ดันพ.ร.บ.ใหม่อุ้มSME รื้อวิธีบริหารเงินกองทุน2หมื่นล้านบาท

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมออกร่าง พ.ร.บ.บริหารกองทุน SME ปีละ 2 หมื่นล้านบาทให้เป็นเอกภาพ ใช้ประโยชน์ได้ตรงวัตถุประสงค์และเป็นเครื่องมือพัฒนาไปสู่ยุค SME 4.0

คุณอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ขณะนี้ตั้ง คณะอนุกรรมการ จัดทำร่างพ.ร.บ.กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมร่างพ.ร.บ. เช่น กรมบัญชีกลาง คณะกรรมการกฤษฎีกา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  เนื่องจากต้องการให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีพ.ร.บ.รองรับชัดเจน เพื่อความต่อเนื่องในระยะยาว จากปัจจุบันเป็นการของบประมาณกลางเข้ามาช่วยเหลือเท่านั้น คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้และเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในต้นปีหน้า

“ร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้ จะมีวงเงินในแต่ละปีเท่าไร ยังไม่สามารถกำหนดได้ในขณะนี้ เพราะต้องหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ให้ชัดเจนก่อน แต่จะสูงกว่าเงินกองทุนฯ เดิมที่กำหนดไว้ 20,000 ล้านบาทเนื่องจากวัดจากความต้องการผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยื่นขอคำผ่าน 4 กองทุน วงเงินรวม 38,000 ล้านบาท ที่ล่าสุดเปิดยื่นคำขอมา 2 เดือน พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาขอความช่วยเหลือแล้ว 8,699 ราย วงเงิน 22,510 ล้านบาทมีการอนุมัติแล้ว 1,605 ราย วงเงิน 3,825 ล้านบาท คาดว่า ผู้ประกอบการจะยื่นคำขอทั้งหมดภายในไตรมาส 4ของปีนี้”

คุณอุตตมกล่าวว่า ร่างพ.ร.บ. ฉบับใหม่ จะดึงเงินเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในส่วนอื่นๆ เข้ามาอยู่ในกองทุนนี้ เช่น งบของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยกเว้นงบช่วยเหลือของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ยังอยู่ภายใต้หน่วยงานทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากมีพ.ร.บ.ของตัวเองรองรับ แต่จะนำเข้ามาดำเนินงานร่วมกับกองทุนฯ เพื่อให้งบประมาณในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีไม่ซ้ำซ้อนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นจุดศูนย์รวมให้เอสเอ็มอีเข้ามาติดต่อช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน

นอกจากนี้ กองทุนฯจะทำหน้าที่ส่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้ามาขอความช่วยเหลือไปให้หน่วยงานที่เหมาะสมเข้าไปดูแล โดยเฉพาะ สสว.ยังเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายส่งเสริมเอสเอ็มอีในภาพรวม ส่วนกองทุนฯจะดูแลในภาคปฏิบัติและสนับสนุนด้านการเงิน

ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อติดตามการใช้เงินกองทุนฯ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยเฉพาะการรองรับการพัฒนาสู่เอสเอ็มอี 4.0เช่น อนุมัติให้ผู้ประกอบการซื้อเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ต้องไปตามว่า ซื้อเครื่องจักรตามแผนงาน หรือไม่ ติดขัดปัญหาอะไร เพื่อลงไปแก้ไขได้ตรงจุด

ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ตั้ง สภาเอสเอ็มอี ขึ้นมาโดยเฉพาะนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า หากจะตั้งขึ้นมาจริงต้องพิจารณาให้รอบคอบว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันการดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก็มีทั้ง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.), หอการค้าจังหวัด, สสว.อยู่แล้ว

744 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น