เพื่อคนไทย “เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขา 6 กม.” ทอดพระเนตรกาแฟต้นเดียว

ธุรกิจกาแฟกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากมายประสบความสำเร็จด้วยการเปิดร้านกาแฟ รวมถึงเป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน นอกจากนี้กาแฟยังเป็นพืชเศรษฐกิจซึ่งปลูกมากตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือของประเทศไทย สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่เป็นเงินจำนวนมหาศาล

แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า หลายสิบปีก่อนหน้านี้พื้นที่ปลูกกาแฟในภาคเหนือเคยเป็นไร่ฝิ่นมาก่อน กาแฟเป็นพืชไร่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงชักชวนให้ชาวเขาบนดอยปลูกทดแทนฝิ่นตามโครงการพระราชดำริที่เรียกว่า “โครงการหลวง” ซึ่งในยุคนั้นบ้านเมืองประสบกับปัญหายาเสพติดและการทำลายป่าไม้โดยชาวเขา แม้รัฐบาลจะปราบปรามฝิ่นอย่างเฉียบขาด แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นของชาวเขาได้ การสนับสนุนให้ชาวเขาหันมาปลูกกาแฟจึงนับเป็นการต่อสู้กับยาเสพติดซึ่งได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมิใช่เกิดขึ้นมาได้โดยง่าย ต้องอาศัยเวลา และพระวิริยะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปให้คำแนะนำแก่ชาวเขาบนดอยอยู่นานหลายปี

ครั้งหนึ่งหลังจากที่พระองค์มีพระราชดำริแนะนำชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ให้หันมาปลูกกาแฟ ต่อมาทรงทราบว่าชาวกะเหรี่ยงได้ทดลองปลูกกาแฟแล้ว จึงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาเป็นระยะทางถึง 6 กิโลเมตร เพื่อจะทอดพระเนตรไร่กาแฟดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อไปถึง แม้จะไม่มีไร่ฝิ่นแล้ว แต่ทั้งไร่มีก็มีต้นกาแฟอยู่เพียงต้นเดียว

พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ซึ่งตามเสด็จฯ ในครั้งนั้นด้วย รู้สึกโกรธ ม.จ.ภีศเดช รัชนี ผู้อำนวยการโครงการหลวง ที่ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ให้เสด็จพระราชดำเนินอย่างยากลำบากเพื่อไปทอดพระเนตรกาแฟเพียงต้นเดียว ได้เขียนเล่าว่า

“…ตรัสถามว่า เป็นความจริงหรือที่ว่าผมโกรธท่านภีศเดช ผมก็กราบบังคมทูลตามความเป็นจริงว่าเป็นเช่นนั้น พระองค์ท่านตรัสถามต่อไปว่า ผมทราบหรือเปล่า ว่าเมื่อก่อนนี้กะเหรี่ยงที่ดอยอินทนนท์ประกอบอาชีพอะไร ผมก็กราบบังคมทูลว่า ทราบเกล้าว่าฯ กะเหรี่ยงปลูกฝิ่น พระองค์ท่านตรัสต่อไปด้วยพระสุรเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา (ไม่ได้ทรงดุผม) ว่า แต่ก่อนเขาปลูกฝิ่น “เรา” ไปพูดจา ชี้แจง ชักชวนให้เขามาลองปลูกกาแฟแทน กะเหรี่ยงไม่เคยปลูกกาแฟมาก่อนเลย ที่กาแฟไม่ตายเสียหมด แต่ยังเหลือ 1 ต้นนั้น ต้องถือว่าเป็นความก้าวหน้าสำหรับกะเหรี่ยง จึงต้องไปทอดพระเนตร จะได้แนะนำเขาต่อไปว่า ทำอย่างไรกาแฟจึงจะเหลืออยู่มากกว่า 1 ต้น..”

ปีต่อมา ราษฎรชาวกะเหรี่ยงดอยอินทนนท์ปลูกกาแฟได้ผลผลิตทั้งไร่ บริษัทผลิตกาแฟในกรุงเทพฯ ไปขอซื้อกาแฟ โดยให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 1 บาท ปรากฏว่าราษฎรชาวกะเหรี่ยงดอยอินทนนท์ขายกาแฟได้เป็นเงินต่อไร่ต่อปีสูงกว่าที่เคยขายฝิ่นได้หลายสิบเท่า

ดังสุภาษิตที่ว่า “ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสอง” พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากจะเป็นการต่อสู้กับยาเสพติดแล้ว ยังเป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวเขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงความรักและห่วงใยของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณชั่วกาลนาน

เรียบเรียงจาก : หนังสือตามรอยพ่อ ก-ฮ #ในหลวงรัชกาลที่ 9 #พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช #

6388 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น