รัฐโปรโมชั่นสุด ๆ ให้เอสเอ็มอีไปลงทุนในเขต ศก.พิเศษชายแดน 10 แห่ง

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จัดแพ็คเกจส่วนลด ค่าเช่าพิเศษ แคมเปญส่งเสริมของ BOI ความสะดวกในการลงทุน และความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมาตรการทางด้านสินเชื่อ ให้กับเอสเอ็มอี เพื่อไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 แห่ง

คุณปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือ กนพ. ให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับเอสเอ็มอีในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน 10 พื้นที่ตามที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้เพิ่มเติมจากเดิมที่มีเฉพาะมาตรการด้านภาษี เช่น ความสะดวกในการลงทุน และความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมาตรการทางด้านสินเชื่อ

ขณะเดียวกันยังให้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการด่านศุลกากรตามแนวชายแดน 15 ด่าน ใน 10 เขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และด่านของประเทศเพื่อนบ้านสามารถอำนวยความสะดวกได้อย่างมีประสิทธิภาพรองรับการค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นประตูเชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนโครงการสำคัญในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษโดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดสระแก้วนั้น คาดว่า จะเปิดรับนักลงทุนได้ในปี 2561 ส่วนใน จังหวัดสงขลา ตาก และนราธิวาส คาดว่าจะเปิดรับนักลงทุนได้ในปี 2562-63

คุณพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้อนุมัติอัตราค่าเช่าสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่ง คือ กาญจนบุรีที่ราคา 1,200 บาทต่อไร่ต่อปี และค่าธรรมเนียมในอัตรา 20,000 บาทต่อไร่ต่อ 50 ปี ส่วนที่นครพนมกำหนดอัตราค่าเช่าที่ราคา 8,400 บาทต่อไร่ต่อปี และค่าธรรมเนียม 140,000 บาทต่อไร่ต่อ 50 ปี โดยจะปรับขึ้น 9% ในทุก 3 ปี ขณะที่การนิคมอุตสาหกรรมจะได้ส่วนลด 30%

พร้อมกันนี้ยังได้อนุมัติมาตรการเร่งรัดการลงทุนใน 3 เขตได้แก่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.กาญจนบุรี จ.นครพนม และ จ.ตาก โดยให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่เริ่มลงทุนใน 3 เขตนี้โดยหากเริ่มลงทุนในสัดส่วน 10% ที่จะต้องลงทุนทั้งหมดภายในปี 2560 จะได้รับการยกเว้นค่าเช่าที่ดิน 2 ปีในปี 2560-2561 แต่หากลงทุนในปี 2561 ก็จะได้รับยกเว้นค่าเช่า 1 ปี  โดยจะเปิดประมูลให้เอกชนยื่นเสนอโครงการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่กาญจนบุรีและนครพนม รวมทั้งตากที่อนุมัติอัตราค่าเช่าไปก่อนหน้านี้แล้วที่ไร่ละ 36,000 บาท และค่าธรรมเนียม 250,000 บาทต่อไร่ต่อ 50 ปี ในเดือน กรกฎาคมนี้

ทั้งนี้ในเบื้องต้น พบว่า มีเอกชนหลายรายให้ความสนใจโดยในส่วนกาญจนบุรีนั้นเอกชนที่สนใจเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ส่วนนครพนมเป็นกิจการค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค โดยหลังจากประกาศราคาค่าเช่าที่ดิน 2 พื้นที่ข้างต้นแล้วจะเหลือเพียง 1 เขตที่ยังไม่ประกาศค่าเช่าคือเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ใน อ.แม่สอด ซึ่งขณะนี้เอกชนให้ความสนใจหลายรายโดยเป็นกลุ่มกิจการค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค

“หลังอนุมัติมาตรการนี้แล้วน่าจะจูงใจให้เอกชนตัดสินใจลงทุนเร็วขึ้นเพราะมาตรการนี้กรมธนารักษ์ไม่เคยให้มาก่อน การที่ กนพ.อนุมัติแล้วจะเป็นการเปิดโอกาสทำให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ จริง ๆ โดยเร็วและมาตรการที่ธนารักษ์ให้นี้สอดคล้องกับมาตรการของบีโอไอและสรรพากรที่มีมาตรการเร่งให้เกิดการลงทุนเช่นกัน”

อย่างไรก็ตามหากพิจารณามูลค่าการลงทุนของกิจการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกระทรวงการคลังในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 เขต ล่าสุดมีมูลค่า 12,000 ล้านบาท การลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่ได้มีมูลค่าสูงเท่ากับลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ในอีอีซีนั้นเป็นกิจการขนาดใหญ่ที่มูลค่าการลงทุนสูงและเป็นอุตสาหกรรมไฮเทครวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

สำหรับในส่วนของเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนนั้นจะเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่เน้นด้านการค้าชายแดน แต่เป็นพื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เป็นพื้นที่ที่แรงงานต่างชาติมีงานทำไม่ไหลเข้ามาในส่วนกลาง มีระบบการควบคุมด้านความปลอดภัยและสาธารณสุขและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการใช้งบประมาณเข้าไปร่วมกันดูแลในแต่ละส่วน

ก่อนหน้านี้ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับกิจการเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนใน 10 จังหวัดออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในสิ้นปี 2560 ให้ขยายเวลาไปถึงสิ้นปี 61 และให้กิจการบางประเภทที่ยกเลิกให้การส่งเสริมฯ ไปแล้ว เช่น ผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหารสัตว์ ยาสีฟัน สบู่ แชมพู เครื่องสำอาง ให้สามารถกลับมาได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีได้สูงสุด 8 ปี

ขณะที่ตัวเลขการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอเพื่อลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนพื้นที่ 10 เขตเดือน มกราคม 2558- 60 พบว่ามีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 41 โครงการ เงินลงทุน 8,578 ล้านบาท ยังไม่รวมโครงการที่ใช้สิทธิประโยชน์ภาษีของกระทรวงการคลังสำหรับกิจการที่ไม่มีคุณสมบัติขอบีโอไอได้.

8659 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น