“อภิรดี” ดันไทยฮับเกษตรอินทรีย์เดินหน้าสร้างเครือข่ายกลุ่ม CLMVT

กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์ของอาเซียน เพราะเล็งเห็นว่าไทยมีศักยภาพของสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีความหลากหลาย มีเกษตรกรที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสามารถผลักดันให้ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขยายตัวได้เพิ่มขึ้น โดยมีมูลค่าประมาณ 2,300 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ต่อปี และในจำนวนนี้ เป็นการส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น

จากนโยบายการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์ของอาเซียน กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ โดยได้มีการลงพื้นที่ติดตามการทำเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดต่างๆ เพื่อติดตามความพร้อม และเตรียมให้การสนับสนุน เพื่อให้การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์มีคุณภาพ มาตรฐาน และตรงตามความต้องการ ของตลาด

ล่าสุดคุณอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ไปหารือร่วมกับภาคเอกชนและกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ อ.หนองบัวแดง และ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เพื่อติดตามการทำเกษตรอินทรีย์ของชุมชน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนอะไรได้บ้าง หลังจากที่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้ จ.ชัยภูมิ เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ หรือ Organic Valley แห่งแรกของไทย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีการผสมผสาน วิถีของเกษตรอินทรีย์เข้ากับวิถีชีวิตของชาวบ้านตั้งแต่เริ่มต้นเพาะปลูก ไปจนถึงการจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในตลาด ผ่านระบบการบริหารจัดการ ในชุมชน ตั้งแต่การใช้พลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์) การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงเพื่อซื้อขายสินค้าระหว่างกันของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ในชุมชน เช่น กลุ่มนาแปลงใหญ่ กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กลุ่มชุมชนคนเลี้ยงโคเนื้อ กลุ่มปลูกกล้วยหอมทอง และกลุ่มปลูกแตงโมออร์แกนิกส์ เป็นต้น

“จะสนับสนุนให้ชุมชนเป็นต้นแบบของ Organic Valley แห่งแรกของไทย เพราะเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีระบบการบริหารจัดการที่ดี ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และกระทรวงฯ ยังจะใช้เป็นต้นแบบในการผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรในภูมิภาคอื่นต่อไปด้วย” คุณอภิรดี กล่าว

สำหรับหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์อื่นๆ ที่มีการดำเนินการแล้ว 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านริมสีม่วง ตำบลริมสีม่วง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ หมู่บ้านทัพไทย ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ หมู่บ้านโสกขุมปูน ต.นาโส่ อ.กุดชุม จ.ยโสธร และหมู่บ้านห้วยพูล จ.นครปฐม และในปี 2560 มีแผนที่จะดำเนินการจัดตั้ง หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์เพิ่มอีก 4 แห่ง ใน จ.นครพนม ชัยภูมิ ลพบุรี และเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและประเมินแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้ง 2 แห่ง คือ หมู่บ้านหนองสะโน ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และหมู่บ้านหนองหอย ต.กุดชุมแสง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

คุณอภิรดี กล่าวว่า ในด้านการสร้างเครือข่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ จะผลักดันให้มีการสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในกลุ่มประเทศ CLMVT ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ของไทยกับประเทศ เพื่อนบ้าน ซึ่งจะเชิญให้เกษตรกรจากประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำเกษตรอินทรีย์ระหว่างกัน มีการลงมือปฏิบัติในแปลงสาธิต การอบรมด้านการตลาด และระบบโลจิสติกส์

นอกจากนี้ จะผลักดันให้ภาคเอกชนไทยและภาคเอกชนอาเซียนจัดตั้งสหพันธ์เกษตรอินทรีย์อาเซียน (ASEAN Organic Federation) ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะมีการหารือกันในระหว่างงาน Organic & Natural Expo ที่จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27-30 ก.ค. 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมุ่งหวังให้สหพันธ์ดังกล่าวเป็นเวทีในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการผลิต และการตลาดเกษตรอินทรีย์ระหว่าง ผู้ผลิต และผู้ประกอบการของประเทศในกลุ่มอาเซียน

 

2261 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น