แบงก์กรุงเทพ เปิดตัว 8 สตาร์ทอัพ เข้าโครงการ “Bangkok Bank InnoHub”

ธนาคารกรุงเทพ ทุ่ม 2,000 ล้านบาท ตั้งบริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส จำกัด ร่วมลงทุนเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ คาดสิ้นปีนี้จะเริ่มลงทุน ขณะนี้กำลังเจรจาอยู่ 2-3 ราย พร้อมเปิดตัว 8 ธุรกิจเด่นผ่านการคัดกรองจาก 119 ทีม ใน 32 ประเทศทั่วโลก เดินหน้าสู่โครงการ “Bangkok Bank InnoHub” รับการอบรมหลักสูตรเข้มข้น

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ตั้งบริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส จำกัด เมื่อเดือนมิถุนายนปี 59 ที่ผ่านมา ดำเนินธุรกิจเงินร่วมลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเน้นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมทั้งบริษัทสตาร์ทอัพ  โดยตั้งงบในการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ ได้ร่วมกับ 8 บริษัทสตาร์ทอัพ ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่ธนาคารให้ความสนใจ โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ (2560) จะเริ่มลงทุนได้จริง โดยขณะนี้กำลังเจรจาอยู่ 2-3 ราย

ทั้งนี้ โครงการ  Bangkok Bank InnoHub มีทีมสมัครเข้าร่วม 119 ทีมจาก 32 ประเทศทั่วโลก  โดยคณะกรรมการได้คัดเลือกผู้ประกอบการทางการเงินหรือฟินเทค  (FinTech : Financial Technology)  กลั่นกรองจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย

สำหรับโครงการอบรมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2560 ซึ่งสตาร์ทอัพทั้ง 8 ทีมจะได้รับการดูแลและร่วมทำงานกับผู้บริหารมืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการเงินของธนาคารกรุงเทพ อีกทั้งเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง มากด้วยประสบการณ์ และความสำเร็จจากการทำโครงการในลักษณะเดียวกันของเนสท์ให้กับองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลก จากนั้นในช่วงปลายเดือนกันยายน 2560 จะเป็นวัน Demo Day ที่เปิดเวทีให้สตาร์ทอัพทั้ง 8 นำเสนอแผนธุรกิจต่อกลุ่มนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบประเทศอาเซียน รวมถึงธนาคารกรุงเทพ และ บริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเงินร่วมลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเน้นธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม รวมทั้งบริษัทสตาร์ทอัพ นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะก้าวไปสู่การให้คำปรึกษาด้านการระดมเงินทุน และร่วมเป็นพันธมิตร

นายชาติศิริ ระบุด้วยว่า โครงการ “Bangkok Bank InnoHub” ได้ให้ความสำคัญ และมุ่งเน้นในการสานต่อนโยบายร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนการพัฒนาบริษัทสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค ที่จะเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และธุรกิจการเงินในอนาคตของไทย รวมถึงความสำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์ และแผนงานด้านดิจิตอล ในการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คิดค้น และสร้างสรรค์บริการทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรมของธนาคารให้ดียิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากการระดมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาร่วมสร้าง และจัดตั้งทีมฟินเทค ในการวางกลยุทธ์ และกำหนดทิศทางธุรกิจในหลายด้านเพื่อให้มั่นใจว่า ธนาคารจะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรม และพร้อมรับมือกับความท้าทายจากเทคโนโลยีทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ เนสท์ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในนวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพของสตาร์ทอัพชั้นนำระดับโลก ประสบความสำเร็จในการสรรหา 8 สตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคระดับเวิลด์คลาสจาก 32 ประเทศทั่วโลก

ธนาคารเชื่อว่า Bangkok Bank InnoHub จะสามารถเชื่อมโยง และสนองตอบนโยบายพัฒนาประเทศ 4.0 ของรัฐบาลในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่เน้นการให้บริการ อีกทั้ง มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน และร่วมผลักดันระบบ ecosystem ของประเทศไทย เพื่อมอบโอกาสให้สตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคในประเทศได้ขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค และระดับโลก ขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้กับสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคระดับโลกสามารถสร้างเครือข่าย และความร่วมมือกับชุมชนฟินเทคในประเทศไทย และอาเซียนอีกทางหนึ่งนายชาติศิริ กล่าว

ด้าน   ดร. พนุกร จันทรประภาพ Vice President ฝ่ายการลงทุนธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า สตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโปรแกรมอบรมทั้ง 8 ทีม ประกอบด้วย ทีมผู้พัฒนาบริการด้าน Wealth Management 3 แห่ง ได้แก่ Bambu, Bento และ Canopy ประเทศสิงคโปร์ ด้าน Security ได้แก่ Covr Security ประเทศสวีเดน ด้าน Block chain ได้แก่ Everex ประเทศไทย ด้าน Lending ได้แก่ First Circle ประเทศฟิลิปปินส์ ด้าน P2P Invoice Trading ได้แก่ Invoice Interchange ประเทศสิงคโปร์ และด้าน Mutual Fund Investment ได้แก่ FundRadars ประเทศไทย

1271 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น