เมื่อฉันเก็บกระเป๋า ตามเพื่อนไปเที่ยวเมืองอุบล

เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนคนนึงชวนให้ไปเป็นเพื่อนที่อุบลราชธานี เนื่องจากเจ้าตัวต้องไปทำงานคนเดียวแต่กลัวจะเหงาเกิน จึงเก็บกระเป๋าขึ้นเครื่องตามไปอย่างว่าง่าย ซึ่งตอนแรกนั้นยอมรับเลย ในใจคิดว่าตอนมันไปทำงานเราจะทำอะไรดีน้อ แต่กลับผิดคาดจริงๆ บอกเลยว่าจังหวัดนี้มีของดีให้ตามไปเที่ยวอยู่เต็มไปหมด จนอดไม่ได้ที่จะต้องมาแชร์ให้ตามไปเที่ยวกัน

เริ่มกันที่สถานที่แรกเลย เมื่อเครื่องลงยามเช้า ท้องก็ร้องเพราะยังไม่ได้กินอะไร จะไปเป็นที่ไหนซะไม่ได้เลยถ้ายังหิวอยู่ จึงขอแวะตลาดเช้าที่ตัวเมืองอุบลราชธานี  หาของอร่อยกินกันซะหน่อย  เริ่มกันที่ข้าวเปียก หรือที่คนกรุงเทพรู้จักกันในชื่อก๋วยจั๊บญวน เส้นเหนียวนุ่มเสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปกับกระดูกหมูเคี่ยวเปื่อยๆ  ตามด้วยไข่กระทะขนาดพอดี ไม่อิ่มจนเกินไป และตบท้ายด้วยปากหม้อที่พันกันสดๆคำต่อคำ เติมพลังกันจนเต็มถังแล้ว เราก็ออกไปเที่ยวกันดีกว่า

ที่แรกที่จะพาไปนั้นคือ วัดสิรินธรวราราม หรือชาวบ้านเรียกว่าวัดภูพร้าว ที่ บ้านช่องเม็ก อ.สิรินธร  เมื่อก้าวเข้าไปเราจะพบกับความสวยงามของคิลปะล้านช้าง สวยงามไม่ต่างจากวัดเชียงทอง ที่หลวงพระบางเลยก็ว่าได้  เราสามารถชมวิวแม่น้ำและภูเขาได้เต็มๆ หากมาช่วงพลบค่ำ ก็จะได้ชมความสวยงามของรูปต้นไม้สะท้อนแสง ตัดกับความมืดมิดออกมาสวยงามอีกแบบนึง

จากนั้นเราก็เดินทางกันต่อไปที่ น้ำตกแสงจันทร์ หรือชื่อเล่นว่าน้ำตกรู ความสวยงามมหัศจรรย์ก็ตามชื่อน้ำตกเลย เพราะด้านบนของน้ำตกเป็นเส้นทางน้ำไหลผ่าน เมื่อนานๆเข้าน้ำก็กัดกร่อนหินส่วนที่ไหลผ่านเป็นรู จนทำให้เกิดเป็นช่องน้ำตกลงมา ลงผ่านรูไหลสู่แอ่งน้ำด้านล่างพอดี สร้างความแปลกตากับนักท่องเที่ยวอย่างเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เราใช้เวลานั่งแช่เท้าจุ่มน้ำเย็นๆ ถ่ายรูปเล่นสบายใจกันสักพัก ก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายยอดนิยมต่อไป ที่สามพันโบก ริมแม่น้ำโขง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแกรนด์แคนย่อนเมืองไทย เพราะภูมิประเทศที่สวยงามแปลกตาเกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม บนเขาหินทราย สร้างเป็นร่องรอยบนหิน เกิดเป็นความสวยงามที่สรรสร้างมาจากธรรมชาติ  เจ้าถิ่นที่นี่แนะนำว่าหากมาถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ตกดินจะเพิ่มความสวยขึ้นอีกระดับเลย ซึ่งโอกาสหน้าไม่พลาดรอถ่ายรูปช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่นี่แน่นอน

และปิดท้ายแวะเที่ยวก่อนจะขับรถไปรับเพื่อนที่ทำงานในตัวเมือง กันที่ อ.ซีทวน เพราะได้ข่าวว่าที่นี่มีของดีให้มาเยี่ยมชม นั่งก็คือ ขัวน้อย ณ ซีทวน ซึ่งขัวในที่นี้ก็คือสะพาน เป็นสะพานทางเดินขนาดเล็กข้ามทุ่งนา ซึ่งเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านซีทวนทำเพื่อใช้สัญจรแทนการเดินข้ามคันนา เกิดเป็นผลพลอยได้ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆได้มาเดินชมความงามของท้องทุ่งนาเขียวขจีในช่วงพระอาทิตย์จะตกดินที่นี่ ซึ่งเป็นภาพประทับใจเรากับจังหวัดอุบลราชนี จนต้องบอกกับตัวเองในใจว่าจะต้องมีครั้งที่สองของเรากับจังหวัดนี้อย่างแน่นอน

7639 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น