว่าเหมาะสมมาก เพราะขวัญทำอาหารไม่ค่อยเก่ง เราจึงไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูก แรกๆ ที่เปิดนี่ไม่ค่อยมีคนรู้จักนะคะ ขวัญอาศัยการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเพื่อนๆ ทางเฟซบุ๊กด้วย จนคนเริ่มรู้จักมากขึ้น ก็มีคนสนใจมากขึ้น บางคนก็เข้ามาถามว่าขอซื้อแฟรนไชส์ไปทำบ้างได้มั้ย ลูกค้าส่วนใหญ่มาทานครั้งแรกแล้วก็จะกลับมาทานใหม่ทุกคน อีกอย่างเราเป็นแฟรนไชส์ฮาลาล แล้วทำเลที่ขวัญอยู่ก็เป็นชุมชมมุสลิม ก็ถือว่าทำเลเหมาะสมกับตัวสินค้าค่ะ”

ในการบริหารร้านแฟรนไชส์ของเธอนั้น ขวัญบอกว่าเธอมีเคล็ดลับที่ยึดถือคือ เวลาทำอาหารให้ลูกค้า เธอจะเข้มงวดมาก เรื่องสูตรจะต้องเป๊ะ ห้ามพลาดเด็ดขาด เวลาทอดก็ต้องตรงตามสูตร ไก่ที่นำมาใช้ก็ต้องสดใหม่ หากขายไม่หมดก็ต้องยอมทิ้งไป ห้ามนำมาขายใหม่อีก วัตถุดิบต้องสดใหม่ในทุกๆ วัน ต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า ที่สำคัญการบริการต้องดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายคุยแบบเป็นกันเอง ให้คำแนะนำลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่แสดงสีหน้ารำคาญแม้จะยุ่งหรือเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม การต้อนรับ การพูดจา การบริการต้องดีสม่ำเสมอ จึงจะได้ใจลูกค้า และเมื่อทำให้เกิดความประทับใจในตอนแรกแล้ว ก็แน่นอนว่าลูกค้าต้องกลับมาใหม่อีกแน่นอน เธอเชื่อเช่นนั้น

นับว่าเธอเดินมาถูกทางแล้ว เพราะอนาคตของธุรกิจไก่ทอดในประเทศไทยนั้นยังคงมีแนวโน้มสดใส ด้วยเป็นอาหารยอดนิยมที่รับประทานง่าย แม้ตลาดจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่คุณภาพของสินค้าและการบริการจะเป็นตัวชี้วัดการอยู่รอดของธุรกิจเอง การเลือกระบบแฟรนไชส์ที่ดีมาสนับสนุน บวกกับรสชาติของอาหารที่ผู้บริโภคชื่นชอบ ก็ทำให้โอกาสทำกำไรในธุรกิจแฟรนไชส์นั้น อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

1424 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น