กสอ.เดินหน้ากลยุทธ์เมคโอเวอร์ผลิตภัณฑ์ไทย

กสอ. รุกเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทยผ่าน “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” ต่อยอดพัฒนาเชิงพาณิชย์

นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมการส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ถือเป็นโอกาสที่ดีของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการSME ที่สามารถใช้ประโยชน์ในการเพิ่มยอดขายและยอดการส่งออกสินค้าในการเข้าไปชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของ AEC รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2558 คาดว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการSMEมีการส่งออกไปทั่วโลกมีมูลค่าเกิน 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากตลาดจีนและภูมิภาคอาเซียนยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนในปี 2559 หลังการเปิด AEC อย่างเต็มรูปแบบจะทำให้ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยจำนวนสมาชิก 10 ประเทศ ที่มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน

ดังนั้น เพื่อรองรับสำหรับโอกาสดังกล่าว กรมการส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงเดินหน้าในการส่งเสริมศักยภาพให้กับผู้ประกอบการSME ผ่านโครงการ จัดทำ “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด” โดยได้คัดเลือกผู้ประกอบการจากจำนวน 2,960 ราย ให้เหลือจำนวน 262 ราย เพื่อต่อยอดการพัฒนาสินค้าในเชิงพาณิชย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 อุตสาหกรรม  ได้แก่

1. กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งทั้ง 3 อุตสาหกรรม สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละมากกว่า 6 แสนล้านบาท เนื่องจากไทยถือเป็นแหล่งผลิตที่มีวัตถุดิบหลากหลายและมีคุณภาพ รวมทั้งการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์

2.กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบในด้านการผลิต ด้วยอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศ

3.กลุ่มอุตสาหกรรมของใช้และของตกแต่งบ้าน สินค้ากลุ่มนี้ไทยถือว่ามีศักยภาพค่อนข้างมาก แม้ว่าภาพรวมตลาดทั่วโลกยังคงซบเซา แต่สำหรับตลาดอาเซียนแล้วในช่วง 4-5 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดที่เติบโตสูงและน่าจับตามองที่สุด โดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ตามนโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศและก่อนการเข้าสู่การเปิด AEC

นายประสงค์ กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว กรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมมีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจำนวน 262 ราย โดยมีการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาและคำแนะนำ โดยเริ่มจากการประเมินผลิตภัณฑ์โดยการวิจัยทางการตลาด หลังจากนั้นจะมีการกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการให้คำปรึกษาในเชิงลึกเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงการทดสอบผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ได้รบการพัฒนาแล้วในลำดับต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรมการส่งเสริมอุตสาหกรรม จะคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาและมีความโดดเด่นจากผู้ประกอบการ เพื่อนำไปเผยแพร่ทดสอบตลาดไปยังต่างประเทศต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะสามารถยกระดับของผู้ประกอบการSMEไทยให้มีศักยภาพสูงขึ้น และเข้าไปมีส่วนแบ่งทางการตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) อย่างแน่นอน

293 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น