กสทช. เตือน! “เฟซบุ๊ก-ยูทูป” ทำธุรกิจในไทยลำบาก เร่งขึ้นทะเบียน “โอทีที”

กสทช.ประเดิมเปิดทีวีดิจิทัล-แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต แจ้งให้บริกาi “โอทีที” ไม่เก็บค่าธรรมเนียม พบ “เฟซบุ๊ก-ยูทูป” ยังนิ่ง ให้เวลา 30 วัน ต้องจดแจ้งขอให้บริการโอทีที ชี้หากเมิน “ทำธุรกิจลำบาก” ย้ำไม่ปิดกั้นให้บริการ สัปดาห์หน้ากำหนด “55ยูทูป” ช่องฮิตขึ้นทะเบียน

หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้การประกอบกิจการแพร่ภาพและเสียง Over The Top (OTTคือบริการใดๆ ที่ให้บริการบนดาต้าเน็ตเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี 3จี 4จี ไวไฟ) เป็นกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ “โอทีที” เมื่อ วันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์โอทีที กำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการดังกล่าว โดยระหว่างวันที่ 28 เมษายน -8 มิถุนายน 2560 คณะอนุกรรมการฯ ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดรับฟังความเห็นแนวทางการกำกับดูแลบริการ โอทีทีรวม 10 ครั้งในการประชุมบอร์ด กสท. วันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีมติให้บริการโอทีทีเป็นกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลภายใต้พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และประกาศฯ กสทช. ที่เกี่ยวข้อง

พร้อมให้ยกเว้น หรือไม่บังคับใช้ หลักเกณฑ์บางประการในกิจการโอทีที กล่าวคือ ไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายได้ที่เกิดจากโอทีที, ไม่บังคับใช้หลักเกณฑ์ มัสต์แคร์รี่ และมัสต์ แฮฟ รวมทั้งไม่ต้องจัดผังรายการ

เปิดเอกชนแจ้งให้บริการ “โอทีที”
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. เปิดให้ผู้ประกอบการกลุ่มแรก ที่ประกอบด้วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ รวม 24ราย ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกสทช.อยู่แล้ว เข้ามาแจ้งการเป็นผู้ให้บริการโอทีที หลังจากกรอกแบบฟอร์ม 2 หน้า และส่งให้สำนักงาน กสทช. จะถือเป็นผู้ให้บริการโอทีทีทันที ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้ทุกราย ยืนยันร่วมมือส่งเอกสารแจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีที

อย่างไรก็ตาม กสทช.ได้เชิญผู้ประกอบการโครงข่าย หรือแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากกลุ่มแรก จำนวน 14 ราย เช่น ไลน์ทีวี, ทรูวิชั่นส์ (ทรูวิชั่นส์ แอนิแวร์) ,เอไอเอส เพลย์ ,ไพรม์ไทม์ ,โมโนแม็กซ์, Doonee,Viu, Kapookมาชี้แจงแนวทางการแจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีที โดยมีผู้ประกอบการ 11 ราย ยืนยันให้ความร่วมมือในการแจ้งเป็นผู้ให้บริการ โดยนำเอกสารแบบฟอร์มกลับไปให้ผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงนามต่อไป

ขีดเส้น “เฟซบุ๊ก-ยูทูป” แจ้งใน30วัน
พ.อ.นที กล่าวว่า การเปิดให้ผู้ประกอบการโครงข่ายอินเทอร์เน็ต แจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีที กสทช. พบว่าแพลตฟอร์มใหญ่ 3 รายคือ เฟซบุ๊ก ยูทูป และเน็ตฟลิกซ์ ไม่มาแจ้งเป็นผู้ให้บริการ โดย เน็ตฟลิกซ์ ได้ติดต่อขอหารือในเดือนกรกฎาคมนี้

อย่างไรก็ตามหลังจาก กสทช.เปิดให้ผู้ประกอบการแจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีทีแล้ว กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบการที่สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือให้มาแจ้งเป็นผู้ให้บริการ ต้องดำเนินการภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 22 กรกฎาคม นี้

“ผู้ประกอบการที่ไม่มาแจ้งเป็นผู้ให้บริการ ตามเวลาที่กำหนด จะถือว่าไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการภายใต้กฎหมาย ที่กสทช. ดูแล”

สำหรับเฟซบุ๊กและยูทูป ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโอทีที ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ที่ผ่านมาสำนักงาน กสทช.เชิญมารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลแล้วเช่นกัน พบว่าได้ส่งตัวแทนด้านกฎหมายร่วมประชุม หลังจากนี้ กสทช. พร้อมที่จะหารือและชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลโอทีที กับผู้มีอำนาจตัดสินใจของทั้ง เฟซบุ๊กและยูทูป เพื่อให้ทั้ง 2 แพลตฟอร์ม แจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีทีในประเทศไทย

ย้ำไม่แจ้งให้บริการ “ทำธุรกิจลำบาก”
พ.อ.นที กล่าวว่า มีตัวแทนจากสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (U.S.ASEAN Business Council : USABC) ได้เข้ามาหารือแนวทางการกำกับดูแลกิจการโอทีที ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วว่าทุกขั้นตอนได้ เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมหารือและรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่เดือน เมษายน ถึง มิถุนายน รวม 10 ครั้ง โดยสรุปใช้ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และประกาศฯ กสทช. ที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล โดยไม่ได้ออกกฎหมายใหม่ และได้เปิดให้ผู้ประกอบการมาแจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีทีตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน เป็นวันแรก

กรณีผู้ประกอบการที่เข้าข่ายโอทีที ไม่มาแจ้งเป็นผู้ให้บริการภายในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ถือว่าไม่มีตัวตนในระบบกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะมีรายละเอียดด้านกฎหมายมากำกับอีกครั้งในกลุ่มที่ไม่แจ้งเป็นผู้ให้บริการ

“หาก เฟซบุ๊ก และยูทูป ไม่มาแจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีที ตามกำหนด ไม่ได้บอกให้หยุดบริการและไม่มีแนวคิดให้แพลตฟอร์มหยุดบริการ เพราะจะส่งผลต่อผู้ใช้บริการ โดยยังให้บริการได้เหมือนเดิม แต่การประกอบธุรกิจในไทยจะลำบาก เพราะการให้บริการและการทำธุรกิจใช้กฎหมายดูแลต่างกัน แต่ยังเชื่อว่าทั้งเฟซบุ๊กและยูทูป จะปฏิบัติตามแนวทางการให้บริการโอทีทีของ กสทช.”

ดึง “55 ยูทูป” ช่องฮิตขึ้นทะเบียน
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่าขณะนี้ได้กำหนดผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม14 ราย เป็นกลุ่มที่ต้องแจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีที หลังจากนี้จะพิจารณาแพลตฟอร์มอื่นๆ เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้า จะเปิดให้ ยูทูป แชนแนล ช่องที่มีสมาชิกติดตามสูงสุด 55 ราย เข้ามาแจ้งเป็นผู้ให้บริการโอทีที เป็นลำดับต่อไป

ส่วนกลุ่มเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากนั้น ขณะนี้ กสทช.อยู่ระหว่างพิจารณาหลักเกณฑ์และแนวทางที่เหมาะสมในกำหนดการเป็นผู้ให้บริการโอทีที

2242 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น