โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจแฟรนไชส์

ธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นการประกอบธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะถือเป็นทางลัดสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ ที่ต้องการย่นเวลาในการเริ่มต้นธุรกิจ และต้องการการรับประกันความสำเร็จ จากการก๊อปปี้ความสำเร็จของธุรกิจต้นแบบที่ทำไว้อยู่แล้ว ด้วยสะดวกง่ายนี้จึงทำให้ยอดจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยมีมาก

โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ หรือที่เรียกว่า ‘แฟรนไชซอร์’ (Franchisor) คาดว่าจะมีประมาณ 1,000 ราย และผู้ประกอบการที่เป็นผู้ซื้อสิทธ์ในการดำเนินกิจการ หรือเรียกว่า แฟรนไชซี (Franchisee) คาดว่าจะมีประมาณ 40,000 ราย

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า แฟรนไชส์โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่เป็นระบบ Quick Service หรือ Fast Food เริ่มเกิดขึ้นและขยายตัวที่ต่อมาเรียกว่า Business Format Franchising ที่เป็นที่รู้จักและเติบโตมาถึงปัจจุบันคือแฟรนไชส์แมคโดนัล โดย Mr.Ray Kroc ลักษณะของระบบแฟรนไชส์แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้

• Product and Brand Franchising ลักษณะแฟรนไชส์ระบบนี้มีลักษณะคือการที่ผู้ผลิตสินค้า
ให้สิทธิบุคคลอื่นในการขยายสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยแฟรนไชส์
• Business Format Franchising ลักษณะนี้เป็นการให้สิทธิบุคคลอื่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อขายสินค้า
หรือบริการโดยใช้เครื่องหมายการค้าของแฟรนไชส์ซอร์และสิ่งสำคัญที่ต่างจากประเภทแรกคือการใช้ระบบ
การดำเนินธุรกิจที่พิสูจน์แล้วของแฟรนไชส์ซอร์
• Conversion Franchising เป็นระบบแฟรนไชส์ที่พัฒนามาจากแฟรนไชส์ประเภท Business Format
โดยการออกแบบระบบเพื่อเปลี่ยนร้านค้าอิสระที่มีอยู่ในระบบนั้นๆให้เข้ามาร่วมในระบบแฟรนไชส์เพื่อได้
ประโยชน์ร่วมกันทางการค้าและทำโฆษณาร่วมกันในระดับประเทศ เช่น Century 21

ข้อดี-ข้อเสียของการทำธุรกิจแฟรนไชส์
เหตุผลที่ทำให้มีความนิยมลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์มากขึ้น เพราะข้อดีการลงทุนในรูปแบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจได้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้ประโยชน์จากได้รับเครื่องหมายการค้าและส่วนประสมทางการตลาดที่แฟรนไชซอร์คิดค้นมาแล้วแบบสำเร็จรูป ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และงบประมาณในการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ระบบธุรกิจแฟรนไชส์ มีข้อจำกัดในการทำธุรกิจอยู่บ้าง เพราะยังมีความเสี่ยงซึ่งอาจจะต้องศึกษาหรือวิจัยตลาดด้วยว่าในพื้นที่ที่จะลงทุนนั้นมีโอกาสสำเร็จมากน้อยเพียงใด และยังจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาแฟรนไชส์ซึ่งอาจทำให้ขาดความเป็นอิสระในการทำงาน และมีค่าใช้จ่ายสูงในการชำระค่าธรรมเนียมและผลตอบแทน รวมถึงมีโอกาสอาจถูกบอกเลิกสัญญาได้ง่ายเช่นกัน

ถอดรหัสแฟรนไชส์ Hokkaido Milk
‘วรวิทย์ วงศ์แสนประเสริฐ’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอกไกโด โมริโมโตะ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแฟรนไชส์นมพร้อมดื่มแบรนด์ ‘Hokkaido Milk’ ระบุว่า ธุรกิจนมพร้อมดื่มฮอกไกโด ปัจจุบันมี 42 สาขา บริหารเอง 30 สาขา และแฟรนไชส์ 12 สาขา โดยระดับราคาแฟรนไชส์ตั้งแต่ 1.5 – 2.5 ล้านบาท

ขณะนี้บริษัทเตรียมขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรที่จะมาเป็นตัวแทนจำหน่ายแฟรนไชส์ (Sub-License) ในประเทศมาเลเซีย และเมียนมา โดยวางแผนจะขายแฟรนไชส์ต้นแบบ (Master Franchise) ออกไปยังต่างประเทศ เพื่อให้ผู้รับสิทธิ์นำไปขายต่อ ดังนั้นจึงประเมินว่าปีนี้จะสามารถผลักดันยอดขายให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน

กลยุทธ์สำคัญในการคัดเลือกคู่ค้าในต่างประเทศนั้น ทางบริษัทฯ มุ่งเน้นที่จะเลือกคู่ค้าที่มีความสนใจในผลิตภัณฑ์และธุรกิจนี้อย่างแท้จริง เพื่อให้เข้าใจในระบบการทำธุรกิจ และเป็นเสมือนตัวแทนของบริษัทในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเข้มแข็ง สามารถขยายแฟรนไชส์ได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงขายเพื่อเพิ่มยอดจำนวนร้านค้าเท่านั้น

พร้อมกันนี้ ‘วรวิทย์’ ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับการผลักดันธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยว่า ควรจะต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อออกมาดูแลปกป้องผู้ประกอบการ เช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วในกลุ่มอาเซียนอย่างสิงคโปร์ เพราะที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีมักจะมีปัญหาข้อขัดแย้งในการประกอบธุรกิจ ภายหลังจากการทำสัญญาแฟรนไชส์กันไปแล้ว

ทั้งนี้ กฎหมายที่จะออกมาดูแลแฟรนไชส์จะต้องมีข้อมูลระบุชัดเจนว่า ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ต้องมีลักษณะอย่างไร เช่น แฟรนไชส์ซอร์ต้องมีการประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จมาแล้ว มีการขยายสาขามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 สาขา มีระบบบัญชี ส่วนแฟรนไชส์ซีก็จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เช่น ต้องอบรม และต้องผ่านการตรวจสอบการดำเนินกิจการ ต้องมีที่มาของแหล่งเงินทุน เป็นต้น

หากไทยสามารถยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ได้ ก็จะส่งผลดีต่ออนาคตการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ออกไปยังต่างประเทศ เพราะปัจจุบันแฟรนไชส์ไทยมีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้หลายราย แต่ยังต้องได้รับการส่งเสริม เช่น ส่งเสริมการทำการตลาดโดยการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะโฟกัสไปที่ตลาดอาเซียนก่อน ตลอดจนการส่งเสริมด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นต้น

กฎหมายแฟรนไชส์
คุณบรรจงจิต อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ร่างกฎหมาย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ พ.ศ. … ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของทางวิป สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมเปิดรับฟังความเห็นหลายหน่วยงานชี้ว่าหากจะมีการยกร่างกฎหมายแฟรนไชส์ ควรจะเป็นไปในลักษณะของการส่งเสริมธุรกิจมากกว่าการกำกับดูแล แต่การส่งเสริมก็จำเป็นต้องมีความชัดเจน และต้องมีแนวทางในการดูแลปกป้องแฟรนไชซอร์ และแฟรนไชซีด้วย

แต่หากไม่มีกฎหมายก็สามารถอาศัยกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในการดูแลได้ เช่น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายแข่งขันทางการค้า เพื่อดูแลการประกอบธุรกิจเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เพื่อดูแลผู้บริโภคไม่ให้ได้รับการเอารัดเอาเปรียบจากธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้น

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

2666 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น